กสม. 28 ก.พ.- กสม.ส่งสาร “วันยุติการเลือกปฏิบัติสากล 1 มี.ค.68” ชี้สังคมไทยยังเผชิญการเลือกปฏิบัติ ขัดขวางการเข้าถึงสิทธิมนุษยชนขอรัฐเร่งดันร่างกฎหมายว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล หวังเป็นเครื่องมือในการขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่งสารเนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล 1 มีนาคม ประจำปี 2568 ระบุว่า สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองจากการถูกเลือกปฏิบัติบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 ที่ให้การรับรองความเสมอกันของบุคคลในกฎหมาย และการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม ความคิดเห็นทางการเมือง หรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้ โดยหลักการไม่เลือกปฏิบัติถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน ซึ่งสอดคล้องตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนทุกฉบับที่ประเทศไทยเป็นภาคี ดังนั้นสิทธิที่จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติจึงเป็นสิทธิมนุษยชนของทุกคน
กสม. เห็นว่า ปัจจุบันบุคคลที่มีความแตกต่างหลากหลายในสังคม เช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ บุคคลหลากหลายทางเพศ แรงงานอิสระ แรงงานข้ามชาติ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ไร้สถานะบุคคล กลุ่มพนักงานบริการทางเพศ ผู้พ้นโทษ ฯลฯ ยังเผชิญกับการเลือกปฏิบัติหลายประการ ทั้งในการเข้าทำงาน การเลื่อนตำแหน่ง การเข้าถึงการศึกษา การรักษาพยาบาลหรือสวัสดิการทางสังคมต่าง ๆ โดยปัญหาการเลือกปฏิบัติที่เกิดนี้เป็นปัจจัยหลักที่ขัดขวางการมีและเข้าถึงสิทธิมนุษยชนสำหรับคนทุกคน
แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีกฎหมายที่ห้ามเลือกปฏิบัติหรือส่งเสริมความเท่าเทียมสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่ม เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ และกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่การคุ้มครองนั้นก็ยังมีช่องว่างและไม่คุ้มครองครอบคลุมประชาชนทุกคนจากการถูกเลือกปฏิบัติ
เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล (Zero Discrimination Day) 1 มีนาคม ประจำปี 2568 นี้ กสม. จึงขอสนับสนุนให้ คณะกรรมการเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล (ครน.) เร่งพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ฉบับกระทรวงยุติธรรม เป็นกฎหมายเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบต่อไป ขณะเดียวกันขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งพิจารณาลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลฉบับประชาชนและพรรคการเมืองทุกฉบับที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เพื่อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามขั้นตอน
ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายกลางว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ที่กำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐานและกลไก ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติอย่างรอบด้าน เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง และมีหน่วยปฏิบัติของรัฐที่มีภารกิจหน้าที่ในการขจัดการเลือกปฏิบัติเป็นการเฉพาะ อันจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย และเป็นหลักประกันว่าบุคคลทุกคนที่มีความแตกต่างหลากหลายจะได้รับการปฏิบัติที่เสมอภาคกัน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน .314.-สำนักข่าวไทย