fbpx

มอบเงินช่วยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด

ทำเนียบ 11 พ.ค. – นายกฯ เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19   พร้อมยืนยันรัฐบาลดูแลเจ้าหน้าที่ทุกคนอย่างเต็มที่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้(11 พ.ค.) ยังคงเป็นการประชุม ผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอร์เร้นเช่นเดิม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 และเป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุข ซึ่งจะมีแค่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ที่ประชุมอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับวาระการประชุมที่น่าสนใจคาดว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ขออนุมัติจ่ายเงินในหลายโครงการ นอกจากนี้คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้รายงานสถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นด้วย รวมถึงการดำเนินการที่เกี่ยวกับสถานการร์โควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและความความพร้อมของหน่วยฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล สำหรับกลุ่มที่มีอาชีพเสี่ยงและมีโอกาสสัมผัสกับคนจำนวนมาก เช่นที่ 1. เซ็นทรัล ลาดพร้าว ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี 2. เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ร่วมกับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล 3. ไอคอนสยาม ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช โดยนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเซนทรัลบาดพร้าว สามย่านมิตรทาวน์ และจามจุรีสแควร์ 


นอกจากนี้ที่ประชุมคาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้รายงานสถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นด้วย รวมถึงการดำเนินการที่เกี่ยวกับสถานการร์โควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและความความพร้อมหน่วยฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล สำหรับกลุ่มที่มีอาชีพเสี่ยงที่มีโอกาสสัมผัสกับคนจำนวนมาก เช่นที่ 1. เซ็นทรัล ลาดพร้าว ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี 2. เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ร่วมกับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล 3. ไอคอนสยาม ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช โดยนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ในหลายที่ทั้งเซนทรัลบาดพร้าว สามย่านมิตรทาวน์ และจามจุรีสแควร์ 

นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะนำเแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าหารือในที่ประชุมอีกหลังโดยเฉพาะการพิจารณาเพิ่มทุน 5 หมื่นล้านบาทให้การบินไทยตามแผนฟื้นฟูฯ และการพิจารณานำการบินไทยกลับเป็นรัฐวิสาหกิจประเภท 3 เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันเงินกู้หรือเพิ่มทุนได้อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการประชุมครม.พลเอกประยุทธ์  ได้เป็นประธานในการมอบเงินช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 24 ราย จากเงินบริจาค บัญชี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรับบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และพลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนรับมอบ


โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะให้การดูแลบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้ดีที่สุด เพราะไม่ต้องการให้ใครต้องติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น  พร้อมขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้รัฐบาลและ ศบค. ได้เตรียมมาตรการต่าง ๆ อย่างเต็มที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และขอความร่วมมือประชาชนดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

สำหรับกองทุนสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อให้ความช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ปฏิบัติงาน ด้าน COVID-19 ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงาน มียอดเงินบริจาค ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 จำนวน 28,327,896.82 บาท ซึ่งที่ผ่านมาได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 102 ราย เป็นเงินจำนวน 3,800,000 บาท ทั้งนี้การระบาดระลอกปัจจุบัน ได้ให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ เพิ่มเติม จำนวน 24 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 730,000 บาท ประกอบด้วย 1. บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สนับสนุน สังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 21 ราย มอบเงินช่วยเหลือ รายละ 30,000 บาท จำนวนเงินทั้งสิ้น 630,000 บาท 2. เจ้าหน้าที่สนับสนุนทั้งด้านสาธารณสุข สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 3  ราย เป็นเงิน 100,000 บาท  ประกอบด้วย 1. กรณีบาดเจ็บผู้ป่วยใน จำนวน 2 ราย มอบเงินช่วยเหลือรายละ 30,000 บาท และ 2. กรณีบาดเจ็บสาหัส 1 ราย มอบเงินช่วยเหลือรายละ 40,000 บาท

นอกจากนี้นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สำนักงาน คปภ. สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อส่งมอบแก่บุคลากรทาง การแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 274,000 ราย วงเงินความคุ้มครอง 275,410 ล้านบาท  เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรดังกล่าว   ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณ ที่ได้มอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความเสียสละ และเสี่ยงภัยตลอดเวลา ในส่วนของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนก็พยายามทำอย่างเต็มที่และให้ดีที่สุด ขอยืนยันนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไม่ท้อแท้ แม้ที่ผ่านมาจะมีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนต่างๆ แต่เชื่อมั่นภายในระยะเวลาไม่นานทุกอย่างจะดีขึ้น ขณะนี้ได้สั่งการให้เร่งรัดฉีดวัคซีนให้มากขึ้นตามปริมาณวัคซีนที่กำลังจะเข้ามาเพิ่ม และขอให้ทุกคนระมัดวังดูแลตัวเองให้ดีที่สุดและปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

แม่โพสต์หมอจ่ายยาผิด ลูกชายกินทีเดียว 14 เม็ด หลับยาว

แม่วัย 35 ปีชาวบุรีรัมย์โพสต์เป็นอุทาหรณ์ หลังโรงพยาบาลจ่ายยาผิดทำให้ลูกวัย 10 ขวบกินยารวดเดียว 14 เม็ดจนหลับยาว

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจสอบลานพญานาค “ลุงพล”

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ลงพื้นที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตรวจสอบองค์พญานาคบ้านลุงพล หลังมีการยุบตัวของดิน เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย

ข่าวแนะนำ

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ปิดรับยื่นจอง “ซิโนฟาร์ม”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ปิดรับการยื่นความประสงค์ขอรับวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” แล้ว รวม 5 วัน มียอดจอง 17,070 องค์กร 4,873,659 คน

ขุดพบโคตรเพชร 1,098 กะรัต ใหญ่อันดับ 3 ของโลก

พาไปดูโคตรเพชรที่ขุดพบในประเทศบอตสวานา แถบแอฟริกา เชื่อว่าน่าจะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ส่วนที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้ กำลังคลาคล่ำด้วยชาวบ้านหลายพันคนที่แห่กันมาขุดหาเพชรบนเนินเขา

ศบค.ปรับพื้นที่โซนสีใหม่ ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเหลือ 4 จว.

ศบค. ปรับพื้นที่โซนสีใหม่ ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เหลือ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ พร้อมมาตรการผ่อนคลาย เริ่ม 21 มิ.ย.นี้