“พิพัฒน์” โต้ฝ่ายค้าน จัดงบกรมพัฒนาแรงงานเพิ่ม

รัฐสภา 31 พ.ค.-“พิพัฒน์” แจงงบกรมพัฒนาแรงงานที่เพิ่มขึ้น เพราะต้องพัฒนาทักษะแรงงานทั้งในไทยและส่งออก ขณะงบประกันสังคมลดลง ของบกลางปี 68 ใช้หนี้ เตรียมแก้กฎหมายช่วยแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินเยียวยาจากนายจ้าง เผย กำลังศึกษาปล่อยกู้ให้ ผู้ใช้แรงงาน มาตรา 33 39 40 สร้างอาชีพอิสระหารายได้เสริมให้กับครอบครัว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงกรณีที่มีการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงแรงงาน 68,169 ล้านบาท ซึ่งบางหน่วยงานของกระทรวงแรงงานก็มีการถูกปรับลดงบประมาณลง แต่มีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ได้งบประมาณเพิ่มขึ้น เพราะยุคนี้แรงงานต้องเพิ่มทักษะ รีสกิล อัพสกิล และในการจัดอบรมเรื่องของ AI หรือ semi connector ทางสำนักงบประมาณ จึงจัดงบประมาณให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพิ่มขึ้น 500 กว่าล้านซึ่งเป็นกรมเดียว ที่ได้งบประมาณเพิ่มขึ้นมากที่สุด ขณะที่ประกันสังคม มีการปรับลดงบประมาณลงเยอะที่สุด เพราะมีเงินสนับสนุนจากกองทุนในแต่ละปีได้รับการจัดสรร ให้ประมาณ 10% สามารถนำไปใช้จ่ายได้ แต่ประกันสังคมไม่เคยใช้ถึง 10% จะใช้อยู่ที่ประมาณ 2% กว่า นี่คือส่วนหนึ่งที่ผู้บริหารประกันสังคมและบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง พยายามดูเรื่องของงบประมาณที่จะเอามาใช้จ่ายในประกันสังคม เพราะฉะนั้นก่อนที่จะใช้จ่ายอะไรต้องผ่านอนุกรรมการ 16 คณะ ที่ตั้งโดยบอร์ดประกันสังคม


ทั้งนี้ การพัฒนาทักษะแรงงาน ไม่ได้ทำเฉพาะแรงงานที่อยู่ในประเทศแต่จะทำให้กับแรงงานที่ได้ส่งออกไปต่างประเทศด้วย โดยได้มีการลงไปสำรวจในแต่ละประเทศว่าต้องการแรงงานเท่าไหร่เพื่อที่จะได้มีการเตรียมการในการป้อนแรงงานของไทยไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งในแต่ละปีเรามีรายได้จากแรงงานที่อยู่ต่างประเทศ ปีละไม่น้อยกว่า 250,000 ล้านบาท ซึ่งนี่ถือเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกส่วนหนึ่ง

ส่วนประเด็นที่นายเซียร์ จำปาทอง สส.พรรคประชาชนอภิปราย กรณีการเยียวยาลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง ขณะนี้ตนได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ รอการเวียนของแต่ละกระทรวงอยู่ ทางกระทรวงแรงงานปัจจุบัน ได้หาทางออกแล้วคือการตั้งคณะกรรมการ โดยการศึกษาร่วมระหว่างปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองผู้ แรงงานและประกันสังคม ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติเงิน สงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งจะมีการเก็บในวันที่ 1 ตุลาคม จ่ายโดยนายจ้าง 0.25% ซึ่งส่วนนี้ก็มีความกังวลว่าจะเป็นการผลักภาระให้กับนายจ้างหรือไม่ กระทรวงแรงงานจะมีการหารือกัน จนในข้อสรุปว่าอาจจะยกเลิกเงินส่วนนี้ แต่จะขอความร่วมมือนายจ้างให้ช่วยสมทบ 0.05% และเอาไปฝากไว้ที่กองทุนเงินทดแทน ดังนั้นเมื่อไหร่ที่มีปัญหาเรื่องของการเลิกจ้าง หรือสถานประกอบการปิดกิจการ ก็จะเอาเงินจากส่วนนี้ มาชดเชยให้กับลูกจ้าง และหากมีการต่อสู้คดีจนมีการฟ้องร้องกันก็จะให้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นเจ้าภาพ ในการที่จะฟ้องร้องฝ่ายนายจ้าง เพราะเรามีความเห็นที่ตรงกันได้ว่าถ้าตราบใดปล่อยให้ลูกจ้างไปต่อสู้กับนายจ้าง คิดว่าโอกาสที่จะชนะนายจ้างคงเป็นไปได้ยาก ฉะนั้น จึงจำเป็นจะต้องมีกองทุนในส่วนนี้ แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องมีการปรับแก้กฎหมาย โดยขอความร่วมมือจากสส.ฝ่ายรัฐบาล และ พรรคฝ่ายค้านต้องมาร่วมกันโหวตดีที่สุดคือ การพิจารณา 3 วาระรวด ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ ลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อน ก็จะได้รับเงินจากประกันสังคมที่จะนำเงินส่วนนี้มาชำระให้ก่อน แต่นั่นหมายความว่าพ.ร.บ.ต้องได้รับการแก้ไขแล้ว มีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นข้อมูลที่ลูกจ้างทุกคนอยากจะได้ยิน แต่เบื้องต้นประกันสังคมก็เยียวยาไปแล้ว 50% ในระยะเวลา 6 เดือน และของกรมสวัสดิการ ก็จะแบ่งเป็น 30% 50% และ 70% แต่ยังเหลือก้อนสุดท้าย คือเงินเยียวยาที่นายจ้างจะต้องชำระให้กับบุคคลที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งถ้าหากแก้กฎหมายในส่วนนี้ได้ก็จะเป็นการแก้ปัญหาโดยถาวร จึงอยากฝากผู้ใช้แรงงานทุกคนหากมีปัญหาอะไรให้มาที่กระทรวงแรงงานไม่ต้องไปถามใคร


ส่วนงบกลาง 157,000 ล้าน ที่นายกรัฐมนตรี ได้โยกมา ให้ปรับโครงสร้างพื้นฐานซึ่งทาง ประกันสังคมได้เงินมา 10,000 ล้าน แต่ไม่ได้มาในลักษณะการช่วยเหลือ เป็นการใช้หนี้คืนให้กับประกันสังคม ซึ่งมีการติดหนี้อยู่ประมาณ 5 หมื่นกว่าล้าน แต่ในเงิน 10,000 ล้านนี้ประกันสังคมก็ได้เอามารวม กับอีกก้อนหนึ่ง 20,000 ล้าน ซึ่งประกันสังคมได้มีการเซ็น MOU ไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม กับ 6 ธนาคาร ในการปล่อยเงิน 30,000 กว่าล้านบาทเพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่อง กับสถานประกอบการ โดยจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนคือสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง น้อยกว่า 200 คน สามารถกู้ได้ 15 ล้านบาท ถ้ามีลูกจ้างถึง 500 คนได้ 30 ล้านบาท เกินกว่า 500 คน ได้ 50 ล้านบาท ดอกเบี้ยเบื้องต้น 3 ปีแรก สำหรับคนที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดอกเบี้ย 2.35% แต่สำหรับคนที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดอกเบี้ย 4.75% นี่คือส่วนต่างๆ ที่กระทรวงแรงงาน พยายามหยิบเงินส่วนนี้ขึ้นมาเพื่อจะกระตุ้น ให้กับนายจ้างหรือสถานประกอบการ เพื่อรักษาการจ้าง ไม่น้อยกว่า 80%

ส่วนเงิน 24,000 ล้านบาทในก้อนแรกเราจะใช้สนับสนุน ผู้ใช้แรงงานในมาตรา 33,39,40 สำหรับการไปสร้างอาชีพอิสระ สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวตัวเอง ซึ่งขณะนี้ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้หารือกับธนาคาร และมีการตอบรับมาแล้ว2 แห่ง ที่ผู้ใช้แรงงานสามารถไปขอยื่นกู้เพื่อสร้างรายได้เสริม และตนมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาล ต้องการมากที่สุดคือ ทำอย่างไรให้ฐานรากหรือรากหญ้ามีความเข้มแข็ง ที่สุด ถ้ามีความเข้มแข็งที่สุดแล้วกับการที่รัฐบาลจะไปอัดฉีด โครงสร้างใหญ่ๆ เพื่อทำให้เกิดการกระตุ้น GDP แต่ถ้าหากว่ารากหญ้ายังไม่แข็งแรง การพะวักหน้าพะวงหลัง ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้รัฐบาล ก้าวได้ยาก ฉะนั้นกระทรวงแรงงานโดยประกันสังคมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้การสนับสนุนรัฐบาลก้าวหน้าต่อไปให้ได้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องผ่านบอร์ดของประกันสังคมก่อน

ส่วนในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานและกรมสวัสดิการแรงงานได้มีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ในการก่อสร้าง และชุดเฉพาะกิจตรวจสอบและดูแลคุณภาพชีวิตแรงงาน กรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือประสบอันตรายจากการทำงาน กรณีร้ายแรง ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 30 หน่วยงาน รวมถึงบริษัทที่เป็นผู้รับเหมา ในกรุงเทพฯด้วย มีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้งและมีการลงพื้นที่จริง 3 ครั้ง ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ตั้งก่อนที่จะมีการถล่มของตึกสตง.เพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้ออกตรวจก็เกิดเหตุการณ์ตึกถล่มแต่ก่อน นี่เป็นสิ่งที่ห่างกระทรวงแรงงานค่อนข้างเสียใจมาก เหตุเกิดไปแล้วฉะนั้นจะบอกว่าจะรับผิดชอบหรือไม่รับผิดชอบไม่ได้เพราะ อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน เพราะฉะนั้นจากที่มีผู้อภิปราย ก็ขอให้ทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการ มาเพื่อรณรงค์ ในการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการทำงาน และในปี 2570 จะต้องลดอุบัติเหตุ ให้ได้เหลือ 1 ต่อ 1,000 คน และลดการเสียชีวิต 3 ต่อ 100,000 คน


นายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อว่า ได้มีการขอชี้แจงในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วแต่เนื่องจากเวลาไม่เพียงพอ จึงต้องมาแถลงข่าวชี้แจงแทน ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในสภาพวกเราได้ดำเนินการ และพวกเราก็ได้ทำล่วงหน้าไปแล้วบางส่วน และในบางส่วนที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ ก็รองบประมาณมาเพื่อที่จะขับเคลื่อนต่อไป แต่อย่างไรก็ตามในงบประมาณปี 2568 ที่ได้มีการอภิปรายกันมาขณะนี้พวกเราได้ดำเนินการอยู่.-312.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]