ศาลปกครอง 28 ก.พ.-ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับคำฟ้องคดีเพกาซัสสปายแวร์ เจาะข้อมูลนักเคลื่อนไหว เข้าข่ายการกระทำละเมิดโดยรัฐ
ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลาง เป็นให้รับคำฟ้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อประชาชน (iLaw) และนายอานนท์ นำภา อดีตนักเคลื่อนไหวการเมืองฟ้อง ว่าสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-9 ได้ร่วมกันใช้เพกาซัสสปายแวร์ สอดแนมเจาะเข้าระบบและเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ อันเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองตั้งรหัสผ่านและมีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้
โดยศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้ว่าผู้ฟ้องคดีทั้งสองจะกล่าวอ้างว่า การกระทำที่พิพาทขัดต่อมาตรา 5 และมาตรา 7 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่บัญญัติความผิดและโทษทางอาญาไว้ก็ตาม แต่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองก็เพียงแต่ยกบทบัญญัติดังกล่าวเพื่อแสดงให้เห็นว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งเก้า ไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมาย และยังเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อบทกฎหมายที่มีโทษทางอาญา จึงถือเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ อันเป็นเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีจึงเห็นได้ว่าการที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองฟ้องได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 -8 รวมถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 9 ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ละเลยต่อหน้าที่ไม่ควบคุมหรือกำกับมิให้มีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว จึงมีคำขอให้ระงับการกระทำ ลบ และส่งมอบข้อมูลคืน และชดใช้ค่าเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้รับจากการกระทำดังกล่าว จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 8วรรคหนึ่ง (3) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
ทั้งนี้คดีดังกล่าวนายยิ่งชีพและนายอานนท์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางช่วงปี 2566 ระบุในคำฟ้องว่าได้รับอีเมลแจ้งจากบริษัทแอปเปิล ซึ่งเป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการ IOS ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ฟ้องคดีทั้งสองกำลังถูกโจมตี โดยผู้โจมตีที่ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ จึงตรวจสอบด้วยวิธีการทางนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ โดยองค์กรด้านเทคโนโลยีที่ไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศแคนาดา ผลการตรวจสอบพบร่องรอยว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ถูกเจาะระบบโดยเพกาซัสสปายแวร์เพื่อเข้าระบบและเข้าถึงข้อมูล โดยนายยิ่งชีพ ถูกกระทำในระหว่างเดือน พ.ย.63-พ.ย.64 จำนวนมากกว่า 10 ครั้ง ส่วนนายอานนท์ถูกกระทำในระหว่างเดือน ธ.ค.63-ส.ค. 64 มากกว่า 5 ครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองเคลื่อนไหวทางการเมือง ใช้สิทธิชุมชุมเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่อยู่ในเรือนจำ จึงขอให้ศาลฯ มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งเก้า ระงับการใช้เพกาซัสสปายแวร์สอดแนมเจาะเข้าระบบและเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ฟ้องคดีทั้งสองทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ และชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการทำละเมิด และค่าเสียหายต่อจิตใจให้ผู้ฟ้องคดี รวมคนละ 2.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ซึ่งต่อมาศาลปกครองกลางสั่งไม่รับคำฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดีจึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และวันนี้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา.-314.-สำนักข่าวไทย