fbpx

จัดการวัคซีนต้องปรับตามสถานการณ์

เอเชียทีค 28 พ.ค.- นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกสถานพยาบาลที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ปรับการกระจายวัคซีนประเมินรายเดือน เรื่องการบริหารจัดการวัคซีน ต้องปรับตามสถานการณ์ ยันพรรคร่วมเข้าใจกันดี


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกสถานพยาบาล  ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและหอการค้าไทย  ดำเนินการโดยศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และโรงพยาบาลบางปะกอก

สำหรับหน่วยบริการเอเชียทีค  ตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าโกดัง 4  ขนาดกว้าง 2462 ตารางเมตร  โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากโรงพยาบาลบางปะกอก 1  และสามารถรองรับการฉีดวัคซีนได้กว่า 2,000 คนต่อวัน  โดยมีการเตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่มาฉีดวัคซีน  ควบคุมมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด  พร้อมแจกหน้ากากอนามัยเจลแอลกอฮอล์และน้ำดื่มให้กับประชาชนที่ฉีดวัคซีนทุกคน


นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนช่วยในการฉีดวัคซีนของรัฐบาลกระจายให้ทั่วถึงประชาชน   การบริหารจัดการกระจายวัคซีนจะเป็นตามปริมาณของวัคซีนที่เข้ามาในแต่ละเดือน   ซึ่งขณะนี้ได้มีการฉีดไปยังประชาชนหลายกลุ่มแล้ว  โดยการฉีดวัคซีนก็มีระบบที่เสริมขึ้นมาอีก  แม้ว่าจะมีการชะลอการลงทะเบียนหมอพร้อม  แต่ก็เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนทางเลือก  เช่น ไทยร่วมใจของกรุงเทพมหานครที่เพียงวันเดียว มีประชาชนมาลงทะเบียนมากกว่า 1 ล้านคน อย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหมดจะเข้าไปสู่ระบบหมอพร้อม  ในการติดตามอาการ และออกใบรับรอง  ทั้งนี้ในแต่ละจังหวัดก็จะมีการทำระบบรับลงทะเบียนเป็นของตนเอง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดกำลังกำเนินการอยู่

นายกรัฐมนตรี  ย้ำว่า ประชาชนทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นนอนไม่ต้องกังวล  อย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้จัดจุดบริการ 25 จุด  กระจายให้กับประชาชน ขณะที่การบริหารจัดการวัคซีน  จะต้องเป็นไปตามสัดส่วนที่รัฐบาลมอบให้ในแต่ละพื้นที่  และจะต้องมีการประเมินเป็นรายเดือน   ซึ่งเป้าหมายการฉีดวัคซีนทั้งหมด ยังเป็นไปตามเดิมคือเดือนธันวาคมนี้

“การกระจายวัคซีนในเดือนมิถุนายนนี้  จะกระจายให้ได้มากที่สุด  กระจายเป็นรายเดือน  ยอดการกระจายต้องวางแผนตามนี้  และเรื่องการจัดการบริการวัคซีน คงไม่ต้องขอโทษ  เพราะการบริหารจัดการกับคนหมู่มาก  ต้องมีความยืดหยุ่นอ่อนตัว และทั้งหมดรัฐบาลได้มีการวางแผนล่วงหน้าแล้ว  เป็นการปรับการทำงาน  ไม่ใช่กลับไปกลับมา  เป็นการทำงานที่วางแผนไว้ล่วงหน้าตามสถานการณ์การกระจายวัคซีน ทุกอย่างต้องมีการปรับ   ดังนั้นจึงขอความร่วมมือทุกคน  อย่าเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เกิดประโยชน์และนำไปสู่ความขัดแย้ง  เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่  โดยเฉพาะบุคลาการทางแพทย์ที่ทุ่มเททำงานอยู่ในขณะนี้” พล.อ.ประยุทธ กล่าว


นายกรัฐมนตรี   ยังกล่าวถึงการเอาผิดกับบริษัท แอคแทป แอสเซ็ทส์ จำกัด ที่มีการแอบอ้างในการนำเข้าวัคซีนชิโนฟาร์ม  ว่าเรื่องดังกล่าวต้องมีการดำเนินการต่อไป ดังนั้นไม่ต้องมาถามล่วงหน้า  และการนำเข้าวัคซีนชิโนฟาร์ม มีบริษัทที่ติดต่อไปยังองค์การอาหารและยา  เพื่อขึ้นทะเบียนและกำลังพิจารณาเรื่องการนำเข้า ทุกอย่างต้องดำเนินการด้วยความถูกต้อง  และไม่จำเป็นต้องมาติดต่อผ่านตนเอง แต่ต้องทำตามขั้นตอน

สำหรับกรณีที่สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ  แถลงข่าวตรวจพบโควิด-19 ชนิดใหม่ มาจากประเทศไทย  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าโควิดสามารถมีได้ทุกสายพันธุ์ ดังนั้นขออย่าไปวิตตกกังวลให้มาก  เพราะสามารถรักษาได้  และวัคซีนที่มีอยู่ก็ใช้ป้องกันได้ สิ่งสำคัญคือ การไปฉีดวัคซีน นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการวัคซีน  ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ทุกพรรคเข้าใจกันดี  เมื่อวานนี้ก็ได้มีการคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา  ทุกพรรคก็เข้าใจ จะไม่ปัญหาเรื่องวัคซีนรัฐบาลทำงานโดยนำข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุขมาวิเคราะห์  และนำเข้าสู่ ศบค. ก็มีแต่คนแถวนี้ที่ยุแยงตะแคงรั่ว  ดังนั้นอย่าทำให้เกิดความแตกแยกในทุกเรื่อง .- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ประชาชนสนใจซื้อสลากผ่านแอปฯ เป๋าตัง แม้ยุ่งยากเล็กน้อย

ประชาชนตอบรับซื้อสลากโครงการ GLO Official Sellers ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” 2 วันกว่า 3,850 ฉบับ ผู้ค้ารายย่อยระบุช่วงแรกคนซื้อสับสน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่โฆษกสำนักงานสลากฯ ย้ำคนซื้อสลากจะมากขึ้นช่วงใกล้วันสลากออก ชี้แนวทางนี้ป้องกันนำสลากไปขายเวียนเทียนได้จริง แถมคนซื้อได้ราคา 80 บาทต่อใบแน่นอน

แม่โพสต์หมอจ่ายยาผิด ลูกชายกินทีเดียว 14 เม็ด หลับยาว

แม่วัย 35 ปีชาวบุรีรัมย์โพสต์เป็นอุทาหรณ์ หลังโรงพยาบาลจ่ายยาผิดทำให้ลูกวัย 10 ขวบกินยารวดเดียว 14 เม็ดจนหลับยาว

ข่าวแนะนำ

ยอดโควิดติดเชื้อเพิ่ม 3,667 ราย เสียชีวิต 32 ราย

ศบค.เผยยอดโควิดวันนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3,667 ราย หายกลับบ้านแล้ว 4,948 ราย เสียชีวิต 32 ราย ขณะที่มีผู้รับวัคซีนแล้วกว่า 7 ล้านโดส ไทยยังรั้งอันดับที่ 78

“อนุชา” ยืนยันคนไทยได้ชมฟุตบอลยูโรครบทุกคู่

“อนุชา” ยืนยันคนไทยได้ชมฟุตบอลยูโรครบทุกคู่ ดึงช่อง 3 พีพีทีวี และทรู ร่วมถ่ายทอดสด ไฟเขียวให้สื่อนำคลิปการแข่งขันไปเผยแพร่ต่อได้