รัฐสภา 24 มี.ค.-“วิโรจน์” ลุกสวน นายกฯ ทันควัน เสียภาษีมากน้อยไม่ได้สำคัญ เหน็บคนเสียภาษีมาก แต่หาเทคนิคหลบเลี่ยงต่างหากที่น่ารังเกียจ ด้าน “จุลพันธ์” ประท้วงประธานควบคุมด้วย หวั่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจกลายเป็นกระทู้
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระพิจารณายัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงเรื่องการเสียภาษีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายไปเมื่อช่วงเช้าเสร็จสิ้น
นายวิโรจน์ ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิงตอบโต้กลับไปที่นายกรัฐมนตรีทันที ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดุดัน ว่า นายกรัฐมนตรีจะเสียภาษีมากกว่าใคร นั่นเป็นหน้าที่ของท่านนายกฯ อยู่แล้ว ตนมั่นใจ ว่าคนไทย 60 ล้านคนหรือมากกว่านั้น เสียภาษีน้อยกว่าท่านนายกฯ ทั้งนั้น แต่ขอให้กลับไปดูมาตรา 50 (9) ของรัฐธรรมนูญ บุคคลมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ตามที่กฎหมายบัญญัติ ประชาชนจะเสียมากหรือเสียน้อย ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน
ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลุกประท้วงนายภราดร ว่า ขอประท้วงท่านประธาน ในข้อ 9 ไม่อยากให้ท่านประธานเปลี่ยนญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระทู้ แล้วการพาดพิง ตนเข้าใจว่าสามารถใช้สิทธิ์ได้ แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรี พูดมาทั้งหมด ไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่พาดพิงถึงนายวิโรจน์ เลย ดังนั้นท่านประธาน โปรดควบคุมการประชุมด้วย
จากนั้น นายภราดร วินิจฉัยว่า ตนพยายามฟังนายวิโรจน์ อยู่ ว่าจะเข้าเรื่องที่นายกรัฐมนตรีพาดพิงอย่างไร ขอให้กระชับ
ก่อนที่นายวิโรจน์ กล่าวว่า เสียภาษีมากน้อยไม่ได้สำคัญ ตราบใดที่ประชาชนทุกคน คนตัวเล็กตัวน้อยเสียภาษีตามที่กฎหมายบัญญัติ เขาถือว่าทำได้ถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญแล้ว
“เสียภาษีมาก แต่หาเทคนิคในการหลบเลี่ยงหนีภาษีต่างหากที่น่ารังเกียจ” นายวิโรจน์ กล่าว
ทำให้นายภราดร กำชับทิ้งท้ายว่าประเด็นไม่ได้อยู่ในการพาดพิง การพาดพิงคือพาดพิงไปถึงบุคคลใด และทำให้บุคคลนั้นเสียหาย ท่านนายกฯ ไม่ได้พาดพิงไปถึงนายวิโรจน์ และทำให้เสียหาย เพราะฉะนั้นการชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ ไม่ใช่เป็นลักษณะพาดพิง ถือว่านายวิโรจน์ อภิปรายจบไปแล้ว.-315.-สำนักข่าวไทย