“จุลพันธ์” ยันไม่เคยพูด กยศ.ขาดสภาพคล่อง

รัฐสภา 30 พ.ค.- “จุลพันธ์” คาดเคลียร์ปัญหาเงินกู้ยืมเสร็จสิ้นเดือน ก.ค.นี้ ยันไม่เคยพูด กยศ.ขาดสภาพคล่อง บอกเราจะไม่ให้ตัวเลือกง่าย ป้อนเงินแก้ปัญหาแล้วจบ มอบหมายกลางสภา ต้องปฏิรูปองค์กรตัวเอง ลดภาระต่อภาครัฐ-ประหยัดงบประมาณให้มากที่สุด


ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญเป็นกรณีพิเศษ วาระการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 เป็นวันที่ 3 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงข้อซักถามของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน และนายปารมี ไวจงเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถึงงบประมาณกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า ประเด็นแรกคือเรื่องการหักเงิน 3,000 บาท ซึ่งตอนนี้ได้มีการชะลอออกไปแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป ช่วงนี้จึงอยากให้ผู้กู้ยืมเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ซึ่งมีผู้เข้าข่ายต้องปรับโครงสร้างราว 500,000 คน และรัฐบาลได้ดำเนินการปรับโครงสร้างไปแล้ว 240,000 คน และปิดบัญชีแล้วประมาณ 3,300 คน ส่วนที่บอกว่า กยศ.ถังแตก ตนต้องบอกว่ายัง ตนเคยยืนยันไปแล้วว่าคนที่เคยได้รับสิทธิ์อยู่ จะได้รับสิทธิ์ต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อก่อนนี้มีปัญหา แต่พอมีรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เราก็มีการคำนวณใหม่ว่าจะเอาแบบไหน สุดท้ายเลยให้คำนวณย้อนหลังไปถึงวันที่กู้ยืม ถือเป็นงานใหญ่สำหรับ กยศ. แต่ ณ วันนี้ยืนยันว่าการคำนวณจะแล้วเสร็จช่วงเดือน ก.ค. เพื่อเดินหน้าเป็นแหล่งเงินช่วยเหลือประชาชนเรื่องการศึกษาต่อไป โดยในงบประมาณปีนี้ กยศ.มีภาระเรื่องของการกู้ยืมเงิน 41,3000 ล้านบาทเศษ ซึ่ง กยศ.ขอรับจัดสรร 21,900 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 19,000 ล้าน กยศ.จะบริหาร ซึ่งขั้นตอนของการจัดทำงบประมาณ หน่วยงานที่จะปรับลดคือสำนักงบประมาณ จากการไปพูดคุยว่าจะปรับลดแค่ไหน จึงเหลือประมาณ 5,000 ล้านบาทเศษ แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินจำนวนนี้เพียงพอหรือขาด ซึ่งยังมีกลไกอื่นๆ ที่ยังยืดหยุ่นและเพิ่มเม็ดเงินไปยังหน่วยงาน และด้วยกลไกทั้งหมด เป้าหมายคือนักศึกษา นักเรียน คนที่อยู่ในระบบกู้ยืม และคนที่จะเข้ามากู้ยืมใหม่จะต้องได้รับโอกาสในการศึกษาครบทุกราย

“ผมไม่เคยพูดว่า กยศ.ไม่เคยมีปัญหาในเรื่องสภาพคล่องใดๆ เพราะเรา ท่าน รู้กันดีว่าหลังจากมีการปรับแก้กฎหมาย มันมีผลเรื่องสภาพคล่องของทุนจริงๆ เพราะการปรับแก้กฎหมายมา สุดท้ายสถานการณ์ตอนนี้ ตัวเลือกสุดท้ายที่ผู้กู้ยืมจะจ่ายหนี้ คือ กยศ.” นายจุลพันธ์ กล่าว


นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า เราจะไม่ให้ตัวเลือกที่ง่าย คือการเติมเงินเข้าไปใน กยศ. และแก้ไขปัญหาให้อย่างกับดีดนิ้ว แต่เราต้องให้ กยศ.เอง ต้องปรับตัว คือต้องปรับเปลี่ยนกระบวน วิธีการทำงาน

