ผนึกกำลัง 3 สส. “กล้าธรรม-ภูมิใจไทย” ปราศรัยขอปิดสวิตช์คู่แข่ง

นราธิวาส 26 ม.ค.-สนามท้องถิ่นนราธิวาส เดือด​ 3 สส. “กล้าธรรม-ภูมิใจไทย” ผนึกกำลังปราศรัย ขอปิดสวิตช์คู่แข่ง ฟาด 25 ปีไร้การพัฒนา ชูหากเปลี่ยนเลือกให้ “อับดุลลักษณ์ สะอิ” นั่งนายก อบจ.คนใหม่ มีพร้อมนโยบาย 5 ด้านฟื้นเศรษฐกิจ พัฒนาบ้านเมืองทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การปราศรัยและแสดงวิสัยทัศน์ของนายอับดุลลักษณ์ สะอิ ( แบเลาะห์ )ผู้สมัครนายก อบจ.นราธิวาส หมายเลข 2 ณ สนามกีฬาเทศบาลรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 25 ม.ค. มีไฮไลท์ สำคัญ คือ สส.จากหลายเขต และต่างพรรคการเมือง พร้อมใจร่วมขึ้นปราศรัยขอคะแนนให้ นายอับดุลลักษณ์ สะอิ อย่างคึกคัก​คือ 2 สส.จากพรรคกล้าธรรม นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รวมถึงนายซาการียา สะอิ สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะน้องชายนายอับดุลลักษณ์ นอกจากนั้น ยังมีแกนนำพรรค เช่น นายนัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาสหลายสมัย และเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ อาทิ นายไพซอล อาแว นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาสร่วมด้วย


นายอับดุลลักษณ์ กล่าวกับประชาชนว่า จังหวัดนราธิวาสต้องเปลี่ยนให้ได้ และมั่นใจเพราะจากการพบปะกับชาวบ้าน มีการตอบรับที่ดี เราจะมาเปลี่ยนนราธิวาสไปด้วยกัน พร้อมจะผลักดันนโยบาย 5 ข้อ คือ 1.ร่วมพัฒนาแผนพัฒนาทุก 2.จะทำเวทีประชาคมของทุกอำเภอ เพื่อรับทราบปัญหาโดยตรงและแก้ไขได้อย่างตรงจุด เพราะตลอด 25 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีสิ่งนี้ 3.อบจ.จะนำกีฬามาแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับเยาวชน 4.จะนำนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากทุกอำเภอทุกพื้นที่นำมาพัฒนาร่วมกันเพื่อนำไปสู่การออกไปยังตลาดในประเทศและนอกประเทศ​และ 5.เราจะจัดตั้งหน่วยกู้ภัยกู้ชีพเพื่อที่จะให้ทันต่อภัยพิบัติต่างๆที่จะเกิดขึ้นทั่วพื้นที่นราธิวาสซึ่งจะทำให้เราสามารถดูแลประชาชนของเราได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

“สิ่งเหล่านี้ผมจะทำให้ได้ เพราะการมาของผมในวันนี้ ไม่ได้มาคนเดียว ผมมาเป็นทีม เราจะทำงานกันเป็นเครือข่าย โดยร่วมกับประชาชนทุกคน เพราะผมเชื่อว่าการทำงานเพียงคนเดียวไม่มีทางประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเรามีทีม มีเครือข่าย เราจะสามารถนำนราธิวาสเข้าสู่การพัฒนาให้เท่าเทียมกับหลาย ๆ จังหวัดได้ ดังนั้นผมจึงเสนอตัวเพื่อเข้ามาเปลี่ยนแปลงจังหวัดนราธิวาส สิ่งที่ผมพูดไปไม่ใช่แค่คำสัญญา แต่ผมจะทำให้เห็นว่า ได้ลงมือทำจริงและทำทันที โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเราจึงสามารถขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวได้ทันที”นายอับดุลลักษณ์ กล่าว


ด้านนายอามินทร์ กล่าวขอบคุณชาวนราธิวาส ที่มาร่วมฟังปราศัยเพื่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมระบุกว่า 25 ปียุคของ 3 พ่อลูก ผู้นำคนเก่าไม่ค่อยได้ทำอะไร ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อตนเข้ามาเป็น สส.จึงเป็นโอกาสให้ได้พัฒนาในพื้นที่ของเรา อีกทั้ง วันนี้เรามี 3 สส.เราสามารถประสานได้หลายกระทรวง การพัฒนาจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ครั้งนี้เราจะมาเปลี่ยนนราธิวาสไปด้วยกัน อำเภอรือเสาะ เป็นพื้นที่ ๆ มีเยาวชนจำนวนมาก แต่ อบจ.คนเดิมให้ความสำคัญอะไรกับเยาวชนบ้าง จริงๆแล้วเรามีสภาเด็กแล้วเยาวชนแต่ยกเว้นที่นี่ เราไม่เคยมี แต่ครั้งนี้เราจะผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อพัฒนาเยาวชนของเราที่ถือว่าเป็นเสาหลักของประเทศชาติ เราจะแสดงให้เห็นว่าเด็กๆ ของพวกเราจะมีความสำคัญมากขนาดไหน โดยเฉพาะเรื่องกีฬาที่เราจะสนับสนุนให้กับลูกหลานของเราให้เทียบเท่ากับจังหวัดอื่น ๆ ยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการโจมตีใคร แต่นี่คือการเปิดหูเปิดตาให้กับประชาชนว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้างแต่ที่ผ่านมาทำไมถึงไม่เคยทำ

ด้านนายไพซอล อาแว กล่าวว่า 25 ปีเราไม่เคยเจอการปราศรัยในเวที อบจ.แต่ครั้งนี้คือประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมาเราแทบจะลืมคำว่า นายก อบจ.ไปแล้ว แต่รอบนี้เป็นความหวังของชาวนราฯทุกคน เพราะเราได้รวมตัวกันให้เป็นหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้เกิดน้ำท่วมหายนะครั้งใหญ่ เป็นประวัติการณ์ เราได้เห็นพี่น้องของเราหลั่งน้ำตา บางท่านไม่มีบ้าน บางท่านนั่งอยู่บนหลังคา ตนขอถามว่า อบจ.ทำอะไรบ้าง การเลือกตั้งในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ถ้าเราเปลี่ยนแสดงว่า เราได้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของนราธิวาสแล้ว ตนฝากว่า การทำงานรอบนี้ไม่ใช่การทำงานแค่คนเดียว เราจะทำงานกันทั้งทีม คนไหนถนัดอะไรก็จะดูแลเรื่องนั้น ขอให้ทุกคนมาร่วมพลิกประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน

ด้านนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส กล่าวว่า ถึงตนกับ สส.บีลาและ สส.อามินทร์ จะสังกัดคนละพรรคการเมือง แต่พวกเราคือ พรรคพวกกัน หากเราร่วมกันเดินหน้าพัฒนาจังหวัดนราธิวาสบ้านเรา ตนเชื่อว่านราธิวาส จะเปลี่ยนไปจากเดิมแน่นอน วันนี้จังหวัดอื่นๆทั่วประเทศเล็งเห็นความสำคัญด้านการศึกษาปูพื้นฐานตั้งแต่เป็นเด็กเยาวชน ซึ่งถือว่าเป็นฐานรากที่เข้มแข็งของประเทศ แต่บ้านเรายังแข่งกับเขาไม่ได้ รวมถึงโรงเรียนสอนศาสนา หรือ ตาดีกา ที่บางแห่งยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือจากต่างประเทศ


“ผมเชื่อว่าทุกท่านรู้ดีว่า นายอับดุลลักษณ์ จะมาทำอะไรให้กับทุกท่าน วันนี้การเปลี่ยนแปลงของอำเภอรือเสาะ จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของจังหวัดนราธิวาส เพราะทุกท่านทราบกันดีว่า ที่ผ่านมา 25 ปีที่ เราได้อะไรจาก อบจ.บ้าง โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา แต่วันนี้เราจะการสร้างอาคารเอนกประสงค์เพื่อเป็นโรงเรียนสอนศาสนาให้กับทุกพื้นที่ เพราะปัจจุบันเรามีอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น “นายซาการียา กล่าว

นายซาการียา กล่าวต่อว่า เหตุผลที่ตนต้องพูดเรื่องการเรียนศาสนา เพราะถ้าคนเรามีก็จะมีจริยธรรมไปสอนให้เด็กมีจริยธรรม เป็นคนดีในสังคมได้ ซึ่งตนเชื่อว่าทุกท่านอยากให้ลูกหลานประสบความสำเร็จ มีหน้าที่การงานทำดี ๆ แต่วันนี้ เราขาดโอกาสเราไม่ได้รับเงินสนับสนุนจาก อบจ.ที่จะให้มีติวเตอร์ดี ๆ มาสอนให้เยาวชนของเรา.-312.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น-ใต้ฝนลดลง

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง กรุงเทพฯ-ปริมณฑล อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า