fbpx

ถามความชัดเจนเงื่อนไขสธ.

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน 22 มิ.ย.-“ศรีสุวรรณ” ร้องผู้ตรวจฯ หลังชาวลาวอยู่ในไทยกว่า 14 ปี มีเอกสารราชการรับรองถูกต้อง ถูกปฏิเสธฉีดวัคซีน ทั้งที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ระบบแจ้งภายหลังไม่มีสัญชาติไทย สงสัยเงื่อนไขของสธ.


นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบกรณีแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีลักษณะการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ที่ถือสัญชาติต่างประเทศที่แต่งงานกับคนไทย ที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย และขอให้เสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ขจัดหรือระงับการกระทำดังกล่าวเสีย หรืองดเว้นการการปฏิบัติใด ๆ ที่จะละเมิดสิทธิของประชาชน

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวของนายสายัญ เพ็ชรจรูญว่าน.ส.มะนีกอน เพ็ดชมพู ภรรยา อายุ 34 ปี สัญชาติลาวที่แต่งงาน และจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยแล้ว มีบุตร 1 คน รวมถึงพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 14 ปี มีเอกสารของทางราชการค่อนข้างครบถ้วนทุกอย่าง และทูตลาวประจำประเทศไทยได้รับรองว่าน.ส.มะนีกอนเป็นบุคคลสัญชาติลาวจริง เพียงแต่ว่ายังไม่ได้จดทะเบียนโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทย


นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลไทยประกาศให้คนไทยรวมทั้งคนต่างชาติที่อยู่ประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนได้ น.ส.มะนีกอนก็ได้ใช้สทิธิในฐานะที่ตัวเองได้อยู่ในประเทศไทยมานาน ลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่านทางแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว แต่ภายหลังทางระบบได้แจ้งเตือนว่าน.ส.มะนีกอนไม่มีสัญชาติไทย ทำให้ไม่สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุขในประกาศดังกล่าว เพราะเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ทราบมาว่าทั้งรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขให้ตัวแทนขององค์การอนามัยโลกมาฉีดวัคซีนเข็มแรก แต่ในกรณีของน.ส.มะนีกอนที่เป็นเสมือนคนไทยถูกปฏิเสธการฉีดวัคซีน

“หรือระบบของกระทรวงสาธารณสุขมีอะไรซับซ้อนหรือวันที่ให้ตัวแทนขององค์การอนามัยโลกมาฉีดเป็นเพียงแค่การสร้างภาพ เชื่อว่ากรณีนี้ไม่ใช่กรณีเดียวของประเทศไทยที่ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยมานาน เชื่อว่าเชื้อโรคไม่ได้แยกประเทศ แยกสัญชาติ ฉะนั้นเขาควรได้รับการฉีดวัคซีน จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปพูดคุยกับกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางมาตรการชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในไทย ควรจะได้รับสิทธิเขารับการฉีดวัคซีนได้” นายศรีสุวรรณ กล่าว .- สำนักข่าวไทย.


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ลูกไก่กำพร้าขี้อ้อน เป็นพีอาร์หน้าร้านคอยรับแขก

พาไปดูความแสนรู้ของลูกไก่กำพร้า หลงมาพบลุงเจ้าของร้านขายของชำ กลายเป็นความผูกพัน เจ้าไก่ตัวน้อยรับหน้าที่พีอาร์ คอยต้อนรับลูกค้าเต็มที่

หนูน้อย 9 ขวบ หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่น ยิงน้องดับ

อุทาหรณ์ เก็บปืนไว้ในบ้าน เด็กชายวัย 9 ขวบ ไปเที่ยวบ้านญาติ ขึ้นไปเล่นชั้นบน หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่นโดยไม่รู้ว่าเป็นปืนจริง ยิงใส่เด็กอีกคนเสียชีวิต

เผยน้ำท่วมเกาหลีใต้ทำให้มีคนตายในอพาร์ตเมนต์กึ่งใต้ดิน

โซล 9 ส.ค.-ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปีที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 คน บาดเจ็บ 14 คน และสูญหาย 6 คน โดยผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเมื่อคืนวันจันทร์ในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบทำให้เกิดน้ำท่วมท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และไฟดับในพื้นที่หลายแห่ง บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกสูงสุดในรอบ 80 ปีอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบจะยังคงมีฝนตกหนักต่อไปอีกหลายวัน สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 40-49 ปี 2 คน และเด็กหญิงอายุ 13 ปี 1 คน เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับท้องถนน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) โดยที่อพาร์ตเมนต์เหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ ออกฉายในปี 2562 และประสบความสำเร็จทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนเรื่องราวของครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินในเกาหลีใต้และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเท่าระดับถนน […]

ข่าวแนะนำ

สภาล่ม ถกกฎหมายลูกเลือกตั้ง

สุดยื้อ! รัฐสภาล่ม หลังใช้เวลา 5 ชั่วโมง ถกกฎหมายลูกมาตราเดียว พบ ส.ส. พท.- พปชร. หายเกือบยกพรรค ขณะในขั้นการขานชื่อแสดงตน มี ส.ส.-ส.ว. แสดงตนครบ แต่กลับไม่ร่วมลงมติ

กนง.มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี

คณะกรรมการ กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.50 เป็นร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นพลทหารเรือ อายุ 23 ปี รวมมีผู้เสียชีวิต 16 คน และยังมีผู้บาดเจ็บต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก 16 คน

นายกฯ สั่งรับมือ “พายุมู่หลาน”

นายกฯ กำชับหน่วยงานดูแลให้ความช่วยเหลือและบริหารจัดการน้ำเตรียมความพร้อม หลังกรมอุตุฯ ประกาศเตือนดีเปรสชัน “มู่หลาน” ทำให้ภาคเหนือ อีสาน และตะวันออกมีฝนตกหนัก 11-13 ส.ค. นี้