กระทรวงมหาดไทย 1 เม. ย. – “อนุทิน” หารือทูตญี่ปุ่น ขอผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจสอบหาสาเหตุอาคาร สตง.ถล่ม เร่งค้นหาผู้ประสบเหตุ แม้ผ่านมา 96 ชั่วโมงแล้ว เปลี่ยนม้ากลางศึกไม่ได้ ชี้ต้องสร้างขวัญกำลังใจประชาชนทั้งในและต่างประเทศ ย้ำการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยจะต้องปลอดภัย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับและหารือ กับ นายโอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในโอกาสหารือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอาคารถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว โดยมี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมมัฐมนตรีช่วยวว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ร่วมหารือ
นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านทูตญี่ปุ่นได้นำความห่วงใยของรัฐบาลและประชาชนชาวญี่ปุ่นนำความเสียใจมายังประชาชนชาวไทย แชะทางรัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมให้การสนับสนุนหากไทยร้องขอ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติ อย่างที่อาคารสตง. ผ่านมาแล้ว 96 ชั่วโมง คงจะเปลี่ยนม้ากลางศึกไม่ได้ การเปลี่ยนวิธีช่วยชีวิตก็คงไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม แต่ได้ขอให้ญี่ปุ่นช่วยส่งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องของอาคารจะได้มาช่วยคณะกรรมการที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้แต่งตั้งไว้ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงถึงสาเหตุในการถล่มครั้งนี้ แเขาละยังเป็นการให้เขามาช่วยให้ความเห็นและยืนยัน การก่อสร้างในประเทศไทยมีการก่อสร้างและออกแบบที่ถูกต้อง ความปลอดภัยก็น่าบังเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจกับประชาชน โดยญี่ปุ่นรับจะส่งผู้เชี่ยวชาญ มาทำงานร่วมกับกรมโยธาธิการฯ พร้อมทั้งขอให้ญี่ปุ่นส่งทีมที่บริหารจัดการ ด้านการเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ประเทศญี่ปุ่นมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดประเทศหนึ่ง เพื่อมาพัฒนาระบบเตือนภัยของไทยต่อไป
นายอนุทิน ยังระบุว่า ในขณะนี้คือการสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งไทยและต่างประเทศ ว่า การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยจะต้องปลอดภัย รวมถึงการทำให้ประเทศไทยกลับมาให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด จึงได้ให้ความมั่นใจกับท่านทูตไป
ส่วนการช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในอาคารสตง. นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า การช่วยเหลือนั้นคืบหน้าไปเยอะ เมื่อคืนตนได้เข้าไปในพื้นที่ จะเห็นได้ว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุด ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ทั้งอิสราเอล สหรัฐอเมริกา โดยการจัดการหน้างานถือว่ามีความเป็นมืออาชีพ มีประสิทธิภาพสูง .319.-สำนักข่าวไทย