fbpx

ราชกิจจาฯ ออก 8 มาตรการ พื้นที่สีแดง 28 จังหวัด

กรุงเทพฯ 3 ม.ค.-ราชกิจจาฯ ออก 8 มาตรการ ในพื้นที่สีแดง 28 จังหวัด มีผลวันที่ 4 ม.ค. เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป หลัง ศบค. แถลงตัวเลขผู้ป่วยใหม่ในประเทศ พุ่ง 315 คน ใน 53 จังหวัด


นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.สรุปสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันนี้ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 315 คน แบ่งเป็น ติดเชื้อในประเทศ 294 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศในสถานที่กักตัวของรัฐ 21 คน ทำให้ขณะนี้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 7,694 คน หายป่วยแล้ว 4,337 คน และมียังรักษาตัวอยู่ 2,417 คน ส่วนวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดสะสมยังนิ่งอยู่ที่ 64 คน

ทั้งนี้ โฆษก ศบค.ยอมรับ ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาในวันนี้ 315 คน เป็นผู้ป่วยที่มีประวัติเชื่อมโยงกับจังหวัดสมุทรสาคร 2 คน อยู่ในกรุงเทพฯ 1 คน และสมุทรสงคราม 1 คน ส่วนที่เชื่อมโยงกับจังหวัดชลบุรี 1 คน มีประวัติไปสถานที่เสี่ยง สถานบันเทิง 37 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคอีกกว่า 200 คน และผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 21 คน ส่วนการระบาดยังแพร่กระจายอยู่ใน 53 จังหวัด


นอกจากนี้ โฆษก ศบค.ยังเปิดเผยร่างประกาศมาตรการฉบับที่ 6 ของ ศบค. ก่อนจะนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค.ลงนาม โดยบอกว่า การหารือกันระหว่าง ศบค. ชุดเล็กกับกระทรวงสาธารณสุข เห็นว่าพื้นที่สีแดง 28 จังหวัด ที่มีการประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ควรปรับแก้ในบางเรื่อง เนื่องจากสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดแตกต่างกันไป โดยล่าสุดราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ 8 ข้อ ในเว็บไซต์แล้ว มีผลบังคับใช้เวลา 06.00 น. วันพรุ่งนี้ (4 ม.ค.)

1.ห้ามใช้อาคารหรือสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค หรือห้ามใช้อาคารและสถานที่ของสถาบันการศึกษาทุกประเภทในพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดง 28 จังหวัด

2.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการควบคุมโรค เว้นแต่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำหรับการจัดงานแต่งงาน ได้เปิดช่องเอาไว้ว่า ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และต้องมีมาตรการตามแนวทางสาธารณสุข ซึ่งรายละเอียดคร่าวๆ คือให้ผู้ว่าแต่ละจังหวัด กำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความเหมาะสม


3.ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค โดยให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาสั่งปิดพื้นที่ภายในจังหวัด

4.ร้านอาหาร ปรับแก้ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยกำหนดว่าในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด การจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ให้จัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนคนเข้าร้าน จัดสถานที่ตามแนวปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค โดยอาจให้เป็นลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่น และให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของกระทรวงมหาดไทย และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณาและกำหนดรูปแบบ รวมถึงการกำกับการดำเนินการตามข้อปฏิบัติ และมาตรการต่างๆ เพื่อให้เหมาะสม หรือให้เข้าใจง่ายคือ ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เป็นผู้พิจารณาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประกอบกิจการร้านอาหาร เช่น หากมีพื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อสูง ก็อาจให้ร้านอาหารในพื้นที่นั้น เป็นลักษณะซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น โดยที่ยังห้ามการจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านเช่นเดิม ขณะที่ห้างสรรพสินค้า ยังเปิดทำการตามเวลาปกติ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ผอ.ศบค.อีกครั้ง จากนั้น แต่ละพื้นที่จะออกประกาศเฉพาะในแต่ละพื้นที่

  1. มอบอำนาจให้ผู้ว่าแต่ละจังหวัด สั่งปิดหรือเปิดพื้นที่นอกเหนือจากที่กำหนดได้
  2. ไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด แต่ต้องตรวจคัดกรองถึงความเหมาะสมของแต่ละ พื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็น
  3. การทำงาน Work From Home สลับวันเวลา เหลื่อมวันทำงาน
  4. ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายข้อบังคับการใช้มาตรการป้องกันและยับยั้ง เสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่ออนุญาตให้ผ่อนคลายหรือกระชับมาตรการที่บังคับใช้กับสถานที่ต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม.-สำนักข่าวไทย
ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทอ.เผยสาเหตุเครื่องบิน F5 ตกเพราะนกบินชน

โฆษก ทอ. เผยสาเหตุอุบัติเหตุ F5 ตก เกิดจากนกขนาดใหญ่บินชนที่ด้านหน้าครอบของห้องนักบิน ทำให้ไม่สามารถควบคุมการบินของเครื่องบินได้

ผู้ต้องหายิง 2 ศพ ชักปืนยิงพยานอาการสาหัส

มือปืนก่อเหตุยิง 2 ศพ อยู่ระหว่างประกันตัว ก่อคดีซ้ำ ใช้ปืนยิงพยานอาการสาหัส แต่ไปไม่รอด ถูกจับคาบ้านใน บขส.เก่า กลางเมืองภูเก็ต

แจงแหวกอกโปรโมทร้าน-อยากให้มองเป็นศิลปะ

แหวกอกตกเป็นกระแส นักท่องเที่ยวทั้งหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่แห่แวะแน่นร้าน เจ้าของร้านแจงเป็นเพื่อนซึ่งไม่ใช่หญิงแท้มาช่วยโปรโมทร้านที่ซบเซาจากพิษโควิด อยากให้มองเป็นศิลปะ

ข่าวแนะนำ

“ชวน” เสียดาย “นิพิฏฐ์” ลาออก ปชป. รับเสียมือดี

“ชวน” เสียดาย “นิพิฏฐ์” ไขก็อกจาก ปชป. รับเสียมือดีแต่ยับยั้งไม่ได้ อวยพรให้โชคดี และให้ยึดอุดมการณ์ ซื่อสัตย์ สุจริต

นายกฯ ขอประชาชนตระหนัก แต่อย่าตระหนก พบ “โอไมครอน”

โฆษกรัฐบาล เผย “นายกฯ” มั่นใจสาธารณสุขไทยมีศักยภาพ คัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รวดเร็ว ขอประชาชนตระหนักแต่อย่าตระหนก พบ “โอไมครอน” รายแรกของประเทศ ยืนยันสายพันธุ์ที่ระบาดในไทยยังคงเป็นเดลตา

ไทยพบโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน” รายแรก

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน รายแรกของประเทศ เป็นนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน เดินทางมาจากสเปน