“รักชนก” บอกนายกฯ เกรงใจทุนเทา จนแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้

รัฐสภา 25 มี.ค.- “รักชนก” บอกนายกฯ เกรงใจทุนเทา จนแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้ ทวงถามความคืบหน้า พ.ร.ก.ร่วมรับผิดชอบ บอกถ้า “ประเสริฐ” นั่ง รมว.ดีอี มา 2 ปีแล้วงานไม่คืบ ก็ควรปรับออก

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายถึงปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ ที่ยังมีความจำเป็นจะต้องถูกทำลาย ทั้งทุนต่างชาติสีเทาและทุนไทยเทา ซึ่งร่วมมือกันบ่อนทำลายประเทศ โดยปัญหานี้เกิดจากการที่นายกรัฐมนตรีจงใจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง และกลุ่มทุน จงใจปล่อยให้เกิดการทจริตในระบบราชการ มองการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นจนทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีแนวทางการจัดการ ว่าปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะจบลงอย่างไร


นางสาวรักชนก ย้ำว่า ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากการที่เรามีนายกรัฐมนตรี ชื่อแพทองธาร ชินวัตร ทั้งๆ ที่ประเทศควรจะได้ตัวเลือกที่ดีกว่านี้ โดยความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน สะท้อนผ่านสถิติและตัวเลข ที่ปรากฏจากมูลค่าความเสียหายการหลอกลวงของแก็งสแกมเมอร์ และคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งข้อมูลใน 3-4 ที่ผ่านมานั้น คือ 80,000 ล้านบาท และตัวเลขนี้ก็อาจจะไม่ได้สะท้อนถึงความเสียหายที่แท้จริง เพราะยังคงมีคนที่ไม่ได้เข้ามาแจ้งข้อมูลด้วย ซึ่งอาจทำให้มูลค่าสูงถึงปีละ 100,000 ล้านบาท

ทั้งที่รัฐบาลเพื่อไทยเคยตั้งเป้าหมายอยากขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยอยากให้ประเทศเราเป็นฮับการท่องเที่ยว ดิจิทัล การบิน ขนส่ง แต่ตอนนี้สิ่งที่เราได้คือฮับของคนที่ทำทีว่า เป็นนักท่องเที่ยว แต่ที่จริงแล้ว เข้ามาทำธุรกิจสีเทา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ขนาดนายกรัฐมนตรีเองก็เคยเจอปัญหาเรื่องนี้เองกับตัวแล้ว


“นายกฯ พูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยว่า เกือบหลงเชื่อ พร้อมเล่าเหตุการณ์ต่างๆ เหมือนเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น เป็นอีเวนท์ชีวิตที่เอามาเล่าสนุกได้ แต่ถ้านายกฯ ลองคิดสักนิดว่า สิ่งที่ตัวเองเจอสะท้อนอะไร จะพบว่า คนที่ถูกห้อมล้อมด้วยการรักษาความปลอดภัยระดับนี้ มิจฉาชีพยังติดต่อได้ การปลอมเป็นผู้นำมาหลอก แปลว่าเขารู้ว่าเขากำลังคุยกับใคร ต้องค้นหาต้นตอว่าข้อมูลหลุดมาจากแหล่งไหน ถ้าเข้าถึงได้แม้กระทั่งนายกฯ ยังเกือบไม่รอด แล้วตาสีตาสาผู้เฒ่าผู้แก่ประชาชนธรรมดาที่ไม่ทันเกม ไม่ทันเทคโนโลยี พวกเขาจะเหลือหรือ“

นางสาวรักชนก กล่าวอีกว่า สิ่งที่ประชาชนอยากรู้คือขั้นตอนการแก้ไขปัญหา ไม่ได้อยากรู้ว่านายกรัฐมนตรีมีความตื่นเต้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน เพราะถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วทำได้แค่นี้ เราไม่ต้องมีนายกรัฐมนตรีก็ได้

นางสาวรักชนก กล่าวถึงต้นน้ำของแก็งคอลเซ็นเตอร์อีกว่า การดำรงอยู่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น ต้องอาศัยทรัพยากรจากไทยในการเกื้อหนุน ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต อิฐหินปูนดิน น้ำมัน และคน ซึ่งในแต่ละกระบวนการ นายกรัฐมนตรีเอง เป็นคนที่มีอำนาจสั่งการสูงสุด แต่กลับปล่อยปละละเลยจนเละตุ้มเป๊ะไปหมด ซึ่งขณะนี้ยังมีถึง 18 จุดในชายแดน 3 ประเทศ ที่ยังคงใช้งานได้อยู่ จากนั้นได้ไล่เรียงเหตุการณ์ตัดไฟ ซึ่งมีรองนายกฯรัฐมนตรีสองคนเกี่ยวกันไปกันมาเป็นปี และตัวนายกรัฐมนตรีเองก็แทบจะไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย จนกระทั่งผู้ช่วยของรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางมา จึงมีการดำเนินการ ทำให้สถานการณ์นี้ กลายเป็นสิ่งน่าเศร้า เนื่องจากต้องไปหวังว่า ทางการจีนจะกดดันให้รัฐบาลไทยมาทำหน้าที่ของตัวเองหรือไม่


นางสาวรักชนก ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปจีน ซึ่งเดินทางไปก่อนหน้านั้น 1 วัน ตนเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าไม่ต้องมีการไปพบประธานาธิบดีจีน การตัดไฟโดยรัฐบาลไทย จะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะภายหลังจากกลับมา นายกรัฐมนตรีระบุแค่ว่า ประธานประธานาธิบดีจีน ชอบกินทุเรียน และเรากำลังจะได้แพนด้าสองตัว

อย่างไรก็ตาม การตัดไฟเป็นเพียงก้าวแรก เพราะมีการตัดไปแค่ 5-6 จุด จากจำนวนทั้งหมด และจุดที่ตัดไปนั้น ก็มีเพียงแค่ฝั่งเมียนมา แต่ฝั่งที่มีการหลอกคนไทยเป็นหลักคือฝั่งกัมพูชา และน่าแปลกใจมากว่า การจัดการฝั่งกัมพูชา ควรจะง่ายกว่าจุดอื่นๆ เพราะดูเหมือนบุพการีของนายกประเทศไทย กับบุพการีของนายกกัมพูชา จะใกล้ชิดสนิทสนมกันเหลือเกิน ขนาดว่าออกจากชั้น 14 มาวันแรก ก็มาเยี่ยมก่อนใคร

”คุณทักษิณออกมาบอกเองว่า ลูกก็สนิทกัน พ่อก็สนิทกัน แล้วคนไทยได้อะไร สนิทกันแล้วประเทศไทยเราได้อะไรบ้าง เขาเคยอำนวยความสะดวกให้เราบ้างไหม ในพื้นที่ที่เป็นตึกสแกมเมอร์สร้างใหม่ล้ำสันปันน้ำประเทศไทยเราด้วยซ้ำ และกลายเป็นว่าความร่วมมือที่เราได้จากฝั่งกัมพูชามีน้อยมาก นายกฯ อย่าทำให้คนเขานินทาว่า ปราบเมียนมาอย่างหนัก แต่ไม่ทำอะไรที่ฝั่งกัมพูชาเลย เพราะนายกฯ เกรงใจเพื่อนสนิทพ่อ แต่เขาไม่เคยเกรงใจอะไรเราเลย”

นางสาวรัชนก กล่าวถึงกรณีท่าข้ามว่า จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีใครออกมาบอกว่า คนที่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจคือใคร โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดตาก ที่มีความมั่นคงแข็งแรง และยั่งยืนยงขนาดนี้ ไม่ได้ถูกสร้างด้วยไม้ ซีเมนต์ หรือคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ถูกสร้างด้วยเงินจากส่วยที่โปะเข้าไป เพื่อปิดหู ปิดตา ปิดปากเจ้าหน้าที่รัฐ ให้มองไม่เห็นสิ่งผิดกฎหมายจึงยังอยู่ได้จนจนถึงทุกวันนี้ เป็นเคล็ดลับที่ทำให้ตำรวจที่เส้นสายดีๆ ใครๆ ก็อยากไปทำงานที่แม่สอด

และตนขอตั้งคำถามว่า เครื่องบินที่บินไปแม่สอด ทั้งลำเป็นคนจีนหมดเลย ไปทำอะไรกัน เพราะการท่องเที่ยวในแม่สอด ก็ไม่ได้บูมขนาดนั้น แถมเมื่อไปถึงแล้ว ยังข้ามไปที่ประเทศเมียนมาไม่ได้ เพราะด่านผ่านแดนที่ถูกกฎหมาย อนุญาตให้เฉพาะคนไทยและเมียนมาเท่านั้น ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะต้องมีมาตรการในการจำกัดพื้นที่ฟรีวีซ่า โดยการห้ามนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัดที่มีความเสี่ยง อย่างพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหาคอลเซ็นเตอร์แบบนี้ ซึ่งต้องมารอดูกันว่า สุดท้ายนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในเวลาอีกกี่เดือน

นางสาวรัชนก ยังกล่าวถึงปัญหาการค้ามนุษย์ว่า มีคนจำนวนมาก กลายเป็นแรงงานทาส ป้อนเข้าไปอยู่ในกระบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเน้นย้ำว่า กระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมานี้ แค่เริ่มก้าวแรกที่ต้นน้ำ ก็ยังยากลำบาก หากเรามีนายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร

ปัญหากลางน้ำต่อมา คือการจัดการการเข้าถึงตัวเหยื่อ อย่างเช่นกรณีซิมม้า ซึ่งมักมีการจ้างคนมาลงทะเบียน โดยค่ายมือถือเองก็รู้ว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีวิธีการหาซิมม้าแบบไหน แต่นั่นไม่ใช่หน้าที่ที่เขาต้องมาพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่า แม้จะมีข่าวจับซิมเถื่อนให้เห็นอยู่เนืองๆ แต่มีแนวโน้มจะลดลงหรือไม่ เพราะจับไปค่ายมือถือก็ออกซิมใหม่มาขาย จับไปเยอะๆ ก็ดี เขาจะได้ยิ่งขายซิมใหม่ ยิ่งมีกำไรเพิ่ม และพระราชกำหนดที่จะให้ค่ายมือถือร่วมรับผิดชอบอยู่ที่ไหน ตอนนี้ค่ายมือถือเอง ยังมีการเพิ่มแพ็คเกจประกันภัยไซเบอร์แล้ว กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่เกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างแท้จริง ตลอดจนกรณีบัญชีม้า ซึ่งยังไม่มีการสั่งขยายผลสาวไปถึงตัวใหญ่ และตรวจไปที่คริปโตแต่อย่างใด เนื่องจากเรารู้กันอยู่แล้วว่า การฟอกเงินส่วนใหญ่มักจะฟอกผ่าน P2P จึงทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าการที่ไม่จัดการปัญหานี้ นอกจากจะจงใจไม่ควบคุม ปล่อยให้อะไรเทาๆ อยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

จากปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด “ท่านนายกฯ ลองสะกิดท่านประเสริฐหน่อยไหม นั่งแช่เก้าอี้เป็นรัฐมนตรีดีอีมา 2 ปี พรก.ยังไม่คลอด ถ้าพูดกันตามหลัก 2 ปีงานไม่คืบ ต้องปรับออกแล้ว แต่สุดท้ายคงไม่เกิดขึ้น เพราะท่านประเสริฐเป็น โควตาทุนกลุ่มไหน ใครก็รู้”

สิ่งที่สำคัญที่สุดในกระบวนการกลางน้ำ คือเรื่องข้อมูลรั่วไหล ซึ่งเห็นได้ชัดว่า นายกรัฐมนตรีทำให้กระบวนการทุกอย่างติดขัดไปหมด เพราะจะแก้เรื่องไหน ก็ติดประโยชน์ของกลุ่มทุนทั้งนั้น

ปัญหาปลายน้ำ จึงควรมีการปราบปรามทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบไบโอแมทริกซ์ เพื่อสกัดกั้นอาชญากร การจับกุมไทยเทา ที่อำนวยความสะดวกให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กวาดล้างออกหมายจับเจ้าของบ่อนการพนัน อย่างหม่องชิดตู ที่เป็นคนสำคัญ รวมถึงตือ คอสโม่ ด้วย ถ้าเรื่องแค่นี้ นายกรัฐมนตรียังทำไม่สำเร็จ ท่านไม่ต้องมีหน้าไปว่าใครเรื่องภาวะผู้นำเลย ว่าต้องมีภาวะผู้นำก่อน ถึงค่อยมาว่าคนอื่น เพราะตัวนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่มี

ดังนั้น หากรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นตอแบบถอนรากถอนโคน ไม่กล้าแตะต้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุน เพราะไม่ว่าจะทุนกลุ่มไหน ก็เคยร่วมโต๊ะอาหารกับพ่อนายกรัฐมนตรีทั้งนั้น ไม่กล้าจัดการไทยเทา เพราะจะหันไปทางไหน ก็เป็นลูกของใครสักคนของพ่อนายกฯ แม้กระทั่งระบบปกป้องประเทศ ก็ไม่อนุญาตให้จัดทำ การคอร์รัปชั่นที่มีในทุกระดับ แต่นายกฯ ทำเป็นมองไม่เห็น ทำให้ประเทศเรากลายเป็นดินแดนสวรรค์ของมิจฉาชีพ ที่ปัญหาทุกอย่างติดขัดทุกส่วนเช่นนี้ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะแพทองธาร ชินวัตร ที่ไร้ความสามารถ”.-312.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ลุ้นวันนี้! ศาล รธน.ลงมติคดี “คลิปเสียง “แพทองธาร” คุย “ฮุน เซน”

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – ลุ้นวันนี้ (29 ส.ค. 68) ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร คุย “ฮุน เซน” วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเห็นส่วนตน เพื่อส่งให้ประธานศาลศาลรัฐธรรมนูญ จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมแถลง และในเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะขึ้นบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชม ส่วนความเคลื่อนไหววันนี้ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ถูกศาลสั่งพักงาน” จะเดินทางเข้าทำเนียบฯ ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการอ่านคำวินิจฉัยด้วยตนเอง และเตรียมแถลงข่าวหลังศาลมีคำตัดสิน โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอย เดินทางเข้ามาให้กำลังใจ จากนั้นเวลา 15.00-16.00 น. สส.พรรคเพื่อไทย จะเข้าให้กำลังใจนายกฯ ไม่ว่าผลออกมาบวกหรือลบ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.แพทองธาร […]

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

อุตุฯ เตือนเหนือ-อีสาน-ใต้ฝั่งตะวันตก ฝนตกหนักบางแห่ง

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 40% กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนในระยะต่อไป กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง […]

แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ชาวบ้าน-พระ เดือดร้อน

สุโขทัย 28 ส.ค. – หลายพื้นที่เมืองสุโขทัย จมอยู่ใต้น้ำและขยายวงกว้าง แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ด้านหลังวัดปากแคว พระและชาวบ้าน ช่วยกันขนสิ่งของหนีน้ำ ภาพมุมสูง เผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมสูงภายในวัดปากแคว และบริเวณโดยรอบ ทหารนำกำลังพล 22 นาย ลงพื้นที่ช่วยเหลือ พระวัดปากแคว ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 4 ต.ปากแคว 4 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง รถยนต์จมน้ำหลายคัน ด้านหลังวัดปากแคว อำเภอเมือง แม่น้ำยมผนังกั้นน้ำล้นตลิ่ง มวลน้ำมหาศาล ทะลักเข้าท่วมเต็มพื้นที่ ระดับน้ำสูงรอบวัดเกือบ 2 เมตร ทะลักเข้าท่วม ไหลข้ามถนนจรดวิถีถ่อง ระยะทางกว่า 500 เมตร ต้องปิดกั้นถนนห้ามสัญจรไปมา พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ (พระอาจารย์นาค) เจ้าคณะตำบลบ้านกล้วย เจ้าอาวาสวัดพายชุมพล หลังทราบข่าว ระดับน้ำท่วม ในวัดปากแคว รีบนำอาหารกล่องพร้อมทั้งถุงยังชีพ เข้าไปถวายพระสงฆ์ 18 รูป ที่จำพรรษาอยู่ในวัดปากแคว เร่งหาผู้สูญหายที่แม่ฮ่องสอน […]