fbpx

ศบค. เผยติดเชื้อโควิดเพิ่ม 490 ราย แนะงดสังสรรค์ตรุษจีน

ทำเนียบรัฐบาล 6 ก.พ.- ศบค.รายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม 490 ราย ในประเทศ 479 ราย ตรวจเฝ้าระวัง 67 ราย เชิงรุกในชุมชน 412 ราย ต่างประเทศ 10 ราย และเข้าเส้นทางธรรมชาติมาจากมาเลเซีย 1 ราย แนะงดสังสรรค์ตรุษจีน


พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 490 ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 479 ราย มาจากการตรวจในระบบเฝ้าระวังและบริการ 67 ราย จากการค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 412 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) 10 ราย ฝรั่งเศส 1 ราย โปรตุเกส 1 ราย เยอรมนี 1 ราย สหรัฐอเมริกา 2 ราย ไนจีเรีย 1 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย ยูเครน 1 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย และอีก 1 ราย มาจากมาเลเซียเข้ามาโดยเส้นทางธรรมชาติไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศไทยวันนี้ ติดเชื้อในประเทศไปพื้นที่เสี่ยง 67 ราย มากสุดที่สมุทรสาคร 40 ราย อายุน้อยสุด 5 เดือน กรุงเทพมหานคร 23 ราย ตาก 2 ราย สมุทรสาคร 1 ราย และเพชรบุรี 1 ราย การคัดกรองค้นหาเชิงรุกในชุมชน 412 ราย มากสุด สมุทรสาคร 410 ราย คนไทย 18 ราย สัญชาติเมียนมา 391 ราย สัญชาติลาว 1 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 23,134 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 20,605 ราย ติดเชื้อค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 13,236 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 2,529 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 1,926 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 943 ราย รวมเป็น 16,274 ราย กำลังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 6,781 ราย ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 79 ราย โดยรายละเอียดผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่ 15 ธ.ค.2563 – 6 ก.พ.2564 อยู่ที่ 18,897 ราย ติดเชื้อภายในประเทศ 4,906 ราย ค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 13,236 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 755 ราย ผู้ป่วยรักษาหาย 943 ราย สะสมหายป่วยแล้ว 12,334 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 6,544 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 19 ราย


สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อรวม 105,907,231 ราย โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 115 จำนวน 23,134 ราย

พญ.พรรณประภา กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ซึ่งโดยปกติจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไหว้บรรพบุรุษ และเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่จีนภายในครอบครัว ทาง ศบค. ได้เรียกร้องให้ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนร่วมกันฉลอง “ตรุษจีนปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19” แนะนำให้รับประทานอาหารในจานของตนเอง และงดการทานร่วมกันในครอบครัว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

สปสช. ปรับแนวทางจ่ายเงินดูแลผู้ติดเชื้อโควิดสิทธิบัตรทองที่บ้าน-ชุมชน

สปสช. ปรับแนวทางการจ่ายชดเชยสนับสนุนการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 สิทธิบัตรทองที่บ้าน-ชุมชน (Home-Community Isolation) เหมาจ่ายให้หน่วยบริการทันที 3,000 บาทต่อราย โดยจะโอนทุกสัปดาห์ เพื่อดูแลผู้ป่วย หากมีส่วนเกินสามารถเบิกชดเชยได้อีกครั้ง

“อนุชา” สั่งตรวจสอบเมรุ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข

“อนุชา” สั่งการ พศ. ตรวจสอบเมรุวัดต่างๆ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข พร้อมสนับสนุนงบประมาณ ยืนยันวัดเป็นที่พึ่งของประชาชน

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม วันอาสาฬหบูชา

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันเสาร์ ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔

สัปดาห์หน้า “แอสตราเซเนกา” ส่งมอบวัคซีนอีก 2.3 ล้านโดส

ประธาน บ.แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) ส่งจดหมายเปิดผนึกแจ้งกำหนดส่งวัคซีนแอสตราเซเนกา อีก 2.3 ล้านโดส ในสัปดาห์หน้า รวมยอดส่งมอบ 11.3 ล้านโดส ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม