fbpx

แจงผลชันสูตรแม่บ้าน ตายหลังฉีดแอสตราฯ

กทม. 11 มิ.ย.-หน.แผนกนิติเวช รพ.ภูมิพล แจงยิบผลชันสูตรแม่บ้านหญิงวัย 46 ตายหลังฉีดแอสตราเซเนกา พบปอด 2 ข้างบวมน้ำ-เลือดออกในถุงหุ้มหัวใจ-กล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด-เส้นเลือดหัวใจตีบ

นาวาอากาศตรี นพ.อรรถสิทธิ์ ดุลอำนวย หัวหน้าแผนกนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ แถลงข่าวที่ ศบค. ถึงความคืบหน้าการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงวัย 46 ปี ที่เสียชีวิตหลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ว่า ในภาพรวมขณะนี้ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนไปแล้วทั้งสิ้น 5.6 ล้านโดส ดังนั้นการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แต่ เพื่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องขอเรียนว่า อาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีนไม่เท่ากับผลข้างเคียง และไม่เท่ากับการแพ้วัคซีน รวมถึงการแพ้วัคซีนขณะนี้พบในอัตราน้อยกว่า 1ต่อ การฉีดแสนโดส และยังถือว่าอยู่ในระดับที่วัคซีนมีความปลอดภัย ซึ่งถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีการเสียชีวิตรายใดเกิดจากการฉีดวัคซีน คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสรุปผลแล้ว 12 ราย มีโรคสาเหตุการตายชัดเจน ไม่ได้เกิดจากวัคซีน ดังนั้นขณะนี้ถือว่าข้อมูลยืนยันว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ส่วนการพิจารณาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้เงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของ สปสช.


นาวาอากาศตรี นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลเรื่องการชันสูตรศพกรณีผู้ป่วยหญิง อาชีพแม่บ้าน อายุ 46 ปี เสียชีวิตอย่างกะทันหัน และไม่คาดคิด โดยศูนย์อำนวยการร่วมการชันสูตร ณ ที่เกิดเหตุได้รับแจ้งจากร้อยเวรประจำวัน สน.บางเขน โดยแพทย์เวรของโรงพยาบาลภูมิพล คือ ร.อ.หญิงนิจชา รุทพิชัยรักษ์ เดินทางไปชันสูตรศพ ณ ที่เกิดเหตุ ในวันที่ 9 มิถุนายน 2564 เวลา 00.30 น. ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นผู้เสียชีวิต เป็นหญิงอายุ 46 ปี สมรสแล้ว มีอาชีพแม่บ้าน เสียชีวิตหลังได้รับวัคซีน โควิด-19 โดยมีโรคประจำตัวเป็นโรคไมเกรน

นาวาอากาศตรี นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าววว่า ไทม์ไลน์ของผู้ป่วยโดยสรุปคร่าวๆ คือเวลาประมาณ 11.45 น. ผู้ป่วยได้รับการฉีดวัคซีนยี่ห้อแอสตราเซเนกา ที่ศูนย์ฉีดวิทยาลัยเทคนิคไทยบริหารธุรกิจ หลังการฉีดวัคซีนมีการสังเกตอาการจนครบ 30 นาที ผู้ป่วยไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด หลังจากกลับบ้านผู้ป่วยเริ่มมีอาการไข้ อ่อนเพลียเล็กน้อย หลังจากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. ผู้ป่วยบ่นไม่ไหว และมีอาการชักเกร็ง หมดสติ เพื่อนบ้านได้ช่วยทำ CPR และตามรถกู้ชีพฉุกเฉิน จากนั้นเวลา 23.10 น. ทำการปั๊มหัวใจ กู้ชีพไม่สำเร็จ และเสียชีวิต ซึ่งแพทย์เวรที่เดินทางไปยังที่เกิดเหตุลงความเห็นว่าตายแบบไม่ปรากฏเหตุ และตายแบบไม่ทราบสาเหตุ จึงส่งศพมาชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลภูมิพล


นาวาอากาศตรี นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่าผลการชันสูตรศพพบผู้ป่วยมีภาวะบวมน้ำที่ปอดทั้งสองข้างอย่างรุนแรง พบเลือดออกในถุงหุ้มหัวใจ ปริมาณ 180 ซีซี หัวใจห้องบนขวามีการฉีกขาดซึ่งเป็นการฉีกขาดที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน นอกจากนี้ผู้ป่วยยังมีหัวใจตายชนิดเก่าที่หัวใจห้องล่างซ้าย และมีเส้นเลือดหัวใจตีบ ทั้ง 3 เส้น คือเส้นหน้าซ้าย เส้นขวา และเส้นหลังซ้าย สรุปสาเหตุการตายของผู้ป่วยรายนี้ ผู้ป่วยมีเลือดออกที่ถุงหุ้มหัวใจจากหัวใจห้องบนขวาฉีกขาด จากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ดังนั้นสาเหตุการตายของผู้ป่วยรายนี้ก็ได้สรุปอย่างชัดเจนตามที่ได้แจ้ง

นาวาอากาศตรี นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวอีกว่าขณะนี้อยู่ในกระบวนการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถึงอาการไม่พึงประสงค์ ภายหลังการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีน ว่าการตายของผู้ป่วยรายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนหรือไม่ ดังนั้นขอให้ติดตามการ สรุปผลของคณะกรรมการในขั้นต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีดังกล่าวมีการนำเสนอข่าวทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจ ถึงสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวไมเกรน ส่งผลต่อการทำให้เกิดการเสียชีวิตหรือไม่

นาวาอากาศตรี นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการเสนอข้อแนะนำไปแล้วว่าผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนและรับประทานยาไมเกรนเป็นประจำนั้นให้งดตามข้อมูลเบื้องต้นก่อนไปฉีดวัคซีน แต่สำหรับผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้รับประทานยาไมเกรนเม็ดสีฟ้าตัวเดียวกับที่ปรากฏในข่าว ดังนั้นอาจเป็นความสับสน ข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายนี้คือเลือดออกที่เยื่อหุ้มหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนหรือไม่ทางคณะกรรมการกำลังตรวจสอบ ซึ่งคงทราบผลได้ในเร็วๆ นี้.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

อย. ไม่แนะนำใช้ปืนฉีดแอลกอฮอล์ เสียเงินฟรีแถมเสี่ยงอันตราย

อย. ห่วงใย ไม่แนะนำใช้ปืนฉีดแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อโรค เสียเงินฟรีแถมเสี่ยงอันตราย เพราะละอองฝอยทำให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวไม่เพียงพอ ลดประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคฟุ้งกระจาย

แนะ “10 ข้อ” ป้องโควิด-19 ย้ำขอให้ทำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะแนวทางปฏิบัติ 10 ประการ สำหรับทุกบ้าน เพื่อป้องกันเชื้อโควิด 19 เข้าบ้าน ย้ำให้ทุกคนปฏิบัติทันทีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนอกบ้าน อาทิ ทำความสะอาดรถยนต์ ถอดรองเท้านอกบ้าน ล้างมือฟอกสบู่นานไม่น้อยกว่า 20 วินาที ไม่สัมผัสสัตว์เลี้ยง หรือคนในบ้านก่อนอาบน้ำ

เปิดจองคิวนัดหมายฉีดวัคซีน 18 ปีขึ้นไป 29 ก.ค.นี้

ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เปิดจองคิวนัดหมายฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ผู้สูงอาย 60 ปีขึ้นไป และ 7 กลุ่มโรค ผ่าน 4 ค่ายมือถือ ลงทะเบียน 29 ก.ค.64 เริ่มฉีด 1-31 ส.ค.64

นายกฯ วางพานพุ่มถวายพระพรชัยมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา

นายกรัฐมนตรี นำวางพานพุ่มถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ข่าวแนะนำ

“เกชา เปลี่ยนวิถี” นักแสดงอาวุโส เสียชีวิตจากโควิด ในวัย 95 ปี

“เกชา เปลี่ยนวิถี” นักแสดงอาวุโส เสียชีวิตแล้วในวัย 95 ปี หลังติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดอุทัยธานี เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา

แนะ “10 ข้อ” ป้องโควิด-19 ย้ำขอให้ทำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะแนวทางปฏิบัติ 10 ประการ สำหรับทุกบ้าน เพื่อป้องกันเชื้อโควิด 19 เข้าบ้าน ย้ำให้ทุกคนปฏิบัติทันทีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนอกบ้าน อาทิ ทำความสะอาดรถยนต์ ถอดรองเท้านอกบ้าน ล้างมือฟอกสบู่นานไม่น้อยกว่า 20 วินาที ไม่สัมผัสสัตว์เลี้ยง หรือคนในบ้านก่อนอาบน้ำ

นายกฯ สั่งเฝ้าระวังการระบาดข้ามจังหวัด

นายกรัฐมนตรี รับฟังปัญหาจังหวัดสีแดงเข้ม หวังแก้ปัญหาโควิด-19 ทันท่วงที สั่งเฝ้าระวังการระบาดข้ามจังหวัด พร้อมขอให้กระจายยาฟาวิพิราเวียร์ให้ทั่วถึง ห้ามขาดแคลน

วัดดังสมุทรสาคร เผาศพโควิดจนเตาพัง

วัดป้อมวิเชียรโชติการาม พระอารามหลวง ต.มหาชัย จ.สมุทรสาคร เผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิดแทบทุกวันจนเตาพัง เจ้าอาวาสต้องเร่งสั่งซ่อมเตาเผาเป็นการด่วน