จากนั้น นายปารมี ซึ่งอภิปรายในประเด็นนี้ ลุกขึ้นสอบถามนายจุลพันธ์ต่อว่า ในปีการศึกษา 2568 นักศึกษาในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพทั้งหมดจะโดนตัดออกจากเงื่อนไขที่เป็นความต้องการหลัก ไปเป็นในเงื่อนไขขาดแคลนทุนทรัพย์ร่วมกับกรณีการหักเงินผู้กู้ 3,000 บาท เหตุใดเพิ่งสั่งชะลอในวันอังคารที่ผ่านมา

ทำให้นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่านักศึกษาที่เคยเข้าสู่กระบวนการกู้ยืมแล้ว เช่น เรียนในปี1หรือปี2 กระบวนการในการอุดหนุนงบประมาณต่อในปีถัดไปไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะมีนโยบายชัดเจน ส่วนในบางส่วนที่ปรับเข้าออก ขอรับไปพูดคุยกับหน่วยงานก่อน ซึ่งเหตุผลการชะลอตัดเงินของผู้กู้ กยศ. วงเงิน 3,000 บาท เป็นเพราะเพิ่งได้รับทราบข้อร้องเรียนจากประชาชนมายังกระทรวงการคลัง ซึ่งเมื่อรับทราบแล้วก็อาจใช้เวลาพิจารณาในข้อกฎหมาย โดยการประชุมกันหลายครั้ง เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ ตนยืนยันว่าจะมีกลไกในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป


ช่วงหนึ่งนายพริษฐ์ ขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า ข้อมูลการลดงบประมาณของ กยศ. ไม่ตรงกับที่ตนได้รับแจ้งมาจากผู้จัดการ กยศ. ที่ระบุว่าจากงบที่ถูกปรับจาก 21,000 ล้านบาท เหลือ 5,000 ล้านบาท ทำให้จากเดิมที่คาดว่าจะมีผู้กู้รายใหม่ได้ 182,555 คน จะกลายเป็นไม่มีผู้กู้รายใหม่เลย จึงฝากให้รัฐมนตรีคุยกับสำนักงบประมาณและ กยศ.

ต่อมา นายจุลพันธ์ ชี้แจงต่อว่า กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียน รอให้รุ่นพี่มาใช้คืน เพื่อส่งต่อทุนให้กับรุ่นน้อง ซึ่งหลักคิดคือจะต้องสามารถบริหารจัดการได้ โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณในทุกปี ซึ่งหากดำเนินการอย่างเช่นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา กฎหมายมีความไม่เป็นธรรมต่อผู้กู้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยปรับที่สูงมาก ซึ่ง กยศ. อยู่ได้เพราะมีเม็ดเงินจากเบี้ยปรับ และค่าดำเนินการไหลเข้ามาจำนวนมาก สามารถหมุนเวียนภายในโดยไม่ไม่เป็นภาระงบประมาณ ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยของบประมาณเพิ่มเติม แต่เมื่อมีการปรับแก้กฎหมายสภาพคล่อง เริ่มเป็นปัญหา 2 ปีมีการของบประมาณเพิ่มมากขึ้น ให้ กยศ. ไปบริหารจัดการก่อน แต่หากท้ายที่สุดต้องเติมงบประมาณรัฐบาลก็พร้อม

“เพราะฉะนั้นโจทย์ที่กระทรวงการคลังมอบหมาย กยศ.ไป คือต้องปรับเปลี่ยนตัวเองและปฏิรูปตัวเองเช่นเดียวกัน นั่นคือการปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อที่สามารถให้กระบวนการบริหารจัดการเม็ดเงิน โดยเฉพาะการเก็บชำระคืนจากผู้กู้รายเก่าสามารถมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้ กยศ. ลดภาระต่อภาครัฐที่ต้องเติมเงินทุกปีให้ได้มากที่สุด” นายจุลพันธ์ กล่าว.312 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]