fbpx

นายกฯ ย้ำเดินหน้าคนละครึ่ง เฟส 2 หวังร้านค้าร่วมทะลุล้าน

กรุงเทพฯ 28 พ.ย.- นายกฯ ยืนยันโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลดูแลต่อ หลังประชาชนตอบรับดี พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยแห่ลงทะเบียนเพิ่ม หวังทะลุ 1 ล้านร้านค้า ก่อนเริ่มเฟส 2 เดือนมกราคม 2564


นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันโครงการคนละครึ่งเตรียมเปิดเฟส 2 อย่างแน่นอน หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน เนื่องจากสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้สิทธิได้อย่างเป็นรูปธรรม กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้อย่างชัดเจน และช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย หาบเร่แผงลอย พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กได้อย่างแท้จริง ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ ถือเป็นความสำเร็จของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนในระบบจากการใช้จ่ายของประชาชน และเป็นการเรียนรู้ระบบเทคโนโลยีการใช้แอปพลิเคชันไปในตัวด้วย โดยได้รับรายงานว่า ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 850,000 ร้านค้า มียอดการใช้จ่ายสะสม 28,609 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 14,599 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 14,010 ล้านบาท

ทั้งนี้ ประชาชนที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 และได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้รีบติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย โดยขอให้เริ่มใช้สิทธิในการใช้จ่ายโดยเร็วภายใน 14 วัน นับจากวันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563


นอกจากนี้ ผู้ค้ายังสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่องด้วยการลงทะเบียน และติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยหวังว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการทะลุ 1 ล้านร้านค้าภายในสิ้นปีนี้ เพื่อรองรับโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่คาดว่าจะได้รับการอนุมัติโครงการภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเริ่มเปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียน และใช้สิทธิได้ในเดือนมกราคม 2564

นายอนุชา กล่าวว่า เนื่องจากผู้ซื้อและผู้ขายมีความคุ้นเคยกับการใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ และเข้าใจวิธีการใช้งานว่าใช้ได้ไม่ยากอย่างที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นกังวล จึงทำให้มั่นใจว่าโครงการคนละครึ่งเฟส 2 จะได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม ขอเตือนให้ระวังเรื่องการกระทำผิดด้วย เนื่องจากกระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยมีการติดตามและตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยได้ระงับสิทธิการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” และระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการนำส่งข้อมูลหลักฐานการกระทำความผิดให้แก่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้สำหรับการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ ที่เป็นการดำเนินการผิดเงื่อนไขโดยไม่มีการใช้จ่ายซื้อสินค้าจริงอย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดซึ่งจะมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องไปด้วย.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ถนนสุขาภิบาล 5

โหมหนัก! ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ถนนสุขาภิบาล 5 เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดแต่ยังคุมไม่ได้ ล่าสุดลามแล้ว 3 โกดัง โครงสร้างหลังคาเริ่มทรุด

โควิดสงขลาพุ่งไม่หยุด ติดเพิ่ม 32 คน

สงขลา พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีก 32 คน ในโรงงานแปรรูปอาหารทะเล ต.นาทับ อ.จะนะ รวมคลัสเตอร์นี้ติดเชื้อแล้ว 62 คน เร่งตรวจคัดกรองเพิ่มอีก 1,500 คน

อินโดนีเซียงดฉีดแอสตราชุดหนึ่งหลังมีคนตาย

อินโดนีเซียระงับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาชุดหนึ่ง เพื่อทดสอบความปลอดเชื้อและความเป็นพิษ หลังจากชายวัย 22 ปี เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนได้ 1 วัน

ข่าวแนะนำ

อินเดียยอมรับครั้งแรกเรื่องทิ้งศพเหยื่อโควิดลงแม่น้ำ

รัฐบาลอินเดียยอมรับครั้งแรกว่า มีการทิ้งศพติดโควิด-19 จำนวนมากลงในแม่น้ำหลายสาย เหตุจากชาวบ้านยากจน ไม่มีเงินทำศพ คนในครอบครัวที่ตายจากโควิด-19

ปรับเวลาเปิด-ปิด ห้างฯ-ซูเปอร์มาเก็ต-ร้านสะดวกซื้อ

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย-สมาคมศูนย์การค้าไทย ประกาศปรับเวลาปิด ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์ท เป็น 21.00 น. ส่วนร้านค้าสะดวกซื้อจะให้บริการเวลา 04.00–23.00 น. มีผลตั้งแต่ 17 พ.ค.64

ตั้งโต๊ะแถลงคลัสเตอร์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ผู้บริหารสุวรรณภูมิตั้งโต๊ะแถลง หลังพบพนักงานและลูกจ้างฝ่ายขนส่งทางอากาศติดโควิด รวมกว่า 120 คน รอผลตรวจอีก 191 คน

ผู้ต้องขังเรือนจำพิเศษธนบุรี ติดโควิดเพิ่ม 1,104 ราย

ราชทัณฑ์ เผยผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มในเรือนจำพิเศษธนบุรี จำนวน 1,104 ราย พร้อมเร่งการตรวจเชื้อซ้ำเพื่อยืนยันผล และแยกการรักษา