รัฐสภา 4 มิ.ย.-เครือข่าย We Fair ร้องฝ่ายค้านจี้กมธ.งบ 65 จัดลำดับความสำคัญงบ ชี้ทุ่มนโยบายสวัสดิการสังคมมากกว่าซื้ออาวุธ ไม่สอดคล้องสถานการณ์บ้านเมือง ต้องนำงบอภิสิทธิ์ชน งบทหารมาเป็นกองกลาง
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทยและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เป็นตัวแทนพรรคฝ่ายค้านรับหนังสือจาก เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือ We Fair เพื่อขอให้จัดลำดับความสำคัญในนโยบายสวัสดิการสังคม ได้แก่ สุขภาพ การศึกษา ประกันสังคม ที่อยู่อาศัย เงินอุดหนุนเด็ก บำนาญประชาชนมากกว่านโยบายที่ไม่ใช่ลำดับความสำคัญ เช่น งบประมาณการจัดซื้ออาวุธ
นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ แกนนำเครือข่ายฯ กล่าวว่า งบประมาณปี 65 ไม่ตอบโจทย์ 3 ประเด็น ได้แก่ งบสวัสดิการประชาชนถึงลดลง 10% ขณะที่ยังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 แต่งบราชการกลับยังเพิ่มสูงขึ้น และยังไม่จัดลำดับความสำคัญของงบ โดยเฉพาะงบประมาณของกระทรวงกลาโหมสูงมากเป็นลำดับที่ 4 แต่กลับปรับลดในส่วนของประกันสังคม บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และงบประมาณ สปสช. ทำให้มีข้อกังวลว่าอาจจะทำให้มีการปรับลดลงอีกหรือไม่ในวาระที่ 2
“การจัดงบฯ ครั้งนี้ยังพบวิกฤตการณ์ของความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะเงินอุดหนุนประชาชนใน 3 นโยบาย ได้แก่ นโยบายดูแลเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี และนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุที่ยังไม่มีการปรับขึ้น รวมถึงเบี้ยนโยบายคนพิการก็ยังเท่าเดิม แต่เงินสวัสดิการราชการกลับมากกว่าสวัสดิการของประชาชน เพราะงบประมาณ 40% ล้วนแต่เป็นเงินข้าราชการที่มาจากงบประมาณของประเทศ ดังนั้น ต้องปฏิรูประบบข้าราชการ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ความสำคัญกับกำลังพลกองทัพมากกว่าข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษา ซึ่งดูได้จากงบประมาณกระทรวงกลาโหมที่ได้มากกว่า และวิกฤติการณ์โควิด ไม่ตอบโจทย์กับเศรษฐกิจ ทางเครือข่ายจึงมายื่นหนังสือถึงกมธ.วิสามัญงบประมาณฯ เพื่อขอให้พิจารณาและให้ครม.ทบทวนการจัดสรรงบประมาณใหม่” นายนิติรัตน์ กล่าว
นายพิธา กล่าวว่า งบประมาณปีนี้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองและไร้สามัญสำนึก จัดงบระหว่างอภิสิทธิ์ชนกับประชาชนในยามที่ประเทศดิ่งเหว สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นสังคมไทยว่าเป็นแบบใด เรามีหน้าที่ปกป้องสวัสดิการของประชาชนที่ให้สัญญาไว้ คือการรีดไขมันเพื่อนำงบของอภิสิทธิ์ชนและงบของทหารมาเป็นกองกลางให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปจัดซื้อวัคซีนมากว่าการจัดซื้ออาวุธและกระจายงบประมาณคืนกลับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ต้องถูกตัดงบไป ทั้งนี้ จะไปพูดคุยในกมธ.และรัฐบาลถึงเรื่องรัฐสวัสดิการในประเทศให้เขาได้เข้าใจ เพราะเราต้องโอบอุ้มคนเปราะบางให้ใช้ชีวิตต่อไปได้และประเทศไทยต้องฟื้นฟูใหม่
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.งบฯ ฉบับนี้ว่าเป็นกฎหมายที่ต้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะปัจจุบันประเทศเกิดวิกฤติเชื้อโรคที่โจมตีกับทุกคน ดังนั้น ชีวิตมนุษย์ย่อมสำคัญกว่าวัตถุ โดยการจัดงบประมาณปี 65 ให้ความสำคัญกับวัตถุ การก่อสร้างและการซื้ออาวุธมากกว่าชีวิตประชาชน ทางกมธ.วิสามัญงบประมาณฯ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดและสื่อไปถึงรัฐบาลว่าประชาชนไม่ใช่ลูกหนี้ ผู้รับใช้ แต่รัฐบาลและข้าราชการเป็นหนี้กับประชาชน เพราะเงินเดือนทุกบาทมาจากภาษีของประชาชน
น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลจัดสรรงบประมาณไม่ใส่ใจประชาชน ซึ่งในวาระแรกในชั้นพิจารณารับหลักการ ทางส.ส.ฝั่งรัฐบาลก็อภิปรายอย่างดุเดือด ชี้ให้เห็นความบกพร่องถึงร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่ท้ายสุดกลับลงมติรับหลักการ ตนคิดว่าต้องติดตามในการพิจารณาหลักการในวาระ 2 และจะร่วมกันตรวจสอบต่อไป.-สำนักข่าวไทย