fbpx

รัฐบาลเดินหน้าดูแล “สังคมสูงอายุ”

กรุงเทพฯ 13 เม.ย.-รัฐบาลเดินหน้าดูแล “สังคมสูงอายุ” นายกฯ ส่งเสริมให้คนไทยออมเงินทุกช่วงวัย มีใช้ยามชรา

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ (13 เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังผู้สูงอายุ ครอบครัวพี่น้องชาวไทย รวมถึงผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานด้านกิจการผู้สูงอายุ โดยหวังให้คนไทยตื่นตัวเรื่องสังคมสูงอายุให้มากขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับคนทุกคน รัฐบาลจึงได้กำหนดให้ “สังคมสูงอายุ” เป็นวาระแห่งชาติ และได้สานต่อแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ (พ.ศ.2545-2565) เพื่อสร้างความพร้อมสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ที่คาดการณ์ปี 2564 จะมีประชากรไทย อายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จะมีคนไทยอายุถึง 60 ปี ปีละล้านคน รวมถึงในปี 2576 สัดส่วนผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มสูงถึงร้อยละ 28 เข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด


สำหรับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการผู้สูงอายุ รัฐบาลกำหนดให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ (25-59 ปี) และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ในส่วนกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการออม การสร้างทัศนคติไม่มองผู้สูงอายุเป็นภาระ การให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลผู้สูงอายุ และการปรับสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับสภาพผู้สูงอายุ ส่วนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้สูงอายุ จะเน้นการเสริมทักษะการทำงานใหม่ การสร้างแรงจูงใจให้นายจ้างที่จ้างผู้สูงอายุ การสร้างงานผู้สูงอายุที่เป็นแรงงานนอกระบบ สนับสนุนเงินทุนกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพผู้สูงอายุ ในด้านสุขภาพ รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาระบบการให้บริการสาธารณสุขให้ผู้สูงอายุได้รับการตรวจ ป้องกัน และดูแลสุขภาพในระยะยาวที่บ้านและในชุมชนตามระดับความจำเป็น

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นอกจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลการรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ยังพบว่าคนไทยมีอายุยืนขึ้น และผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย ในปี 2563 ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ย 80.4 ปี ผู้ชายมีอายุเฉลี่ย 73.2 ปี และในปี 2583 อายุเฉลี่ยทั้งเพศหญิงและชายอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 83.2 ปี และ 76.8 ปี ดังนั้น เพื่อเชิญชวนให้คนไทยออมเงินจะได้มีใช้ในวัยเกษียณ ด้วยการเริ่มต้นการออมขณะที่อายุยังน้อย โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น เกษตรกร รับจ้างทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า วินมอร์เตอรไซด์ เป็นต้น รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการในหลายรูปแบบเพื่อสร้างหลักประกันในวัยเกษียณแก่ประชาชน คือ 1) การออมของผู้มีอาชีพอิสระ เริ่มออมได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี ผ่านกองทุนเงินออมแห่งชาติ (กอช.) รัฐบาลช่วยสมทบด้วย ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกกว่า 2.4 ล้านคน 2) สำนักงานประกันสังคม เมื่อปีที่แล้วได้ปรับปรุงกฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีอายุเกิน 60 ปี แต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ขณะนี้มีจำนวนผู้ประกันตนกว่า 3.5 ล้านคน และ 3) ล่าสุด มี.ค.. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่างกฎหมายตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เพื่อการออมไว้ใช้ยามเกษียณของลูกจ้างในระบบทุกประเภท


“นายกรัฐมนตรีกล่าวในหลายโอกาสว่า อยากให้คนไทยทุกช่วงวัย เห็นคุณค่าของการออม ซึ่งถือเป็นการวางแผนชีวิตในระยะยาวสำหรับทุกคน เพื่อสร้างหลักประกันด้านรายได้ มีเงินพอใช้ในการดำเนินชีวิตในช่วงสูงอายุ และยามจำเป็น แม้เวลานี้เราจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รายได้ลดลง ก็ขอให้คำนึงถึงการออมเพื่อบั้นปลายชีวิตด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเดินหน้าการกระจายการฉีดวัคซีน ซึ่งคาดว่า ในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น” นางสาวรัชดา กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ญาติยังคาใจ ฉีดวัคซีน 2 วัน เสียชีวิต

ครอบครัวติดใจ คนขับรถเอกซเรย์เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด 2 วัน ภรรยาเผยสามีไม่มีโรคประจำตัว ร่างกายแข็งแรง แต่ไม่ได้ชันสูตรศพ เพราะไม่อยากวุ่นวาย

หญิงชาวมาลีให้กำเนิดทารกแฝด 9 คน ครั้งแรกในโลก

หญิงชาวมาลี วัย 25 ปี สร้างความตกตะลึงให้กับวงการแพทย์ หลังให้กำเนิดทารกแฝด 9 ที่โรงพยาบาลในคราวเดียว เป็นครั้งแรกในโลก

ลูกหลานแพร่เชื้อ หลวงตาติดโควิด 2 วันมรณภาพ

เผาทันที ศพหลวงตา วัย 73 ปี ติดโควิด-19 แค่ 2 วัน มรณภาพ คาดรับเชื้อจากญาติโยมกลุ่มลูกหลานที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ

ข่าวแนะนำ

นพ.ทวี อธิบายประสิทธิภาพวัคซีนไม่แตกต่างกัน

“นพ.ทวี” แนะประชาชนอย่าคำนึงถึงตัวเลขประสิทธิภาพวัคซีนโควิด-19 ในแต่ละยี่ห้อ แต่ขอให้ดูอัตราการลดการเสียชีวิต เพราะทุกวัคซีนลดตายได้ 100%

พ่อแม่ลูกหนีตายพายุซัดบ้านพัง ลูก 7 ขวบดับ

สุดสลด!! พ่อแม่ลูกหนีตายจากพายุฝนพัดถล่มจนบ้านพัง กระโดดลงเรือหนีแต่ถูกคลื่นซัดจนอับปางลูกชายวัย 7 ขวบ จมน้ำดับต่อหน้าพ่อแม่