“วิโรจน์” อภิปรายคุณสมบัตินายกฯ ฝ่ายรัฐบาลลุกประท้วงวุ่น ขอให้ถอนคำพูด

อภิปรายไม่ไว้วางใจ

รัฐสภา24 มี.ค.- “วิโรจน์” ลุกอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ บรรยากาศดุเดือด ฝ่ายรัฐบาลประท้วงวุ่น ชี้อภิปรายเสียดสี ขอให้ถอนคำพูด


ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกอภิปรายว่าคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ หน้าที่ของปวงชนชาวไทย ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า บุคคลมีหน้าที่เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้รับการยกเว้น โดยสำนึกแล้วคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการเสียภาษีด้วยซ้ำ ถ้าตัวนายกรัฐมนตรียังทำตัวหนีภาษี ความเป็นธรรมในเรื่องภาษีจะเกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างไร

นายวิโรจน์ กล่าวว่า การที่คนรวยบางกลุ่มบางก้อนใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการหลบเลี่ยงภาษี ซ้ำร้ายในหลายกรณีเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการหลีกเลี่ยง หรือการหนีภาษีด้วยซ้ำ จึงทำให้ภาระทางภาษีตกอยู่กับมนุษย์เงินเดือน คนชั้นกลางประชาชนชาวรากหญ้า
ดังนั้น พฤติกรรมการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการหลีกเลี่ยง หรือเรียกง่ายๆ ว่าหนีภาษี จึงเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ เป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชน ตนนึกไม่ถึงว่าพฤติกรรมที่น่าอดสูแบบนี้ จะเกิดขึ้นกับคนที่ชื่อว่าแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี


นายวิโรจน์ ย้ำว่า การอภิปรายในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร แต่เป็นการอภิปรายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของเงินแผ่นดิน ว่านายกรัฐมนตรีใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ทำนิติกรรมอำพราง หนีภาษี หนึ่งในคนที่อยู่บนห่วงโซ่อาหารก็คือแพทองธาร ชินวัตร

นายวิโรจน์ เล่าว่า หลังจากที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีโอนหุ้นบริษัท 19 บริษัท มูลค่า 9,330.5 ล้านบาท แต่มี 2 บริษัท มูลค่า 393.5 ล้านบาท โอนไปให้แม่และพี่สาว ตนจึงถามว่าเป็นการโอนไปด้วยวิธีการใด เป็นการให้ หรือเป็นการขายหุ้น หุ้นตัวแรก คือ บริษัทอัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ 224.1 ล้านบาท โอนไปให้คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ผู้เป็นแม่ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2567 และหุ้นตัวที่สอง บริษัทประไหมสุหรี พรอพเพอร์ตี้จำกัด จำนวน 169.4 ล้านบาท โอนให้ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2567 ถ้าการโอนหุ้นของนายกรัฐมนตรีไปให้แม่และพี่สาว ก็ต้องมีภาระในการจ่ายภาษี กรณีของแม่ต้องเสียภาษีรับให้ 10.2 ล้านบาท ในขณะที่พี่สาว 8 ล้านบาท รวมแล้วรัฐต้องได้ 18.2 ล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีทำนิติกรรมอำพรางในการหนีภาษีรับให้มาตั้งแต่ปี 2559 อ้างว่าให้โดยเสน่หา ภาษีซักสลึงก็ไม่ต้องเสีย

จังหวะนี้ นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ลุกประท้วง ว่านายวิโรจน์ไม่รู้สี่รู้แปด ทำให้ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานในการประชุมตักเตือนว่า อย่าใช้คำพูดประเด็นนี้ เขายังพูดอยู่ในประเด็น


นายวิโรจน์ จึงถามว่า นางนุชนาถประท้วงตามสัญญาว่าจ้างข้อไหน ทำให้นางนุชนาถ ไม่พอใจ ขอให้ถอนคำพูด นายวิโรจน์ จึงยอมถอน ก่อนกล่าวว่า “ก่อนจะประท้วง ขอให้ท่านผู้ประท้วงร้อง กี้ๆ” (แปลว่าลิ่วล้อ) จึงยิ่งทำให้นางนุชนาถไม่พอใจ ขอให้ถอนคำพูดคำว่ากี้ๆ ด้วยนายวิโรจน์ จึงยอมถอน ก่อนจะอภิปรายต่อ

นายวิโรจน์ กล่าวว่า มนุษย์ที่ร่ำรวย ถ้าเขาไม่อยากจ่ายภาษีรับให้ พ่อแม่ส่วนใหญ่จะทยอยให้ปีละไม่เกิน 20 ล้านบาท เพื่อไม่ต้องเข้าเกณฑ์เสียภาษี แทนที่นายกรัฐมนตรีจะทำเหมือนกับมนุษย์ทั่วไปที่เขาทำกัน กลับมีพฤติกรรมใช้ช่องว่างทางกฎหมายหลีกเลี่ยงภาษีรับให้มาตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา

นายวิโรจน์ ชี้เป้าว่า เมื่อไปดูบัญชีทรัพย์สิน พบว่านายกรัฐมนตรีมีหนี้ 9 รายการ เป็นเอกสาร 9 แผ่นกระดาษ วิธีการที่นายกรัฐมนตรีใช้ แวดวงธุรกิจเรียกกันว่า ตั๋ว PN ซึ่งเป็นหนี้สินเชื่อ โดยนายกรัฐมนตรีซื้อหุ้นกับพี่สาว พี่ชาย ลุง ป้าสะใภ้ และแม่ เป็นการซื้อเชื่อ แล้วออกตั๋ว PN เพียงเท่านั้น ไม่ได้ซื้อขายจริง

“ซื้อหุ้นกันภาษาอะไร ไม่มีกำหนดว่าจะจ่ายเงินค่าซื้อหุ้นกันเมื่อไหร่ ถ้าชาตินี้ไม่มีใครทวง แพทองธารก็ไม่ต้องจ่าย ลืมไปได้เลยว่าเคยเป็นหนี้ เพราะดอกเบี้ยก็ไม่มีใครคิด แพทองธารไม่ต้องกังวลเลยว่าจะต้องมีภาระในการจ่าย พี่ชาย พี่สาว ลุง ป้าสะใภ้ และแม่ เป็นเจ้าหนี้ที่แสนดี มีความกรุณามากๆ นอนกอดกระดาษ 9 ใบ โดยที่ไม่รู้ว่าเงิน 4,434.5 ล้านบาท จะได้เมื่อไหร่ โอ้โฮ ถ้าตั๋ว PN ทั้ง 9 ใบนี้ เป็นจริงตามที่ผมว่า ก็แสดงว่าการซื้อหุ้นของแพทองธาร ทำนิติกรรมบังหน้า เอาเปรียบประชาชน เป็นการบ่อนทำลายประเทศ”
ทำให้ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกประท้วงว่า ประธานต้องควบคุมเตือนและตักเตือนนายวิโรจน์ เรื่องมาตรฐานจริยธรรม นายวิโรจน์ต้องรับผิดชอบในการเอาเอกสารต่างๆ ที่นำมาบรรยาย ถ้าไม่ใช่ความจริง ทำให้นายวิโรจน์ ตอบโต้ว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารในการชี้แจง ฝ่ายบริวารอย่ามายุ่ง

แต่ ทพญ.ศรีญาดา ไม่ยอม ระบุว่า ช่วยกรุณาถอนคำพูดด้วย การส่อเสียดกันมันไม่ควรเกิดขึ้น แต่นายวิโรจน์ไม่จบ กล่าวเล่นมุกต่อว่า ถ้าเป็นหมอฟัน ก็ถอนอยู่แล้ว จากนั้น นายวิโรจน์ ลงรายะเอียดการออกตั๋ว PN เป็นการซื้อเชื่อรายคนให้กับญาติ โดยตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการซื้อปลอม ทำให้คนในครอบครัว คนในกงสี ไม่ต้องเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาเลยแม้แต่บาทเดียว นายกรัฐมนตรีและญาติติโกโหติกาก็ไม่ต้องจ่ายภาษีอะไร แม้แต่เศษเนื้อเศษกระดูกก็ไม่ให้ตกถึงท้องสรรพากร

“ติ่งต่างทำเป็นซื้อ ซึ่งได้มาจากการให้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีรับให้ วันนี้หมดเวลาที่แพทองธารจะทำกงสี เตรียมกระดาษเงินกระดาษทองทำกงเต็กได้เลย…ผมไม่ได้รังเกียจคนรวย เพราะคนรวยคนอื่น เวลาที่เขาจะให้หุ้นลูก ให้เงินหลาน เขาก็เสียภาษีอย่างถูกต้อง แพทองธาร เขาเป็นคนแบบไหน เสียภาษีแบบมนุษย์มนาตรงไปตรงมาไม่ได้หรืออย่างไร คนหนีภาษีแบบนี้เรายังสมควรให้ลอยหน้าลอยตาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ต่อไปได้อย่างไร หน้าที่ของคนทั่วไปยังทำไม่ได้แล้วยังลอยหน้าลอยตาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำของคนไทยทั้งประเทศได้อย่างไร” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีใช้ตั๋ว PN สร้างหนี้ปลอม หลีกเลี่ยงภาษีจำนวนสูงถึง 218.7ล้านบาท ตนอยากรู้จริงๆ ว่าชีวิตที่เป็นปลวกเป็นเพลี้ย คอยเอาเปรียบประชาชน ฉ้อฉลประเทศแบบนี้ เวลาที่คนอย่างแพทองธาร ชินวัตร เดินเฉิดฉายอยู่กลางแจ้ง เขาไม่เคยรู้สึกสำนึกสำเหนียกอายฟ้าอายดินบ้างหรือ

จังหวะนี้ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เตือนว่า ให้ระวังฉันการใช้คำส่อเสียด แต่นายวิโรจน์แย้งว่า เวลาพูดถึงคนหนีภาษีมันเดือด
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีหนีภาษีถึงเกือบ 15% ของภาษีมรดกที่จัดเก็บได้ในปี 2567 ซึ่งถ้าพิจารณาถึงกระบวนท่ากันจริงๆ ถือเป็นกระบวนท่าที่ใช้ภายในจักรวาลชินวัตร ถ้าติดตามนวนิยายจีน จะทราบดีว่าเป็นเทคนิคการเคลื่อนย้ายจักรวาลที่เคยสั่นสะเทือนมาแล้วเมื่อปี 2544 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนนั้นเจ้าสำนักไม่ใช่ใครยักย้ายถ่ายเท หรือซุกหุ้นกันในเฉพาะเครือญาติ แต่ถึงกับเอาไปซุกไว้กับคนรับใช้ เอาไปให้คนขับรถ ล้ำลึกมากๆ ตนประเด็นที่อภิปรายในวันนี้ไปยื่นให้อธิบดีกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบต่อ


ช่วงที่นายวันมูหะมัดนอร์ทำหน้าที่ประธาน มีผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง โดยนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ออกทะเล ขณะที่นางนุชนาถ ลุกประท้วงอีกรอบ ว่านายวิโรจน์จินตนาการกว้างไกลมาก ติดหนังจีนมากเกินไปหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันมูหะมัดนอร์ได้ตักเตือนนายวิโรจน์หลายครั้ง ว่าอย่าใช้คำเสียดสี ใส่ร้าย แต่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ท้วง ขอให้ประธานวางตัวเป็นกลาง ขนาดองครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับเขายังไม่ประท้วงเลย

ทั้งนี้ บรรยากาศการเป็นห่วงกลับมาดุเดือดอีกครั้งในช่วงที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยนายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนทนฟัง มีแต่เสียดสี ฝ่ายค้านตระบัดสัตย์หรือไม่เพราะมีลุงไม่มีเรา และตอนนี้อยู่บำรุงแล้ว ทำให้นายวิโรจน์ สวนว่า อยู่ดีๆ ก็ด่าตัวเอง ร้องกี้ๆ สัก 2-3 ครั้งได้หรือไม่

แต่นายไชวัฒนา ยังตอบโต้ด้วยว่าตนคงไม่ไปต่อล้อต่อเถียง ทำให้นายพิเชษฐ์ ตัดบทว่า ไม่เป็นไรครับ และถามนายวิโรจน์ว่า กี้ๆ แปลว่าอะไร

“ท่านวิโรจน์ลองแปลซิ บางทีก็เป็นคำที่ไม่ควรใช้ในสภา แปลว่าอะไรครับ” นายพิเชษฐ์ กล่าว

นายวิโรจน์ จึงชี้แจงว่าเป็นคำปกติ ไม่ได้หยาบคายอะไร แต่เดี๋ยวเล่าแล้วยาว ทำให้นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ถ้าไม่มีความหมายก็ไม่ควรนำมาใช้

นายวิโรจน์ กล่าวหาว่า คนอย่างนายกรัฐมนตรี มีความทุจริตเป็นที่ประจักษ์ ประชาชนเขาหวังฝากความหวังไว้กับผู้นำ แต่สุดท้ายเรากลับได้โจรใส่อาภรณ์ ขุนนางสวมรองเท้าไข่มุก แล้วพูดว่ามีกินมีใช้ ไปพร้อมพร้อมกัน ทำให้ ทพญ. ศรีญาดา ลุกขึ้นมาอีกรอบ ประท้วงว่า อย่าเสียดสี โดยเฉพาะเมื่อพูดกับผู้หญิง

จากนั้น นายพิเชษฐ์ ได้กล่าวตักเตือน นายวิโรจน์จึงโต้แย้งว่าคำว่าทุจริต ถ้าพูดไม่ได้ก็อภิปรายไม่ได้แล้ว ก่อนกล่าวต่อว่า “คำว่ามีกินมีใช้ไปพร้อมพร้อมกัน แท้ที่จริงแล้วคือการหาช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อให้มีกินกันเฉพาะกงสี ให้ได้อิ่มหมีเฉพาะตระกูลของตัวเอง แพทองธาร ชินวัตร นายกฯหนีภาษี ไม่มีศักดิ์ศรีที่จะดำรงตำแหน่งอีกต่อไปแล้ว ได้เวลาออกไปจากตึกไทยคู่ฟ้า กลับกรงสีที่บ้านจันทร์ส่องหล้าไปได้แล้ว จบนะครับ กี้”

จากนั้นนางนุชนาถ ประท้วงทันทีว่า นายวิโรจน์พูดเสียดสี เหมือนคนที่จะไม่ได้อยู่ในสภาอีกแล้ว แต่นายวิโรจน์ ใช้สิทธิ์พาดพิงว่า ถ้าอยู่ในสภา แล้วต้องอยู่ในฐานะเป็นลิ่วล้อ เป็นบริวารที่ไม่มีศักดิ์ศรี แต่ยังพูดไม่ทันจบ นายพิเชษฐ์ปิดไมค์ แล้วกล่าวว่า จบแล้ว

ต่อมา นายครูมานิตย์ ลุกกล่าวว่า ตั้งแต่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ อภิปรายตนก็บอกกับทีมว่าอย่าประท้วงนะ ให้เกียรติหัวหน้าพรรคเขา แต่นายวิโรจน์อภิปรายด้วยความทุจริต มีการข่มขู่ว่าถ้าโหวตให้นายกรัฐมนตรีจะผิดข้อบังคับ ถือเป็นการกรรโชก

“วันนี้ขอให้พี่วิโรจน์ใจเย็นลงนิดหนึ่งน้อง หรือคุณพี่ที่เคารพครับ ใจเย็นนิดหนึ่ง เพราะเหมือนกับคนสติแตก” นายครูมานิตย์ กล่าว

นายพิเชษฐ์ จึงวินิจฉัยว่า การอยู่ในสภาเป็นตัวตนของแต่ละบุคคล ท่านจะสุภาพหรือไม่เป็นเรื่องของท่าน แต่ถ้าเกินไปก็ต้องประท้วง ประชาชนเขาตัดสิน

จากนั้น นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลุกประท้วงนายวิโรจน์ว่า อภิปรายเสียดสีมาโดยตลอด ต่อไปถ้าจะพูดจาอะไร ขอให้พยายามใช้สมอง แต่นี่เขาใช้สมองแค่ 2 ซีกเท่านั้น ได้แก่ 1.ยกตนข่มท่าน ด้อยค่าคนอื่น เสียดสีคนอื่น 2.ยกย่องพวกตัวเองเท่านั้น คนแบบนี้เหมาะสมเป็นหัวหน้าม็อบ ดังนั้น ประธานต้องวินิจฉัยอย่างเอาจริงเอาจัง เดี๋ยวมันจะได้ใจ ไอ้เหลือก!

ทำให้นายพิเชษฐ์วินิจฉัยว่า ตั้งแต่นายวันมูหะมัดนอร์มาถึง ตนพยายามตักเตือนนายวิโรจน์ว่าสุภาพหน่อย และให้เกียรตินายกรัฐมนตรีด้วย เพราะออกไปข้างนอก ประชาชนจะมองนายกรัฐมนตรีอย่างไร

นายวิโรจน์ จึงลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิงว่าไปถึงนายครูมานิตย์ ว่าตนคิดว่าการพูดถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ สส.ทุกคนเข้าใจถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่วน สส.อีกคน ตนไม่อยากเอ่ยชื่อ มาบอกว่าใช้สมองซีกซ้ายซีกขวา 2 ซีกอะไร ตนก็ยังดีใจที่ใช้สมอง แต่เมื่อกี้คำพูดของท่านชัดเจนว่าไม่มีสมอง

ทำให้นายธีระชัย ลุกขึ้นโต้ว่า “ถ้าจะต่อล้อต่อเถียง เขาประสบความสำเร็จอะไรบ้าง ผมอยากรู้ นอกจากใช้ปากเป็นอาวุธ ระวังปากด้วยครับ เดี๋ยวนี้ผมแก่แล้ว ไม่กลัวด้วยไอ้พวกปาก…” ซึ่งนายธีระชัยยังไม่ทันพูดจบ นายพิเชษฐ์ปิดไมค์ จนทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายโต้กันอย่างดุเดือดนอกไมค์

ทั้งนี้ในช่วงท้าย นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ลุกหารือว่า ในการอภิปรายของนายวิโรจน์มีการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ดังนั้นในรายงานหรือบันทึกการประชุมช่วยว่านำชื่อคนนอกออก เพื่อความถูกต้องของการอภิปราย ตามข้อบังคับด้วย

นายพิเชษฐ์ ชี้แจงว่า การเอ่ยชื่อคนนอกต้องรับผิดชอบเอง จากนั้นได้ให้ผู้จะอภิปรายในลำดับถัดไปได้อภิปรายต่อไป.-312 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ฤทธิ์พายุหนองฟ้าทำหลายจังหวัดอ่วม ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

31 ส.ค. – พายุหนองฟ้าทำพิษ สุโขทัยเจอน้ำท่วมไหลเชี่ยวกรากหลายอำเภอ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ขณะที่ จ.พิษณุโลก น้ำป่าหลากท่วมหลายจุด ต้นพะยอม 100 ปี โค่นขวางถนนกลางเมือง ส่วน จ.สกลนคร พายุกระหน่ำกระทบงานไหว้สาพญาเต่างอย พายุหนองฟ้าทำพิษ จ.สุโขทัย น้ำท่วมหลายอำเภอ โดยพื้นที่ที่กระทบหนักคือ อ.ศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมือง อ.กงไกรลาศ อ.บ้านด่านลานหอย และ อ.คีรีมาศ ซึ่งเช้าวันนี้ ปภ.แจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนให้รับมือ นอกจากนี้พบว่าพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 4 ต.ปากแคว อ.เมือง มวลน้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำยม ไหลบ่าเข้าท่วมอย่างรุนแรงและเชี่ยวกราก บ้านเรือนได้รับผลกระทบเกือบ 100 หลัง น้ำป่าเข้าท่วมหลายจุดในพิษณุโลกที่ จ.พิษณุโลก น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ลงสู่ อ.วังทอง และ อ.เนินมะปราง หลังเกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตรเสียหาย โดยถนนทางหลวงช่วงบ้านกกไม้แดง ต.ดินทอง […]

ปชป.ยังไม่มีมติร่วมรัฐบาล กก.บห.มอบหัวหน้าพรรคตัดสินใจ

ปชป. 31 ส.ค. – “เฉลิมชัย” บอก​ ปชป. ยังไม่มีมติเข้าร่วมรัฐบาล ที่ประชุม กก.บห. มอบอำนาจหัวหน้าพรรคตัดสินใจ แจง​จับมือแถลงร่วมเพื่อไทย​ เป็นมารยาท​ เหตุยังร่วม ครม.​ ลั่นสถานการณ์​ปัจจุบัน​ยังไม่มีใครตัดสินใจได้​ ต้องรอฝุ่นจางจะเห็นภาพชัด​ ถ้าด่วนตัดสินใจอาจพลาด​ ย้ำทุกอย่างต้องผ่านมติพรรค ไม่เช่นนั้นเป็นของเถื่อน​ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยใช้เวลากว่า​ 1 ชั่วโมง​ ว่า ต้องบอกว่าวันนี้การเมืองยังไม่มีข้อยุติ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อพูดคุยสถานการณ์การเมืองทั้งหมด และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนตามข้อบังคับพรรค ซึ่งเมื่อ น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง เท่ากับว่ารัฐบาลได้หมดสิ้นไป การดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมาเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดตามข้อบังคับพรรค เพื่อให้สามารถบริหารงานได้ทันการ ซึ่งที่ประชุมมีมติ ใช้ข้อบังคับ 1 3 และ 4 ยกเว้นการใช้ข้อบังคับพรรค โดยใช้เสียงไม่เกิน 3 ใน 5 ของกรรมการบริหารพรรคที่เข้าร่วมประชุม […]

“ภูมิธรรม” ลาประชุม ก.ตร. มอบ “บิ๊กต่าย” ปธ.เคาะโผนายพล

31 ส.ค.- ก.ตร. ประชุมครั้งที่ 8/2568 จับตาแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ ขณะที่ “ภูมิธรรม” ติดภารกิจ มอบ ผบ.ตร. นั่งประธานแทน วันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จัดประชุมครั้งที่ 8 ประจำปี 2568 โดยมีวาระสำคัญว่าด้วยการบริหารงานบุคคลและการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นการประชุมใหญ่ที่ถูกจับตามองจากทุกฝ่าย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2568 มีมติเลื่อนการพิจารณามายังวันนี้ เนื่องจากมีหนังสือร้องเรียนหลายประเด็น รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม เวชยชัย ประธาน ก.ตร. ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจสำคัญเร่งด่วน จึงมีหนังสือถึงที่ประชุมให้ดำเนินการตามข้อบังคับ ก.ตร. ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และคณะอนุกรรมการ […]

พรรคร่วมรัฐบาลตอบรับทุกข้อเสนอ “ปชน.” รอเคาะ

พรรคประชาชน 31 ส.ค.- “ภูมิธรรม” เผย พรรคร่วมรัฐบาล ตอบรับทุกข้อเสนอ “ปชน.” รอพรรคประชาชนตัดสินใจ ลั่นทำเร็ว ยุบสภาได้ก่อน 4 เดือน ขณะม็อบหนุน พท. โผล่ให้กำลังใจ “เพื่อไทยสู้ๆ” ภายหลังแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าหารือกับแกนนำพรรคประชาชนประมาณ 1 ชั่วโมง นายภูมิธรรม ได้นำแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมา แถลงข่าวด้านล่างพรรคประชาชน ขาดเพียงนายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่ารีบไปประชุม กรรมการบริหารพรรค จึงไม่ได้ร่วมวงสัมภาษณ์ได้ โดยนายภูมิธรรม ระบุว่า ในนามพรรคร่วมรัฐบาล ได้มอบหมายให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการประสานจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน ซึ่งตัวแทนที่มาวันนี้ (31 ส.ค.) ก็ครบทุกพรรค ส่วนตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สบาย แต่เขาพร้อม หากไม่สบายใจหรือมีข้อสงสัยก็พร้อมจะซูมเข้ามา ซึ่งข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพ เนื่องจากเห็นว่าการเมืองขณะนี้เป็นช่วงวิกฤต เป็นเรื่องที่ควรจะหาทางออกร่วมกัน ดังนั้นหลังจากที่พูดคุยกันแล้วพรรคร่วมรัฐบาลจึงได้มาพูดคุยกับพรรคประชาชน เนื่องจากพรรคประชาชนเป็นพรรคที่เสนอว่า หากใครรับข้อเสนอของพรรคประชาชนได้ ก็จะนำมาตัดสินใจว่าจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้(31 […]