มท.ยกคณะกรมที่ดิน ตรวจสอบปมพิพาท “เขากระโดง”

บุรีรัมย์​ 20 ​ธ.ค. – มหาดไทย ยกคณะกรมที่ดิน ตรวจสอบปมพิพาท “เขากระโดง” จ.บุรีรัมย์ เปิดข้อมูลใหม่ การรถไฟแห่งประเทศไทย เคยรับรองพื้นที่ทั้ง 2 ตำบล 271 แปลง ไม่ใช่ที่ดินของ รฟท. ย้ำชัดหลักฐานไม่เพียงพอเพิกถอนโฉนดที่ดิน


นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย​ พร้อมด้วยนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี “เขากระโดง” จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 400 คน เข้าร่วม ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 1

นายเจนกิจ  เชฏฐวาณิชย์  รองอธิบดีกรมที่ดินชี้แจงประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ ว่า เหตุผลที่กรมที่ดินมาวันนี้ เพราะยังมีข้อเท็จจริงที่ยังไม่ตรงกับความเป็นจริงในพื้นที่ จึงมีนโยบายนำเรื่องนี้มาชี้แจงกับประชาชนให้ทราบ ซึ่งภารกิจของกรมที่ดิน คือการออกเอกสารสิทธิ์ให้กับประชาชน ในพื้นที่เขากระโดง มี 2 ตำบล คือ เสม็ด และอิสาณ ซึ่งออกไปแล้ว 995 แปลง ยืนยันว่าเราไม่ได้ดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียว มีหน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นท้องที่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ รวมถึงส.ป.ก. และในเขากระโดง ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเข้ามาเป็นคู่ความ กับกรมที่ดินในปัจจุบัน


รองอธิบดีกรมที่ดิน ย้ำว่า เราตรวจสอบแล้วพบว่ามีการระวางชี้แนวเขต ที่การรถไฟได้รับรับรองว่า ไม่ใช่ที่ดินของการรถไฟ ซึ่งตรวจสอบจากข้อมูลในสารระบบ 2 ตำบล 271 แปลง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ที่ยังไม่เคยปรากฏในข่าว ยืนยันว่ากระบวนการ เราตรวจสอบแล้วครบถ้วนตามกฏหมายที่ดิน จนปี 2539 มีข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับการรถไฟ จึงเป็นที่มาของการจัดทำแผนที่ปี 2539 ที่แก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน จึงนำแผนที่ฉบับนี้ไปใช้ต่อสู้ในคดีของประชาชน จึงเป็นที่มาของคำพิพากษาทั้ง 3 คดี และ3 คดีนี้ กรมที่ดินไม่เคยเข้าเป็นคดีด้วย มีแต่ประชาชนที่เข้าต่อสู้โดยลำพัง ดังนั้นการรถไฟ จึงใช้ 3 คดีนี้ มาใช้ฟ้องกรมที่ดิน เพื่อให้อธิบดีกรมที่ดินใช้อำนาจเพิกถอน ในประเด็นนี้ศาลได้วินิจฉัยแล้วว่า เป็นข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องไป ศาลไม่อาจก้าวล่วงได้ จึงได้มีคำสั่งของศาลปกครองกลาง ให้กรมที่ดิน แต่งตั้งกรรมการสอบสวน และได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว

นายสมบัติ​ ลาอ่อน​ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด​บุรีรัมย์ ชี้แจงว่า​ ที่ดินดังกล่าวมีข้อพิพาทมาเป็นระยะเวลานาน​ ซึ่งกรมที่ดินพยายามพิจารณาตามพยานหลักฐานให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งในส่วนที่ศาลได้มีคำพิพากษา มีอยู่ 3 คำพิพากษา​ ทั้ง​การรถไฟฟ้องไล่ราษฎร​ และราษฎร​ฟ้องกรมที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินทำตามคำพิพากษาเป็นอย่างครบถ้วน โดยเป็นการพิพาทระหว่าง​ประชาชน​ 35 รายกับการรถไฟ

ส่วนคำพิพากษาศาลปกครองกลางเป็นกรณีสำคัญการรถไฟได้อาศัยข้อเท็จจริงจากศาลคดีนั้นมาให้กรมที่ดิน​ ตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ​61 ที่ได้วินิจฉัย​ พร้อมกับระบุว่าไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจของอธิบดีกรมที่ดิน​ที่จะใช้อำนาจในการเพิกถอนหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้อธิบดีกรมที่ดินได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่ดินบริเวณนี้ ซึ่งจากการพิจารณาตามพยานหลักฐานประกอบคำพิพาก ที่มาจากพิจารณาจากทุกภาคส่วน


ขณะเดียวกัน​ กรณีที่การรถไฟกล่าวอ้างไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะเอามาใช้ในการเพิกถอนโฉนดที่ดินของประชาชนได้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้คณะกรรมการตามมาตรา 61 เสนอให้ยุติการดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนตามที่ประชาชนได้ต่อสู้ ส่วนปัจจุบันการดำเนินการการรถไฟก็อยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน​ ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ เพราะฉะนั้นขณะนี้กรมที่ดินก็อยู่ระหว่างการรอผลพิจารณาการอุทธรณ์​ ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาและจะดำเนินต่อไปคงจะต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจนและเพียงพอ จึงจะสามารถดำเนินการ ในส่วนของกลุ่มที่ดินได้

ด้านนายปิยะ ปิจนำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากแผนที่ 2 กรกฎาคม 2567 ทางการรถไฟได้มารางวัดแนวเขตที่พิพาท ทำให้มีแผนที่ขึ้นมาพื้นที่ของแผนที่ประมาณ 5,000 กว่าไร่ แบ่ง 4 ส่วน ได้แก่ ที่ดินของภาคประชาชน 2 ตำบล 7 ตำบล คือ ตำบลเสม็ดและตำบลอีสาณ 4,700 ครัวเรือนประชากรที่อาศัยอยู่ 7,600 กว่าคน อยู่มาเป็น 100 กว่าปี ไม่มีเขตอุทยาน และเขตป่าสงวน ซึ่งการที่สื่อออกไปพูดเรื่องว่าที่ดินอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานและเขตป่าสงวนนั้นเป็น fake News , ที่ดินของราชการ มี 12 หน่วยงาน กว่า 100 ไร่ ทางราชการได้คัดค้านแนวเขตของการรถไฟทุกหน่วยงาน โดยทางธนารักษ์พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ชี้แจงว่า ที่ดินราชการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายและถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย หากการรถไฟจะมาชี้แนวเขตเอาที่ของราชการมาเป็นที่ของรัฐวิสาหกิจ ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามช่องทางของกฎหมาย , ที่ดินสาธารณะ กองอาสารักษาดินแดน ถูกการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอพื้นที่คืน ซึ่งจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิสูจน์สิทธิ์ในปี 2521 ได้วินิจฉัยว่าที่ดินของอส.เป็นที่ดินสาธารณะของการรถไฟฯไม่ได้มีเอกสารหลักฐานยืนยัน ไม่มีแผนที่ แต่การรถไฟฯมีหนังสืออ้างสิทธิ์ หากจะใช้พื้นที่ตรงนี้ต้องเช่ากับการรถไฟ และที่ดินของวัด

นอกจากนี้ยังมีเจ้าอาวาสจากวัดป่าศิลาทองในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ ได้ชี้แจงว่าที่ดินที่ก่อสร้างวัดได้ผ่านการพิจารณาโดยได้รับอนุญาตให้สร้างวัดตั้งแต่ปี พ. ศ. 2528 พอมาถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 การรถไฟได้มาปักเสาตรงมุมวัดมุมวัดนั้นสำคัญเป็นมุมที่สำหรับเผาศพมีกระดูกและเป็นของบรรพบุรุษชาวบ้านอยู่มาเก่าก่อน

ทั้งนี้กรมที่ดินได้ทำหนังสือเชิญการรถไฟแห่งประเทศไทย มาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ด้วย แต่ไม่มีการส่งตัวแทนมาร่วมแต่อย่างใด .319.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ชายวัย 50 ไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องเมียท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากตึก สตง.

ชายวัย 50 ปี ยกมือไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องภรรยาท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากอาคาร สตง.ถล่ม ด้านรอง ผบช.น. เตือนอย่าใช้โอกาสที่มีผู้ประสบเหตุสร้างความสงสารหลอกเอาทรัพย์สิน มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

ออกแล้ว! ผลตรวจเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่ม พบไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น

ผลตรวจตัวอย่างเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว พบได้มาตรฐาน 15 ชิ้น ไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น ยังไม่สรุปเป็นสาเหตุตึกถล่ม ชี้ต้องดูหลายองค์ประกอบ

ข่าวแนะนำ

พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ

“ชัชชาติ” เผยเตรียมกู้ 5 ร่างที่พบ-ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน

ผู้ว่าฯ กทม. เผยเตรียมกู้ 5 ร่าง จาก 14 ร่างที่พบ ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน ยันไม่ขีดเส้นตายหยุดช่วยเหลือ ปรับแผนเพิ่มการรื้อถอนด้วยเครื่องจักรหนักควบคู่ไปมากขึ้น