5 ตัวประกันถึงไทยแล้ว ปล่อยโฮโผกอดครอบครัว

5ตัวประกันถึงไทย

สุวรรณภูมิ 9 ก.พ.-5 ตัวประกันถึงไทยแล้ว ปล่อยโฮโผเข้ากอดครอบครัวด้วยความดีใจ “ทูตอิสราเอล” ก็มาส่งด้วย น้ำตาคลอคุยครอบครัวตัวประกัน “มาริษ” สัญญาจะนำอีก 1 คน และ 2 ร่างผู้เสียชีวิตที่เหลือกลับมาให้ได้ ด้าน 1 ในตัวประกัน พูดไม่ออก ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้ได้กลับแผ่นดินแม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่วานนี้ ทีมงานโรงพยาบาลชาเมียร์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ (Shamir Medical Center ) ของอิสราเอล ได้ทำพิธีอำลาคนไทยทั้ง 5 คนที่ได้รับการปล่อยตัวจากกาซา ภายหลังตรวจเช็กสภาพร่างกายเสร็จสิ้นแล้วนั้น


ล่าสุด วันนี้คนไทยทั้ง 5 คน ประกอบด้วย 1.นายวัชระ ศรีอ้วน 2.นายพงษ์ศักดิ์ แทนนา  3.นายเสถียร สุวรรณคำ 4.นายสุระศักดิ์ ลำเนา และ 5.นายบรรณวัชร แซ่ท้าว พร้อมครอบครัว ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรียน มาถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทยแล้ว ในเวลา 7.24 น. ด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 374 โดยมี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรอให้การต้อนรับ

จากนั้น เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ทันทีที่คนไทยทั้ง 5 คน เดินออกมายังอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ตัวประกันทั้งหมดได้สวมกอดญาติๆ ด้วยความดีใจ ซึ่งหลายคนทนไม่ไหวถึงกับร้องไห้ออกมา ขณะเดียวกัน นายมาริษ พร้อมด้วยนางซากิฟ ก็ได้เข้าพูดคุยกับตัวประกันและญาติของตัวประกันทั้ง 5 คน


ก่อนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะแถลงข่าว โดยระบุว่า ภาพที่เห็นเป็นอะไรที่สุดๆ แล้ว สำหรับคนๆ หนึ่งที่ได้กลับมาสู่อ้อมอกของครอบครัว เพราะครอบครัวเกือบทุกคนไม่ได้เจอหน้าครอบครัวมาหลายปีแล้ว มีครอบครัวพูดกับตนว่าไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสในวันนี้

พร้อมย้ำว่า ที่ผ่านมากระทรวงต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เคยคิดว่าจะหมดหวัง วันนี้จึงถือเป็นผลงานที่ปรากฏ ซึ่งน้ำตาความปลื้มปิติของครอบครัวทุกท่านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และถือเป็นกำลังใจของข้าราชการทุกหน่วยงาน ดังนั้นขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทหาร โดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ได้เดินทางไปพร้อมกับตนเองตั้งแต่วันแรกที่ได้ทราบข่าวว่าตัวประกันทั้ง 5 คนจะได้รับการปล่อยตัว และขณะนี้อยู่ในมือของรัฐบาลอิสราเอลแล้ว

ขณะเดียวกัน ก็ขอขอบคุณมิตรทุกประเทศที่ให้ความช่วยเหลือเรามาโดยตลอด วันนี้จึงถือเป็นผลสำเร็จ ซี่งครอบครัวทุกคนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และขอยืนยันว่ารัฐบาล รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ตั้งใจที่จะดูแลพี่น้องชาวไทยทุกท่าน เพื่อให้พี่น้องคนไทยที่เดินทางไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ในต่างประเทศ ทำงานเพื่อครอบครัว และทำงานเพื่อประเทศชาติ มีชีวิตที่ดี เพราะตนไม่เคยที่จะไม่คิดถึงความอยู่ดีกินดีของทุกท่าน รวมทั้งจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้พี่น้องชาวไทยทุกคนที่อยู่ในต่างประเทศได้ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศอย่างมีความสุข สามารถติดต่อกับครอบครัวได้ ซึ่งนี่ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ตนและข้าราชการทุกหน่วยงานยังคงทำงานกันต่อไป แม้จะมีความยากลำบากหรืออุปสรรคแต่ก็ไม่เคยย่อท้อและยังคงผลักดันต่อไป ก่อนกล่าวว่าทุกคนมีสุขภาพที่ดี แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือสุขภาพจิต ดังนั้นขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านกลับสู่สภาพความเป็นอยู่ที่ปกติโดยเร็วที่สุด


ส่วนเรื่องของสิทธิ์ทั้งหลายที่น้องคนไทยทั้ง5 คนจะได้รับนั้น ปลัดกระทรวงแรงงาน แจ้งว่าจะดำเนินการตามสิทธิที่จำเป็นต้องได้ ในส่วนของประเทศอิสราเอลเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต ที่จะต้องคุยกับรัฐบาลอิสราเอล

สำหรับตัวประกันคนไทยที่เหลืออยู่อีก 1 คนในอิสราเอล ย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งใจและยังคงมีความหวัง โดยจะทำต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันก็จะนำร่างของคนไทยอีก 2 คนที่เสียชีวิตกลับมาสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่าได้คุยกับรัฐบาลอิสราเอล ว่าจะต้องมีความพยายามร่วมกันมากขึ้น เพื่อยกระดับแรงงานที่เดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ให้เขาสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองและกลายเป็นผู้ประกอบการได้ เพราะไม่อยากให้ยุติอยู่เพียงแค่ในฐานะแรงงานเท่านั้น ตลอดจนดึงเอาแรงงานฝีมือใหม่ๆขึ้นมาด้วย

ก่อนทิ้งท้ายว่า เราจะติดตามผลในการกลับคืนสู่สังคมของคนไทยทั้ง 5 คนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขาเข้าไปอยู่ในสังคมและครอบครัวได้อย่างปกติที่สุด เพราะวันแรกที่พูดคุยกับแรงงานทราบมาว่าหลายคนนอนไม่หลับ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าในเรื่องของร่างกายคงไม่มีปัญหา แต่อยากเห็นพัฒนาการเรื่องของสุขภาพจิตตามไปด้วย

ด้านปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวขอบคุณทุกคน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานภาคภูมิใจเป็นที่สุด ตนอยากจะเรียนว่าในส่วนที่เป็นสิทธิประโยชน์ เราจะดูแลอย่างเต็มที่สิทธิประโยชน์ใดๆ ที่พี่น้องแรงงานจะได้รับทั้ง 5 คน เราจะติดตาม นอกเหนือจากนั้นตนได้เรียนหารือกับนายมาริษก็ได้ให้ข้อสังเกตมากมายเรื่องของการพัฒนาคนไทยทั้ง 5 คนให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมให้กับพี่น้องคนไทยและคนที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล

“คนไทยทุกคนที่ไปทำงานต่างประเทศ ท่านคือแม่ทัพแรงงาน ได้ส่งเงินเข้าประเทศ 2-3 แสนล้านบาท ถือเป็นการขับเคลื่อนประเทศชาติ ขอขอบคุณและต้อนรับสู่อ้อมกอด” ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว

ส่วนนายพงษ์ศักดิ์ แทนนา ตัวแทนแรงงาน กล่าวว่า พวกตนขอขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนช่วยเหลือพวกเรา วันนี้มายืนอยู่ตรงนี้ จะมีวันนี้ไม่ได้ถ้าไม่มีพวกท่าน พวกเรารู้สึกซาบซึ้งที่ได้กลับมาแผ่นดินเกิดอีกครั้งหนึ่ง พวกเราทุกคนขอบคุณจริงๆ ไม่รู้จะพูดอย่างไร

ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายมาริษ พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงแรงงานได้เดินไปส่งถึงที่รถ เพื่อส่งคนไทยทั้ง 5 คนและครอบครัวเดินทางกลับภูมิลำเนา.-312.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

รถทัวร์โดยสารชนท้ายเทรลเลอร์ เสียชีวิต-บาดเจ็บจำนวนมาก

รถทัวร์โดยสารชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ บนถนนสาย 304 จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ไฟลุกไหม้รถทัวร์โดยสาร เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ชาวบ้านยอมรับค่าเยียวยาหลังละ 1 หมื่นบาท จากเจ้าของที่ดิน

ชาวบ้านยอมรับการเยียวยา บ้านละ 1 หมื่นบาท จากเจ้าของที่ดินใน จ.ระยอง หลังถมที่สูงมิดหลังคาของเพื่อนบ้าน และรับปากจะเร่งแก้ไขให้ทันหน้าฝนที่จะถึงนี้ แต่ชาวบ้านยังหวั่นใจ หากแก้ไขไม่ทันก็ยังจะเดือดร้อน น้ำจะไหลลงมาบ้านที่อยู่ต่ำกว่า

“พีช” หอบเงิน 2 แสน หวังจ่ายค่ารักษาลุงป้า แต่ญาติชิงจ่ายแล้ว

“นายกเบี้ยว” พร้อมลูกชาย หอบเงิน 2 แสน หวังจ่ายค่ารักษาลุงป้า แต่ญาติชิงจ่ายก่อนแล้ว จึงฝากจดหมายขอโทษไว้ ด้าน “กัน จอมพลัง” ยอมถอย ให้สองฝ่ายพูดคุย แต่ต้องเป็นรูปธรรม

ข่าวแนะนำ

รวบทันควัน คนร้ายบุกเดี่ยวชิงเงินธนาคาร

จับแล้ว คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ธนาคารกลางเมืองเชียงใหม่ ได้เงินสดกว่า 40,000 บาท ก่อนวิ่งหลบหนี ล่าสุดจนมุมตำรวจรวบตัวได้ที่ศาลาริมทางข้างถนน

โป๊ปฟรังซิส สิ้นพระชนม์แล้ว ขณะพระชนมายุ 88 พรรษา

สำนักวาติกัน แถลงผ่านทางโทรทัศน์ของสำนักวาติกันว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกและพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกันสิ้นพระชนม์แล้วในวันนี้

Pope inaugurated the Holy Year on Christmas Eve on December 24, 2024

เปิดพระประวัติโป๊ปฟรังซิส

วาติกัน 21 เม.ย.- เว็บไซต์ข่าวโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี (CNBC) ของสหรัฐ เปิดพระประวัติที่น่าสนใจ 10 ประการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกและพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ที่สิ้นพระชนม์วันนี้ (21 เม.ย.68) ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา ประการที่ 1 ทรงเป็นพระสันตะปาปาลาตินอเมริกันและเยสุอิตคนแรก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก มาริโอ เบร์โกกลิโอ ประสูติวันที่ 17 ธันวาคม 2479 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เป็นพระสันตะปาปาลาตินอเมริกันคนแรกของพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก แตกต่างจากผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาเกือบ 200 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอิตาลี ทรงมาจากนอกทวีปยุโรปในฐานะพระสันตะปาปาพระองค์ที่ 266 และเป็นนักบวชคณะเยสุอิตคนแรกที่ขึ้นดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา ประการที่ 2  ทรงมีพื้นเพมาจากอิตาลี แม้ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสประสูติในอาร์เจนตินา แต่ท่านมีมรดกทางชาติพันธุ์จากอิตาลี จากการที่บิดามารดาเป็นผู้อพยพชาวอิตาลี บิดาทำงานเป็นนักบัญชีในทางรถไฟ ขณะที่มารดาอุทิศตนให้กับการเลี้ยงลูกทั้ง 5 คน ประการที่ 3 ทรงศึกษาด้านเคมีและปรัชญา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสศึกษาปรัชญาและมีปริญญาโทในด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส ทรงศึกษาในโรงเรียนเทคนิคและได้ฝึกอบรมเป็นช่างเทคนิคเคมี ก่อนเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนศาสนาแห่งอัครสังฆมณฑลบิญญา เดโวโต […]