fbpx

ภท. รอฟัง พปชร.ลงดาบ ส.ส.โหวตสวน

พรรคภูมิใจไทย 23 ก.พ.- ภท. รอฟัง พปชร.ลงดาบ ส.ส.โหวตสวนมติพรรค ชี้ เอามาเทียบกรณี “โต้ง–แบต–แชมป์” ไม่ได้ เหตุตอนนั้นไม่ใช่มติพรรคร่วมฯ ด้าน “สิริพงศ์” เผยโดนลงโทษหนักมาแล้ว แนะ ส.ส.โหวตสวนรอรับผลจากการกระทำ

นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ที่สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลบางคนลงมติฝืนมติคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และเมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) พรรคพลังประชารัฐประชุมเร่งด่วน และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาบทลงโทษสมาชิก ที่ไม่ดำเนินการตามมติพรรคร่วมรัฐบาล โดยจะใช้เวลา 15 วัน เรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยเคารพการตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐ โดยจะรอ 15 วัน ว่าคณะกรรมการดังกล่าวจะมีการดำเนินการอย่างไร ดังนั้น ระหว่างรอผลเราจะไม่ดำเนินการใดๆทั้งสิ้น แต่จะกำหนดท่าทีหลังจากนั้น


นายภราดร กล่าวว่า ส่วนการนำกรณีที่เกิดขึ้นไปเปรียบเทียบกับกรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทยว่า สมัยที่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี สมาชิกท่านดังกล่าวโหวตงดออกเสียงไม่เลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ซึ่งไม่สามารถนำสองเหตุการณ์นี้มาเปรียบเทียบกันได้ เพราะเหตุการณ์ของนายสิริพงศ์เกิดขึ้น ก่อนที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล วันนั้นไม่มีมติพรรคร่วมรัฐบาลหรือแม้แต่มติพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่มี ดังนั้น สองเหตุการณ์จึงนำมาเปรียบเทียบกันไมได้ หรือแม้แต่กรณีของตนกับนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โดยอ้างถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจสมัยที่แล้ว ตนและนายกรวีร์ โหวตสวนมติพรรคร่วมในการให้โหวตเพื่อปิดอภิปรายขณะนั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นมติพรรคร่วมหรือวิปรัฐบาล เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม การกระทำของทั้งตน นายกรวีร์และนายสิริพงศ์ ที่ผ่านมาพวกเราไม่เคยที่จะหาข้ออ้าง แต่ยืดอกรับว่า พวกเรากระทำผิดต่อมติพรรค และพร้อมรับโทษที่ทางพรรคได้กำหนดบทลงโทษ พวกเราไม่เคยปฏิเสธโทษที่ทางพรรคได้พิจารณา พวกเรากล้าทำก็กล้ารับ ไม่เคยอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เคยพูดว่าไม่เดียงสาทางการเมือง และไม่เพียงแค่เอ่ยคำขอโทษ แต่พวกเรารับคำวินิจฉัยของพรรคเมื่อพรรคลงโทษ พร้อมรับโทษทุกประการที่พรรคพิจารณา

ด้าน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับบทลงโทษที่ตนได้รับจากการลงมติสวนมติพรรคในการโหวตเลือกนายกฯ คือ ถูกตัดสิทธิ์จากตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของวิป กรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณ ประธานกมธ.คณะต่างๆ งดการแสดงบทบาทภายในพรรค และงดการสนับสนุนพื้นที่เป็นเวลา 1 ปี เป็นต้น ซึ่งเป็นบทลงโทษที่หนัก


“ผมไม่เคยออกมาบอกว่าสงสารผมเถอะ ผมพูดเหมือนเดิมทุกครั้ง เพราะคำตอบของผมมีอยู่อย่างเดียว ผมเชื่อว่าคนที่ดูก็เห็นเจตนาอยู่แล้วว่าผมทำเพราะอะไร และเรารับผลอย่างไร กระทั่งคนในพื้นที่ผมที่จ.ศรีสะเกษยังรู้เลยว่าผมโดนอะไรบ้าง ดังนั้น บทลลงโทษของพรรคมีอยู่ หน้าที่ของเราเราก็รับ สิ่งที่ผมจะบอกเขาคือถ้าเขาทำอะไรก็ต้องรอรับผลนั้นเหมือนที่พวกผมเป็น” นายสิริพงษ์ กล่าว .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุช

รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุชในโครงการรถไฟฟ้าสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ(วงแหวนกาญจนาภิเษก)

กรมบังคับคดีแจง จนท.ติดโควิด เพื่อนร่วมงานติดอีก 2

กรมบังคับคดี เผยเจ้าหน้าที่ธุรการติดโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์ขึ้นรถประจำทาง สาย 33 (กรุงเทพฯ – ปทุม) ล่าสุดพบเพื่อนร่วมงานติดเพิ่ม 2 ราย

หมอเป็นลม 1 คน หลังรับวัคซีน

อธิบดี คร. เผยพบหมอเป็นลม 1 คน หลังรับวัคซีนโควิด ส่วนแพทย์หญิงรายแรก ที่รับวัคซีนและมีประวัติแพ้ยาเพนนิซิลิน และมีอาการท้องเสียมากถึง 4 ครั้ง ไม่เกี่ยวกับวัคซีนแต่เป็นอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เพราะรับประทานอาหารทะเล

เปิดวงจรปิดปาระเบิดถล่มร้านมือถือ คาดพลาดเป้า

เปิดวงจรปิดวัยรุ่นปาระเบิดถล่มร้านมือถือ จ.ตรัง คาดตั้งใจปาใส่ร้านเหล้าที่มีปัญหากัน แต่พลาดเป้า วิ่งหนีล้มหัวขมำ

ข่าวแนะนำ

ระทึก! ล้อมคอนโดฯ หนุ่มหลอกขายทะเบียนรถสวย

เชียงใหม่ 5 มี.ค. – ตำรวจปิดล้อมคอนโดฯ กลางเมืองเชียงใหม่ จับผู้ต้องหาหลอกขายป้ายทะเบียนเลขสวย แต่คนร้ายไม่ยอมมอบตัว และขังตัวเองในห้องพร้อมอีก 3 ชีวิต มีเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด เจ้าหน้าที่เกรงจะคิดสั้น

ตำรวจสืบสวนภาค 5 และตำรวจสืบสวน สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ นำกำลังเข้าปิดล้อมคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนโชตนา ใกล้สำนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นานกว่า 24 ชั่วโมง เพื่อจับกุมนายสุเมธ ครองวงศ์ อายุ 25 ปี และแฟนสาววัย 18 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีพฤติกรรมหลอกลวงขายป้ายทะเบียนเลขสวย จนมีฐานะร่ำรวย มีรถยนต์หรูหลายคัน โดยหลบหนีมาพักที่ชั้น 3 ห้อง 310 คอนโดฯ ดังกล่าว ซึ่งพักด้วยกันทั้งหมด 4 คน มีผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พี่เลี้ยงลูก และลูกอีก 1 คน แต่ขณะแสดงตัวเข้าจับกุม คนร้ายไม่ยอมมอบตัว และขังตัวเองอยู่ในห้อง พร้อมทั้งแจ้งให้ญาติมารับตัวลูกออกไปก่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดล้อมคอนโดฯ ไว้ และให้ผู้ที่พักอาศัยออกมาจนหมด

กระทั่งช่วงค่ำที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน แต่ช่วงบ่าย 2 ของวันนี้ มีเสียงปืนดังออกมาจากห้องพักของคนร้าย 4 นัด และ 1 นัด กระสุนทะลุกระจกออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพากันหลบ และยังคงตรึงกำลังไว้ โดยใช้ทั้งโดรน และเครื่องตรวจความร้อน ดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง จนถึงขณะนี้ยังคงปิดล้อมพื้นที่ไว้ โดยผู้ต้องหา แฟนสาว และพี่เลี้ยงลูก อยู่ในห้องชุดที่ชั้น 3 เกรงว่าจะคิดสั้น ซึ่งขณะนี้กำลังรอดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง. – สำนักข่าวไทย

เตรียมกำลังตำรวจ 400 นาย ดูแลม็อบชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้

ตำรวจจัดกำลัง 400 นาย ดูแลม็อบนัดชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้ (6 มี.ค.) พร้อมแนะนำเลี่ยงการใช้ถนนที่มีม็อบชุมนุม รวมถึงขั้นตอนการดูแลการชุมนุมสาธารณะ

นักวิชาการชี้เวนคืนที่ดินสร้างรถไฟฟ้าไม่กระทบวัดเอี่ยมวรนุช

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้เวนคืนที่วัดเอี่ยมวรนุช สร้างสถานีรถไฟฟ้าบางขุนพรหม ต้องยึดตาม EIA ที่ระบุชัดเจนไม่มีการเวนคืน ด้าน รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนที่วัดเอี่ยมวรนุช พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจกับวัด