fbpx

“พิธา” ขยี้ นายกฯใช้ ม.112 ปิดปากประชาชน

รัฐสภาฯ 19 ก.พ.-“พิธา” ขยี้นายกฯ ใช้ ม.112 ปิดปากประชาชน เรียกร้อง ส.ส.กล้าลงมติไม่ไว้วางใจพรุ่งนี้ เพื่อถอดสลักให้ประเทศเดินหน้าต่อ ลบชื่อ ‘ประยุทธ์’ ออกจากสารระบบการเมืองไทย


นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายภาพรวมของปัญหาที่ไม่สามารถไว้วางใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ต่อไปได้ เพราะมีทั้งเรื่องการทุจริต การปล่อยปละละเลยให้โกงกินทุกอย่าง แม้แต่กางเกงใน และเบี้ยเลี้ยงของทหารเกณฑ์ แถมยังแต่งตั้งนายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งที่มีคดีติดตัวซึ่ง ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว และยังให้เครือญาติกว้านซื้อที่ในนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เอื้อประโยชน์ตนเองและนายทุน ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนไม่รักษาคำพูด มีการออกตั๋วแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ซึ่งการตั๋วเป็นเรื่องที่ขยายวงกว้างไปแล้วในทุกวงการ

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ปฏิบัติการไอโอเพื่อกลบกระแสข่าวบางอย่างและบดขยี้พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งการใช้ไอโอแบบนี้ เป็นเพราะเห็นประชาชนเป็นศัตรูหรือไม่


นายพิธา ยังกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้สถาบันทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนกับสถาบัน ด้วยการใช้ ม.112 ปิดปากผู้เห็นต่าง จึงขอให้มีการแก้ไขเพื่อให้สถาบันมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ดังนั้น ด้วยพฤติกรรมเช่นนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจว่า เวลามีคนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ เหตุใดจึงกระทบถึงสถาบัน และนายกรัฐมนตรี ยังมีพฤติกรรมใช้สถาบันเป็นเกราะกำบังให้ตัวเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เลวร้าย และไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

“วันนี้เราต้องเลือก ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ ประเทศ หากวันนี้ สภาผู้แทนราษฎร โหวตไว้วางใจคุณประยุทธ์ แสดงว่า จิตสำนึกของสภาเห็นด้วยกับความเลวร้ายที่ทำภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ เห็นด้วยกับการที่กองทัพไม่ปฏิรูปตัวเอง เห็นด้วยการกับการปล่อยให้คนรวยขับรถชนคนตาย และไม่มีคนผิด ปล่อยให้ทหารปล้นปืนจากคลังแสงมากราดยิงประชาชน เพียงเพราะอึดอัดใจจากระบบ แต่หากวันนี้ สภาไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นการถอดสลักตัวแรก และปลดล็อคให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้น ถ้าพวกเรากล้า กล้าที่จะร่วมไปกับผม พวกเรามีอำนาจเต็มมือที่จะโหวตเอาชื่อประยุทธ์ออกไปจากสารบบการเมืองไทย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่พรรคการเมืองส่วนใหญ่ในสภาแห่งนี้เคยให้คำมั่นสัญญาเอาไว้กับประชาชนของท่าน ตอนที่หาเสียงเลือกตั้ง เวลานี้ชะตาของประเทศอยู่ในมือของสภาผู้แทนราษฎรอย่างสมบูรณ์ อยู่ที่การลงคะแนนของเพื่อนสมาชิกทั้งสิ้น ไม่มีข้ออ้าง ไม่มีอำนาจใดที่สูงกว่า นี่เป็นวันเดียวในรอบ 7 ปีที่ผ่านมาที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้ยืนยันอำนาจตนเอง ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้ประกาศให้ประชาชนเห็นว่า  นี่คือผู้แทนของราษฎร ไม่ใช่ผู้แทนของคุณประยุทธ์  ที่ทำหน้าที่เป็นนั่งร้านให้กับการสืบทอดอำนาจ พอกันทีครับกับ 7 ปีที่ผ่านมา มาร่วมกันยุติฝันร้ายของประเทศไทยไปด้วยกัน ถึงเวลาแล้วที่ทุกท่านจะต้องเลือกประเทศของเรา ร่วมกันถอดถอน พล.อ.ประยุทธ์ด้วยการโหวตไม่ไว้วางใจจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ให้บริหารประเทศอันเป็นที่รักของเราอีกต่อไปแม้แต่นาทีเดียว” นายพิธา กล่าว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุชา” สั่งตรวจสอบเมรุ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข

“อนุชา” สั่งการ พศ. ตรวจสอบเมรุวัดต่างๆ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข พร้อมสนับสนุนงบประมาณ ยืนยันวัดเป็นที่พึ่งของประชาชน

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม วันอาสาฬหบูชา

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันเสาร์ ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔

สัปดาห์หน้า “แอสตราเซเนกา” ส่งมอบวัคซีนอีก 2.3 ล้านโดส

ประธาน บ.แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) ส่งจดหมายเปิดผนึกแจ้งกำหนดส่งวัคซีนแอสตราเซเนกา อีก 2.3 ล้านโดส ในสัปดาห์หน้า รวมยอดส่งมอบ 11.3 ล้านโดส ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม

อุตุฯ เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ – ปริมณฑล เจอฝนร้อยละ 60 ส่วนทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร