ประเมิน ITA ภาครัฐมีธรรมาภิบาลมากขึ้น

สำนักงานป.ป.ช.28 ก.ย.-ป.ป.ช.ประเมินคุณธรรมความโปร่งใสภาครัฐ พบพฤติกรรมรับสินบนมีแนวโน้มลดลง เคร่งครัดการเบิกจ่ายงบถูกต้อง ผู้บริหารสั่งให้ทำผิดลดลง การบริหารมีธรรมาภิบาลมากขึ้น เอาทรัพย์สินราชการไปเป็นของส่วนตัวลดลง แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มั่นใจการจัดการเรื่องทุจริต


สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)จัดงาน “ITA DAY 2020 – Talks and Result Announcement” ภายในงานจัดเวทีสนทนาและประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. บรรยายหัวข้อ “การประกาศผลการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 : ข้อค้นพบเกี่ยวกับคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐในสายตาของคนไทยทั่วประเทศ” ว่า คะแนนเฉลี่ยนปี 2563 อยู่ที่ 67.90 คะแนน หรือระดับ c โดยหน่วยงานที่ได้คะแนนสูงสุดคือธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้คะแนน 99.60 ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) สะอาด จ.ร้อยเอ็ด ได้ 28.16 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนต่ำสุด

ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า หน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์หรือได้คะแนน 80 คะแนนขึ้นไปเพียงร้อยละ 13.19 ซึ่งผลการประเมินเมื่อจำแนกตามประเภทหน่วยงานพบว่าประเภทองค์กรศาลได้ 91.41 คะแนน ระดับ A ประเภทองค์กรอัยการ ได้ 71.30 คะแนน ระดับ C ประเภทองค์กรอิสระ ได้ 89.44 คะแนน ระดับ A ประเภทหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา ได้ 93.06 คะแนน ระดับ A ประเภทกรมหรือเทียบเท่า 85.59 คะแนน ระดับ A ประเภทรัฐวิสาหกิจ ได้ 85.60 คะแนน ระดับ A ประเภทองค์กรมหาชน ได้ 85.02 คะแนน ระดับ B ประเภทหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ได้ 83.47 คะแนน ระดับ B ประเภทกองทุน ได้ 83.42 คะแนน ระดับ B และประเภทสถาบันอุดมศึกษา ได้ 87.46 คะแนน ระดับ A


“ผลลัพธ์จากการประเมิน ITA เป็นสัญญาณที่ดีของการมีส่วนร่วมต่อต้านการทุจริต ซึ่งมีคนร่วมประเมิน 1,301,665 คน มากขึ้นกว่าปี 2562 ส่วนเรื่องการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดให้ในปี 2565 ต้องมีหน่วยงานได้คะแนนจากการประเมิน 85 คะแนน ร้อยละ 80 ของทุกหน่วยงาน ถือเป็นเป้าหมายที่ยากและท้าทาย นอกจากนี้ยังพบว่ามี 499 หน่วยงานได้คะแนนระดับต่ำหรือค่าเป็น F ขณะที่หน่วยงานส่วนกลางค่าประเมินจะอยู่ในระดับกลางไประดับสูง” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า ส่วนหน่วยงานส่วนภูมิภาคและหน่วยงานท้องถิ่นจะอยู่ในระดับกลางไปต่ำ และพบว่าหน่วยงานภาครัฐยังมีจุดอ่อนเรื่องการเปิดเผยข้อมูล รวมทั้งการพัฒนาเรื่อง e-service ซึ่งมีหน่วยงานที่พัฒนาได้เพียง 1,522 หน่วยงานเท่านั้น ขณะที่หน่วยงานส่วนใหญ่ยังให้บริการแบบ e-service ได้ ส่วนข้อค้นพบคุณธรรมความโปร่งใสของหน่วยงายรัฐในสายตาคนไทย พบว่า พฤติกรรมการรับสินบนมีแนวโน้มลดลง หน่วยงานภาครัฐเคร่งครัดต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกต้อง

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ส่วนการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณและสร้างการรับรู้ด้านการใช้จ่ายงบประมาณยังไม่มากพอ หากเปิดเผยข้อมูล การรั่วไหลจะลดลง ขณะที่กลไกการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้งบประมาณภายในหน่วยงานรัฐยังไม่มากเพียงพอ สำหรับพฤติกรรมของผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่สั่งการให้ทำสิ่งไม่ถูกต้องมีทิศทางลดลง การบริหารงานภาครัฐมีธรรมาภิบาลมากขึ้น พฤติกรรมการเอาทรัพย์สินของราชการไปเป็นของส่วนตัวมีแนวโน้มลดลง แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มั่นใจการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตในหน่วยงาน ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นปัญหาอยู่


“แม้ป.ป.ช.จะมีมาตรการการกันพยานหรือมาตรการการจ่ายเงินให้ผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต ซึ่งศาลปกครองมีคำวินิจฉัยว่าป.ป.ช.สามารถจ่ายเงินให้ผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตได้แล้ว จากก่อนหน้านี้ป.ป.ช.ไม่กล้าจ่าย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ จึงหวังว่ามาตรการต่าง ๆ จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีความเชื่อมั่นมากขึ้น” ปรานป.ป.ช. กล่าว

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า หลังจากนี้จะเสนอผลการประเมินให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบต่อไป คิดว่าผู้นำประเทศคงสนใจและอาจจะตกใจที่คะแนนยังอยู่ระดับต่ำ และจะนำผลการประเมิน ITA ไปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือ ยกระดับการประเมินรวมทั้งเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเปิดเผยข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

ด้านนายวันฉัตร สุวรรณกิตติ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บรรยายในหัวข้อ “การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ : ความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศและการเสริมสร้างความโปร่งใส” ว่า ITA สำคัญมาก เป็นเป้าหมายหนึ่งของแผนแม่บทในยุทธศาสตร์ชาติ หากหน่วยงานใช้ ITA เป็นเครื่องมือทำงานจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ITA ไม่ใช่เครื่องมือจับผิด ไม่ใช่เครื่องมือจับโกง แต่เป็นเหมือนเครื่องเตือนให้เห็นว่าหน่วยงานเราอยู่ตรงไหนและควรพัฒนาต่อไปอย่างไร

“ขอฝากหน่วยงานกว่า 8 พันหน่วยงาน ทำงานโดยใช้ ITA เป็นเครื่องมือพัฒนาการทำงานให้ไปถึงมาตรฐาน ส่วนการเปิดเผยข้อมูล เราเร่งเปิดมากขึ้นแล้ว หลายข้อมูลเข้าถึงได้และอยู่ในรูปแบบข้อมูลดิจิตอลทั้งหมด ดังนั้น หากทุกหน่วยงานช่วยกันเปิดเผยข้อมูล จะทำให้นำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐได้ เพื่อให้ประชาชนนำข้อมูลไปใช้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน” นายวันฉัตร กล่าว

นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) บรรยายหัวข้อ “ไขปริศนา คอร์รัปชัน” ว่า ระหว่างปี 2558-2561 เรามีมาตรการและคำสั่งเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่นกว่า 159 มาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่ที่ผ่านมาการคอร์รัปชั่นยังไม่หมด การเปิดเผยข้อมูลจะเป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะการแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องของทุกคน อย่าหวังให้รัฐบาลทำฝ่ายเดียว การเปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยเทคโนโลยีในปัจจุบันจะทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และจะนำไปสู่ผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนทุกคน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” บรรยายหัวข้อ “องครักษ์พิทักษ์ประชาธิปไตย : การติดอาวุธเยาวชน ในการติดตามและตรวจสอบการเลือกตั้ง” ว่า การเป็นประชาธิปไตยกับการปรับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความสัมพันธ์กัน ประเทศใดที่มีประชาธิปไตยสูงจะทำให้ภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นดีขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมประชาธิปไตยและการลดการทุจริตต้องทำควบคู่กัน

“อยากบอกภาครัฐ อย่ามองว่าการตรวจสอบภาคประชาชนเป็นศัตรู เพราะการตรวจสอบภาคประชาชนจะเสริมการตรวจสอบภาครัฐ ดังนั้น ควรสนับสนุนและอำนายความสะดวกการตรวจสอบของประชาชนทุกมิติ นอกจากนั้นภาครัฐจะต้องเปิดเผยข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่าย และมีช่องทางชัดเจนในการแจ้งเหตุเพื่อป้องกันการทุจริต” นายพริษฐ์ กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]