“รังสิมันต์” เผยจากข้อมูลพบ “ไบโอเมทริกซ์” ไม่เก็บข้อมูลอัตลักษณ์

รัฐสภา 20 ก.พ.-“รังสิมันต์” เชิญหน่วยงานมั่นคง ถก กมธ. จี้ถามการระบุตัวตนไบโอเมทริกซ์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก่อนปล่อยตัวกลับ จากข้อมูลพบระบบใช้ไม่ได้ สนามบินเก็บเพียงใบหน้าและพาสปอร์ต ชี้ 17 ล้านคนเข้าออกไทยอาจไม่ได้เก็บข้อมูล ถ้าเป็นจริงประเทศตกอยู่ในอันตราย หวั่นเป็นแหล่งอาชญากรข้ามชาติปลอมตัวกลับมาทำผิด

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมพิจารณา เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยได้เชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาให้ข้อมูล


นายรังสิมันต์ ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือการส่งคนที่อยู่ในเมียวดี ซึ่งเป็นทั้งเหยื่อคอลเซ็นเตอร์และอาชญากร ไปส่งที่ต้นทาง ทั้งจีนและแอฟริกา มีความน่ากังวลในเรื่องการเก็บข้อมูล สองส่วนที่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า สรุปเป็นเหยื่อจริงๆ หรือเป็นอาชญากร ซึ่งถ้าหากเป็นอาชญากร คำถามคือมีใครเกี่ยวข้องหรือไม่กับกระบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญ ที่จะใช้นำมาปราบปราม ทลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติ แม้วันนี้จะรู้ว่าใครเป็นใครบ้าง แต่ไม่รู้ทั้งหมด บางกระแสบอกว่ามีบอส และผู้จัดการหนีไปอยู่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขณะบางกระแสบอกว่า อาจจะอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองหลวงของไทย ซึ่งถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ ขณะที่จีนจัดการแก้ปัญหาของเขา วันนี้จีนเทายังอยู่ในไทยหรือไม่ และเราจะจัดการอย่างไรเพราะนี่คือเรื่องผลประโยชน์ของไทย ที่จะต้องปกป้องตัวเอง จะมาหวังพึ่ง ประเทศอื่นไม่ได้

นายรังสิมันต์ ยอมรับด้วยว่า การจะเข้าไปแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งการจัดพิสูจน์ ต้องใช้เงิน เวลาและทรัพยากรในการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล ต้องเข้าใจว่าจีนเทาพวกนี้มีเงินเยอะสามารถซื้อสัญชาติ ซื้อพาสปอร์ต


“ถ้าเราไม่มีการเก็บอัตลักษณ์ จะรู้ได้อย่างไรว่า ในอนาคตคนเหล่านี้ ถ้าออกจากประเทศและกลับเข้ามาใหม่ อาจจะถือพาสปอร์ตของประเทศหมู่เกาะอะไรซักอย่าง แล้วสามารถใช้ไทยเป็นทางผ่าน ในการเป็นส่วนหนึ่งของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ หรืออาชญากรรมอื่นๆ เป็นปัญหาใหญ่ที่เราไม่สามารถเพิกเฉยได้” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนแรกตนก็ไม่คิดว่า จะมีการเพิกเฉยต่อเรื่องอัตลักษณ์และส่งตัวกลับประเทศแบบนี้ แต่ตนมีข้อมูลจากแหล่งข่าวเหตุ ผลที่ไม่สามารถเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ เพราะระบบที่เราซื้อมันใช้ไม่ได้อีกแล้ว หมายความว่า เครื่องที่เราใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมถึงบริเวณชายแดน มีความเป็นไปได้ว่า ระบบที่เคยซื้อมันไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลเป็นเวลานาน เท่าที่ตนทราบ มีความเป็นไปได้ว่า คนที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ตัวเลขอาจจะจะถึง 17 ล้านคน อาจจะไม่มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ ส่วนที่เก็บที่ ตม. การเก็บหน้าพาสปอร์ต เก็บชื่อ แต่ไม่ใช่ไบโอเมทริกซ์ วันข้างหน้า ถ้าบุคคลเหล่านี้เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยสัญชาติอื่น จะไม่สามารถจับได้ วันนี้ที่ประชุมกรรมาธิการ จะสอบถามข้อมูลเรื่องไบโอเมทริกซ์ และเรื่องจีนเทา ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ และปัญหาความปลอดภัยโดยรวมของประเทศไทย ซึ่งถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง หมายความว่า ความปลอดภัยโดยรวมของประเทศไทยพังทั้งหมด หวังว่าข้อมูลที่ได้มาจะไม่ใช่เรื่องจริง

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึง การดำเนินคดีกับ หม่อง ชิตตู่ ว่าเป็นการละครหรือการฟอกขาวหรือไม่ เดิมทีอัยการจะไปพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แต่มีการยกเลิกกระทันหัน ซึ่งเรื่องนี้ถ้าเป็นจริงก็ผิด และเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน กังวลว่าระบบของกฎหมายไทยจะเป็นการฟอกขาว ซึ่งไม่เฉพาะ หม่อง ชิตตู่ แต่ยังมีอาชญากรอีกหลายคนที่ต้องวางเป้าหมายร่วมกันกับหน่วยงานของรัฐ ว่ามีข้อมูลมากน้อยเพียงใด จึงมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูลในวันนี้


ส่วนข้อมูลที่ได้ มีการบอกหรือไม่ว่าเหตุใดระบบ ไบโอเมทริกซ์ถึงใช้ไม่ได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เข้าใจว่าเป็นปัญหาเรื่อง ไลเซนส์หมดอายุ ซึ่งเข้าใจว่า ปริมาณไลเซนส์รองรับไม่ได้ เพราะอาจจะหมดอายุ ซึ่งต้องคุยว่าเป็นจริงหรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นจริงขึ้นมา และไม่มีแผนสำรอง ประเทศไทยจะเสียหายมาก และเป็นเรื่องอันตราย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้จีนเทาเต็มบ้านเต็มเมือง

ขณะเดียวกันนายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึง ข้อมูลของเมืองไท่ฉาง ของกลุ่ม DKBA ว่า เท่าที่ได้รับทราบข้อมูล เมืองนี้อยู่บริเวณเขาช่องแคบ ที่มีแก๊งสแกมเมอร์อยู่ประมาณหลักหมื่นคน ซึ่งอาจจะรวมเหยื่อ อาชญากร ที่มีการทารุณกรรม มีความโหดร้าย จากข้อมูลของชาวบ้านที่ระบุว่ามีการพบศพช่วงน้ำหลากบริเวณริมแม่น้ำเมยเป็นประจำ ซึ่ง DKBA ก็ไม่ได้มีความเป็นเอกภาพ มีผู้นำคือ พลจัตวา ซาย จอ หล่า หรือโกซาย ซึ่งตนมองว่ามีความโหดร้ายทารุณ ไม่ต่างกับพื้นที่ของ พันเอกหม่อง ชิตตู่ ส่วนเรื่องการใช้ไฟตนเข้าใจว่า น่าจะมีการพ่วงมาก่อนหน้านี้จากภายใน แต่ตอนนี้ตัดไปหมดแล้ว รวมทั้งข่าวที่ตนได้รับจากสื่อมวลชนว่าจะมีการขนถังแก๊สและน้ำมัน ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของโกซาย อีกด้วย.-315.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]