fbpx

รัฐสภาผ่านวาระสอง ร่าง รธน. แก้ไขเพิ่มเติม

รัฐสภา 25 ก.พ. -รัฐสภาผ่านวาระสอง ร่าง รธน. แก้ไขเพิ่มเติม เห็นด้วยทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมีผู้ใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่ง


การประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256/16 กรณีการลงประชามติ โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แสดงความเห็นว่า การกำหนดให้ “ผู้มีสิทธิออกเสียงมาออกเสียงลงคะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่งให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีอันตกไป” นั้น เป็นความคิดไม่ถูกต้อง อาจเกิดกรณีที่ผู้มีอำนาจในเวลานั้นไม่ประสงค์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีการประชาสัมพันธ์ ทำให้ประชาชนไม่ทราบถึงการลงมติ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นกับดักและอาจเป็นประตูที่เปิดให้ผู้มีอำนาจทำลายร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกับเสนอให้แก้ไข กำหนดให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงมาออกเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้กำหนดวันลงประชามติใหม่

ขณะที่นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า วิธีการประชามติแบบเดิมกำหนดให้ต้องใช้คะแนนไม่ถึง 1 ใน 5 แต่เมื่อมีการยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งตามมาตรา 13 ระบุว่าการออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในการจัดทำต้องมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง กรรมาธิการจึงเห็นว่าควรให้ความสำคัญตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติอยู่แล้ว เนื่องจากประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เฉพาะผู้มีสิทธิเท่านั้น ส่วนกรณีที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงมาออกเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งแล้วทำให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป โดยมีความกังวลเรื่องการประชาสัมพันธ์ที่ไม่เพียงพอนั้น ก็ยืนยันว่า ที่ผ่านมาการทำประชามติไม่เคยมีครั้งใดที่การประชาสัมพันธ์ไม่เพียงพอ แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ ในมาตรา 19 จึงกำหนดให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภาเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเป็นตัวป้องกันว่าจะเป็นไปตามกฎหมายที่ควรจะเป็น


จากนั้น ที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก คือ ให้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านต่อเมื่อมีผู้มีสิทธิออกเสียงออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ ด้วยคะแนนเห็นด้วย 521 ไม่เห็นด้วย 42 งดออกเสียง 17 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ทั้งนี้ ที่ประชุมก็ได้พิจารณา มาตรา256/17-19 ไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพิจารณาครบทุกมาตรา และผ่านวาระ 2 ทั้งหมด ซึ่งกระบวนการจากนี้ต้องพักไว้ 15 วัน ก่อนจะลงมติวาระ 3 ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงเดือนมีนาคม ที่จะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณา.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เผยน้ำท่วมชัยภูมิยังน่าห่วง 2 อำเภอ

สำรวจสถานการณ์น้ำท่วม จ.ชัยภูมิ กับนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ โดยขณะนี้อำเภอเมือง และอำเภอจัตุรัส สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เผยน้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในรอบ 50 ปี

ศบค.ลดวันกักตัวคนวัคซีนครบ เข้าไทยเหลือ 7 วัน

ศบค.เห็นชอบลดวันกักตัวต่างชาติ มีพาสปอร์ตวัคซีนเข้าไทยเหลือ 7 วัน – วัคซีนไม่ครบกักตัว 10 วัน คงเดินทางทางบกกักตัว 14 วันเหมือนเดิม เปิดออกกำลังกลางแจ้ง-ว่ายน้ำได้

ศบค.ขยายฉุกเฉิน เล่นดนตรีสดในร้านอาหารได้

ที่ประชุมศบค.ขยายระยะเวลาพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พ.ย. คงเคอร์ฟิวต่ออีก 15 วันแต่ลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 4 ทุ่มถึงตี 4 เปิดศูนย์การค้า-ร้านสะดวกซื้อได้ถึง 3 ทุ่ม ให้ร้านอาหารเล่นดนตรีสดได้ 1 ต.ค.นี้

ข่าวแนะนำ

สัญญาณดี! น้ำอ่างฯ ลำเชียงไกรลด 50% เตรียมนำเครื่องจักรเร่งซ่อมเเซม

ความคืบหน้าการซ่อมแซมคันดินพนังกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง เส้นทางที่ถูกน้ำท่วม รถสามารถผ่านได้ จนสามารถนำเครื่องจักรใหญ่เข้ามาซ่อมแซมได้แล้ว ส่วนปริมาณน้ำในอ่างลดลงประมาณ 50%

ปภ.เตือน 23 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง-น้ำท่วมฉับพลัน

อย่าเพิ่งวางใจ! ปภ.แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน กลาง และตะวันออก รวม 23 จังหวัด เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ โดยเฉพาะจันทบุรีและตราด ขอให้เฝ้าระวังพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ กระทบบ้านเรือนประชาชน

ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังน่าเป็นห่วง หลังน้ำเหนือเขื่อน – ท้ายเขื่อนสูงขึ้น ทำให้เขื่อนเจ้าพระยา ต้องเพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 300 หลัง

ชัยภูมิยังน่าห่วง ระดับน้ำท่วมสูง

สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดชัยภูมิ บริเวณหน้าโรงพยาบาลชัยภูมิ ระดับน้ำยังท่วมสูง การรับส่งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก