fbpx

นายกฯ ปลื้มผลักดันลงนาม RCEP สำเร็จ

กรุงเทพฯ 19 พ.ย.- โฆษกรัฐบาล เผยนายกรัฐมนตรี ปลื้มผลักดันการลงนาม RCEP สำเร็จ ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่การค้าโลก

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีกับความสำเร็จที่สามารถมีการลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา หลังใช้เวลาในการเจรจากว่า 7 ปี


ทั้งนี้ ความตกลง RCEP จะเป็นความตกลงการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยสมาชิก 15 ประเทศ คือสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศคู่เจรจาอาเซียนอีก 5 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ ซึ่งถือว่าเป็นความตกลงความร่วมมือทางการค้าที่มีตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้เคยลงนามกัน ประเทศที่เข้าร่วมตกลงกันทั้ง 15 ประเทศมีประชากรรวมคิดเป็น 30% ของประชากรโลก (เกือบ 2,252 ล้านคน) และมี GDP รวมกันคิดเป็น 30% ของ GDP โลก (กว่า 26.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 817.7 ล้านล้านบาท) มีมูลค่าการค้ารวมคิดเป็น 27.4% ของมูลค่าการค้าโลก (กว่า 10.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 326 ล้านล้านบาท) ซึ่งการลงนามครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จจากความพยายามของประเทศไทยในการเจรจาในวาระที่ไทยเป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน เมื่อปี 2562 ซึ่งความตกลง RCEP นี้ มีการเจรจากันมาอย่างยาวนานตั้งแต่การประกาศให้มีการเริ่มเจรจาจัดทำความตกลง RCEP อย่างเป็นทางการในปี 2556

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นความภูมิใจ ที่รัฐบาลจะเพิ่มโอกาส และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่สินค้าไทย ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อเปรียบเทียบกับ FTA ที่ไทยมีอยู่เนื่องจากมีการเปิดตลาดยกเว้นภาษีใน RCEP เพิ่มมากขึ้น โดยข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมระดับภูมิภาค (RCEP)นี้ เป็นข้อตกลงที่จะขยายและกระชับความผูกพันของอาเซียนกับออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และนิวซีแลนด์ ซึ่งวัตถุประสงค์ของข้อตกลง RCEP คือการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทันสมัย ครอบคลุม คุณภาพสูงและเป็นประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะเอื้อต่อการขยายตัวของการค้าและการลงทุนในภูมิภาคและสนับสนุนการเติบโตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของโลก ดังนั้นจะนำมาซึ่งโอกาสทางการตลาดและการจ้างงานให้กับธุรกิจ และผู้คนในภูมิภาค


อีกทั้ง ข้อตกลง RCEP เป็นข้อตกลงที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อวันนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นข้อตกลงสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วย เป็นการปรับปรุงความครอบคลุมของเขตการค้าเสรีอาเซียนบวกหนึ่งที่มีอยู่ (FTA ของอาเซียนกับคู่เจรจา 5 ประเทศ) และคำนึงถึงความเป็นจริงทางการค้าที่เปลี่ยนแปลง และเกิดขึ้นใหม่ ร วมถึงยุคของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ศักยภาพของวิสาหกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดย่อม การขยายตัวของภูมิภาค ห่วงโซ่คุณค่า และความซับซ้อนของการแข่งขันในตลาด นอกจากนี้ ข้อตกลง RCEP นี้เป็นการปรับปรุงและเสริมข้อตกลงที่มีอยู่แล้วในบทบัญญัติขององค์การการค้าโลก (WTO) อีกด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เตือนภัยคนร้ายลักเด็กพยายามอุ้มหนี โชคดีช่วยทัน

เตือนภัยคนร้ายพยายามลักพาตัวเด็ก ขณะแม่กำลังดูแลไร่มันสำปะหลัง ทิ้งลูก 4 ขวบ นั่งเล่นใกล้ๆ ได้ยินเสียงร้องให้ช่วย เห็นคนร้ายกำลังอุ้มลูกหนี โชคดีวิ่งไปช่วยไว้ได้ทัน

นายกฯ โพสต์แจ้งเพิ่มประเทศเข้าไทยไม่ต้องกักตัวเป็น 46 ประเทศ

นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก เพิ่มประเทศเดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องกักตัวเป็น 46 ประเทศ กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจอื่นๆ

ข่าวแนะนำ

ศบค.มีมาตรการรับเปิดประเทศ

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ยืนยันมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพพร้อมแผนเผชิญเหตุรองรับเปิดประเทศ ไม่บังคับแต่ขอความร่วมมือขั้นสูงสุด แนะปชช.เร่งรับวัคซีน หลังพบร้อยละ 90 เหตุเสียชีวิต

นายกฯ สั่งเร่งสอบส่งออกถุงมือยางใช้แล้วไปสหรัฐ

นายกฯ สั่งการเร่งตรวจสอบส่งออกถุงมือยางใช้แล้ว ขอชุมนุม 31 ต.ค.ปฎิบัติตามกฎหมาย แจงงบฯ จ้าง ลิซ่า แบล็คพิงค์ เคาท์ดาวน์ปีใหม่ เป็นงบฯ ที่ใช้ในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

รมว.ท่องเที่ยว ย้ำดึง”ลิซ่า-แอนเดรีย”ร่วมเคาท์ดาวน์ปีใหม่

รมว.ท่องเที่ยว ย้ำดึง “ลิซ่า-แอนเดรีย” ร่วมเคาท์ดาวน์ ปีใหม่ เชื่อคุ้มค่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่

ธปท.ย้ำคืนเงินเดบิตที่ถูกตัดเงินช่วง 1-17 ต.ค.64 ที่เหลือรอ 5 วันทำการ

ลูกค้าธนาคารโวยยังไม่ได้เงินคืน ด้าน ธปท.แจงคืนเงินเดบิตที่มีการตัดเงินผิดปกติ 1-17 ต.ค.64 ผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่มี OTP หากเกิดหลัง 17 ต.ค. ธนาคารจะคืนภายใน 5 วันทำการ ยืนยันเป็นมาตรการแก้ไขเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบประชาชน