พลเอกประวิตร ย้ำรักษาป่าไม้ สิ่งแวดล้อม เพื่อศก.เข้มแข็ง

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 13 พ.ย.-พลเอกประวิตร มอบนโยบายกระทรวงทรัพย์ฯ ย้ำดูแลรักษาป่าไม้ แหล่งน้ำ สิ่งแวดล้อม สร้างงาน อาชีพ เสริมรายได้ชุมชน เพื่อเศรษฐกิจเข้มแข็งยั่งยืน


พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งรายงานสรุปแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงฯ ในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา

พลเอกประวิตร กล่าวขอขอบคุณบุคลากรทุกภาคส่วน ที่ได้ปฏิบัติงานในการสนองตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนเป็นอย่างดี พร้อมมอบนโยบายที่สำคัญ สำหรับการดำเนินงานในปี 2564 โดยประการแรก เน้นย้ำเรื่อง การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ ทรงปกครองประชาชนและแผ่นดินไทยให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ดังนั้นอยากให้ร่วมกันปกป้อง รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้


​รองนายกฯ ยังเน้นย้ำ การเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้มีการสำรวจและจัดหาอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานให้มีความเพียงพอ มีการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ให้สูงขึ้น ทั้งด้านองค์ความรู้และสมรรถภาพร่างกาย รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับล่าง อีกทั้ง ยังเน้นย้ำให้สร้างความร่วมมือกับพลังประชาชน เอกชน รวมถึงท้องถิ่น เพื่อร่วมขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยต้องขับเคลื่อนงานเดิม ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการสร้างสุขให้คนไทย ดังนี้ 1.เรื่องการจัดที่ดินทำกินและอยู่อาศัย ในลักษณะแปลงรวมแก่ราษฎรผู้ยากไร้ หรือไร้ที่ดินทำกิน ภายใต้คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้ขอให้เร่งรัดการสำรวจพื้นที่การอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ รวมถึงการสร้างสาธารณูปโภคและพัฒนาอาชีพควบคู่ไปด้วย และดำเนินการฟื้นฟู พัฒนาป่าชุมชน ให้มีศักยภาพเพื่อเป็นแหล่งการสร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ของชุมชน รวมถึงเป็นแหล่งอาหารของราษฎรเพื่อลดรายจ่ายของครัวเรือน 2.เรื่องการปลูกป่า และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.
3.เรื่องการดำเนินงานด้านทรัพยากรน้ำขอให้บูรณาการทั้งน้ำผิวดิน และน้ำบาดาล เพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม และเพื่อบริการการท่องเที่ยว
4.เรื่องการเร่งรัดการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อเกษตรแปลงใหญ่ การจัดตั้งจุดจ่ายน้ำบาดาล ในเส้นทางคมนาคมหลัก และต้องมีการเติมน้ำใต้ดินเพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด
5.การแก้ปัญหาคุณภาพอากาศ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ต้องมีการวางมาตรการและวิธีปฏิบัติในการป้องกันและลดผลกระทบ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศให้มากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง
และ 6. การแก้ไขปัญหาสัตว์ป่า (ช้างและลิง) ออกจากป่ามารบกวนราษฎรในบริเวณใกล้ป่า รวมถึงการดูแล และอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก ปะการัง และแหล่งหญ้าทะเล ในส่วนของ การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เพื่อลดผลกระทบ การสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยในเรื่องปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ต้องทำความเข้าใจแก่ราษฎร ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น สร้างความตระหนัก และการมีส่วนร่วม อีกทั้ง ให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อผนึกกำลังทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ส่วนท้องถิ่น และประชาชน ในการเฝ้าระวัง ป้องกันการเกิดไฟป่า มีการปฏิบัติงานเพื่อการดับไฟเมื่อเกิดไฟป่า และมีการฟื้นฟูหลังการเกิดไฟป่า

ทั้งนี้ ต้องมีการเตรียมพร้อมของเครื่องมือ อุปกรณ์ และยุทธปัจจัยอื่น ๆ ที่เพียงพอต่อการสนับสนุนการปฏิบัติงาน สำหรับเรื่องปัญหาน้ำท่วม กระทรวงฯ ต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการกำหนดเป้าหมายการช่วยเหลือ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความพร้อมทั้งยานพาหนะ เครื่องมือ อุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือการอพยพของประชาชน การสูบน้ำ การสร้างพนังกั้นน้ำ รวมถึงแจกจ่ายน้ำดื่ม และอาหารเพื่อการยังชีพ ด้านปัญหาภัยแล้ง กระทรวงฯ มีความสำคัญในการหาน้ำต้นทุน ทั้งแหล่งน้ำผิวดินธรรมชาติ และ น้ำบาดาล ต้องประสานผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อกำหนดเป้าหมายกรช่วยเหลือ โดยเฉพาะน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ และการจัดตั้งจุดจ่ายน้ำเพื่อให้ประชาชนมีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ที่เพียงพอ ​พลเอกประวิตร ยังได้กล่าวถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่น ในการสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชน ชุมชน อันจะส่งผลถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ดังนั้น อยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดการดำเนินงานในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้
1. การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น อยากให้มีการจ้างงาน สำหรับผู้ตกงานหรือ ผู้จบการศึกษาใหม่ เพื่อปฏิบัติงานด้านการป้องกันและดับไฟป่า การปลูกป่า รวมถึงการสร้างแหล่งอาหารและแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่า และอื่น ๆ
2. การกระตุ้นระยะกลาง โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของกระทรวงฯ ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่ป่าไม้เพื่อนันทนาการ พื้นที่ทะเลและชายหาด สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ โดยต้องปรับปรุงให้มีความพร้อม กำหนดมาตรการการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New normal) รวมถึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ทั้งนี้ ควรมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่รอบแหล่งท่องเที่ยว ทั้งที่พัก และร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้ราษฎรในพื้นที่ด้วย
3. การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ส่งเสริมการปลูกไม้ทีค่าทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจากป่าปลูก ซึ่งในปัจจุบันและอนาคต ความต้องการผลิตภัณฑ์จากไม้ ไม้แปรรูป และไม้เพื่อพลังงาน มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ควรมีการส่งเสริมให้มีการปลูกไม้มีค่าในที่ดินเอกสารสิทธิ์ รวมถึงที่ดินราษฎรได้รับการอนุญาตจากรัฐ และต้องมีการดำเนินการเพื่อรับรองมาตรฐานด้านป่าไม้เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานการส่งออกของโลก และเร่งรัดดำเนินการ ติดตามผลการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลเป็นรูปธรรม .- สำนักข่าวไทย   


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงจุดยืน หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยจุดยืนของพรรคประชาชน เห็นว่า รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มากกว่าการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนในฐานะพรรคที่มีเสียงในสภามากที่สุด ขอผ่าทางตันทางการเมือง คือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อป้องกันนายกฯ ที่มาจากคณะรัฐประหาร หรือนายกฯ คนนอก ภายใต้เงื่อนไขดังนี้ 1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันแถลงนโยบายรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง2. ครม.ชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่าวันเลือกตั้ง3. พรรคประชาชนยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล และจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป จะไม่มีบุคคลจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ หากต้องการเสียงสนับสนุน พรรคประชาชนพร้อมที่จะยกมือโหวตให้ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

ศาล รธน. มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาล รธน. 29 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เเละ ครม.พ้นจากตำเเหน่งทั้งคณะ ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง คดีคลิปเสียงคุย “ฮุนเซน” ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ […]

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย