กปภ. ลุยยกระดับองค์กร-บริการ ดัน Mini Station น้ำประปาดื่มได้

กรุงเทพฯ​4 พ.ย. – กปภ. แถลงนโยบาย เดินหน้ายกระดับองค์กรและบริการประชาชน ดัน Mini Station น้ำประปาดื่มได้ เพื่อการอุปโภค-บริโภคได้อย่างทั่วถึง สนองนโยบายรัฐบาล ยันไม่ปรับขึ้นค่าน้ำแต่จะปรับโครงสร้างประเภทผู้ใช้น้ำแทน


นายจักรพงษ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) แถลงนโยบาย และทิศทาง การดำเนินงานของกปภ. ประจำปี 2568 เพื่อมุ่งยกระดับองค์กรและการบริการประชาชน​ โดยย้ำว่า กปภ.มุ่งขับเคลื่อนสู่องค์กรที่เป็นเลิศ ในทุกมิติ ของระบบสาธารณูปโภคด้านน้ำประปา โดยคำนึงถึงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งนี้เพื่อการยกระดับ องค์กรและการบริการประชาชน ทางกปภ.จึงได้มีแผนการดำเนินการ ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ” น้ำดื่มสะอาด บริการประชาชน” เพื่อการสนองนโยบายของรัฐบาล​ รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัยถูกหลักอนามัยและลดค่าใช้จ่ายในการครองชีพของประชาชน จึงได้มีการดำเนินการโครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ซึ่งปัจจุบันนำร่องไปแล้ว 10 แห่ง ทั่วประเทศ และเตรียมที่จะเปิด ที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อให้น้ำประปาสามารถดื่มได้ โครงการน้ำประปาดื่มได้ และโครงการตู้กดน้ำดื่มสะอาด

นายจักรพงษ์​ กล่าวอีกว่า​ ยังมีแผนการขยายพื้นที่ให้บริการน้ำประปา และการลงทุนในอนาคต โดยทาง กปภ.มี แผนลงทุนวงเงินรวมกว่า 11,611 ล้านบาท เช่น โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบจำหน่ายน้ำ โครงการก่อสร้างปรับปรุงระบบประปา โครงการก่อสร้างปรับปรุงกิจการประปา รวมถึงโครงการวางท่อต่อขยายเขตให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งรวมแล้วกว่า 621 โครงการ ทั้งนี้การจัดทำโครงการต่างๆเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้เข้าถึงน้ำประปาสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ใช้น้ำ 235,000 ครัวเรือน


นายจักรพงศ์ กล่าวอีกว่า กปภ. ยังได้จัดเตรียมแนวทางป้องกันปัญหาที่จะส่งผลกระทบ ต่อการให้บริการประชาชน ที่ขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในฤดูแล้ง การควบคุมคุณภาพน้ำรวมถึงแผนการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน​ ทั้งนี้ยังจะจัดทำโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของ กปภ.(CSR) โดยจะดำเนินการภายใต้แผนแม่บท เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ถึง 2572 เพื่อ ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนโดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญ ไปดำเนินการพร้อมกับสร้างคุณค่าร่วม ระหว่างองค์กรและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

นายจักรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. มุ่งพัฒนา บริการได้น้ำประปาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ ประชาชนได้รับความพึงพอใจอย่างถึงที่สุดโดยยึดหลักการดำเนินการตามนโยบาย PWA FIRST กปภ. เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้บรรลุเป้าหมาย โดยในงบประมาณปี 2568 กปภ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 4,500 ล้านบาท เพื่อขยายพื้นที่บริการให้ดพิ่มมากขึ้น
ตามที่กระทรวงมหาดไทยต้องการให้กระจาย การให้บริการ การประปาไปยัง ทุกอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน กปภ.ให้บริการทุกอำเภอ ใน 11 จังหวัด

นายจักรพงศ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางการทำงานของการประปาส่วนภูมิภาคตามยุทธศาสตร์องค์กร ระยะสั้นในปี 2568 คือรักษามาตรฐานในการให้บริการน้ำประปา โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ 235,000 ครัวเรือน ส่วน ระยะกลางปี 2569-2570 จะนำเทคโนโลยีดิจิทัล มายกระดับการดำเนินงานเพื่อสร้างความยั่งยืน ขณะที่ระยะยาวปี 2571-2572 จะต้องมีความคล่องตัว จาก กลยุทธ์เพิ่มรายได้ ที่หลากหลาย


นายจักรพงษ์​กล่าวอีกว่า​ กปภ.​ไม่ได้ปรับขึ้นราคาค่าน้ำมายาวนาน 15 ปี และโอกาสปรับขึ้นได้ยาก แต่จะขอปรับโครงสร้างประเภทผู้ใช้น้ำ ประเภทผู้อยู่อาศัย​ ธุรกิจขนาดเล็กหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ และประเภทธุรกิจ โดยจะให้กระทบ ผู้ใช้น้ำประเภทผู้อยู่อาศัยน้อยที่สุด พร้อมจะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น.-319 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตั้ง กก.สอบ 7 ตำรวจ บก.จร.ทำร้ายลูกชายอดีต ตร. พ่อยันเอาเรื่องถึงที่สุด

กองบังคับการตำรวจจราจร ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง 7 ตำรวจ บก.จร. รุมทำร้ายลูกชายอดีตตำรวจ พ่อและน้องสาวยืนยันไม่ยอมความ เอาเรื่องถึงที่สุด พร้อมท้าตำรวจทั้ง 7 นาย เอากล้องติดหน้าอกออกมาเปิดเผย

ครอบครัวผู้เสียหายที่โดนตำรวจ 7 นาย รุมทำร้าย เผยอาการยังสาหัส ยันไม่ยอมความ แม้มีกระเช้าปริศนามาให้แล้ว 3 กระเช้า พร้อมท้าตำรวจทั้ง 7 นาย เอากล้องติดหน้าอกออกมาเปิดเผยพฤติกรรมตัวเอง ด้าน รอง ผบช.น. ยันตำรวจทั้ง 7 นาย ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไป

ครอบครัวของผู้บาดเจ็บที่โดนตำรวจ 7 นาย รุมทำร้าย เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน และชุดสืบสวนของ สน.บางเขน ก่อนเดินไปชี้จุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่าน และเป็นจุดเดียวกับที่ตำรวจพาผู้บาดเจ็บเข้ามาจอดรถไว้หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกาย เพื่อตรวจสอบว่ารถของผู้บาดเจ็บเป็นรถคันเดียวกับที่ได้ขับแหกด่านหรือไม่ โดยก่อนการชี้จุด พ่อและน้องสาวของผู้ได้รับบาดเจ็บเดินทางมาพร้อมกับร้อยเวร สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เจ้าของพื้นที่ เพื่อชี้จุดและให้ข้อมูลกับตำรวจเพิ่มเติม ระหว่างรอตัวผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวจนสามารถเข้าให้การกับตำรวจได้

นางสาวธนัชตา น้องสาวผู้บาดเจ็บ บอกว่า พี่ชายยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จุดที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณศีรษะทั้งหมด โดยเฉพาะดวงตาขวามีเลือดออก การมองเห็นยังไม่ปกติ ส่วนตามร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำ แต่ยังโชคดีที่ไม่มีส่วนใดต้องผ่าตัด

เหตุการณ์ครั้งนี้รู้สึกรับไม่ได้ ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเข้าข้อกฎหมายข้อไหนพร้อมจะต่อสู้ มองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ เพราะพี่ชายของตนไปคนเดียวและไม่มีอาวุธ แต่คู่กรณีเป็นถึงตำรวจ และมีด้วยกันถึง 7 นาย ทันทีที่รู้เรื่องตนเองรีบเดินทางมาที่ด่านทันที พยายามสอบถามว่าตำรวจนายไหนเป็นคนทำพี่ชายของตนเอง แต่ไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งพี่ชายพยายามบอกแล้วว่าไม่ใช่คนขับรถหนีด่าน

นางสาวธนัชตา ยังฝากถึงตำรวจตั้งด่านทุกนายว่าทุกคนมีกล้องติดหน้าอก ตนเองพยายามขอดูแต่มีการอ้างว่ากล้องเสียบ้าง เปิดไม่ได้บ้าง จึงอยากฝากไปถึงตำรวจตั้งด่านในวันนั้นทุกนายให้เอากล้องติดหน้าอกออกมาเปิดเผย เพื่อเป็นการยืนยันเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะเหตุการณ์วันนั้นตนเองก็มีหลักฐาน รวมถึงพยานคือคนที่เข้าด่านตรวจก็เห็นทุกคนว่าเหตุการณ์ตรงนั้นเกิดอะไรขึ้น อยู่ที่ตำรวจจะกล้าหรือไม่กล้า

น้องสาวผู้บาดเจ็บ บอกอีกว่าเมื่อวานนี้ (4 ธ.ค.) มีกระเช้าผลไม้-ดอกไม้ปริศนา ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นของใคร หรือของตำรวจสังกัดใดบ้างนำมาเยี่ยม ขอย้ำว่าไม่ขอรับกระเช้า เพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่านำเอามาให้ด้วยเหตุผลอะไรแอบแฝง

ด้าน พันตำรวจโท ธนชัย เกิดศรี หรือสารวัตรเจี๊ยบ อดีตพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. ซึ่งเป็นพ่อของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ตนเคยเป็นอดีตตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจรมาก่อนไปอยู่ บก.ปทส. ตามปกติแล้วตำรวจมีขั้นตอนในการใช้ยุทธวิธีเพื่อจับผู้ต้องหาด้วยเครื่องพัฒนาการอยู่แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุแบบนี้ กรณีหากผู้ต้องหามีการต่อสู้หรือขัดขวาง ตำรวจไม่มีสิทธิที่จะไปรุมทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งจะพยายามเลี่ยงการใช้กำลังให้น้อยที่สุด การจับกุมตำรวจต้องมีการแสดงตัวเป็นตำรวจ พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าทำอะไรผิด จากนั้นจะเชิญตัวมาที่ด่านหรือโรงพักในพื้นที่ เพื่อดำเนินการสอบปากคำและพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ เพราะมีโซเชียลเป็นหูเป็นตา ยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาไกล่เกลี่ย แม้ว่าจะให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงลงมาพูดคุยก็ตาม เมื่อวานนี้ทางพยาบาลแจ้งว่ามีตำรวจนำกระเช้ามามอบให้แล้ว 3 กระเช้า แต่ตนไม่รับ เพราะไม่รู้ว่ามาด้วยวัตถุประสงค์อะไร และไม่รู้ว่าเป็นของหน่วยงานใด เนื่องจากพยาบาลแจ้งแค่ว่าเป็นตำรวจเท่านั้น

ส่วนความคืบหน้าคดี พันตำรวจเอก อนันต์ วรสาตร์ ผู้กำกับการ สน.บางเขน ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สอบปากคำน้องสาวและแม่ของผู้บาดเจ็บในฐานะพยาน ส่วนผู้บาดเจ็บตอนนี้แพทย์ยังไม่อนุญาตให้พนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำ เนื่องจากยังอยู่ในอาการสาหัส

ส่วนกรณีผู้ก่อเหตุทั้ง 7 นายที่เป็นตำรวจ ตอนนี้ยังไม่มีการสอบปากคำ เนื่องจากพนักงานสอบสวนอยากทราบพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุจากผู้เสียหายก่อน ยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือแม้ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะเป็นตำรวจก็ตาม

ด้าน พลตำรวจตรี ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งดูแลรับผิดชอบงานจราจร ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า เบื้องต้นผู้บังคับการตำรวจจราจรกลาง รายงานมาเบื้องต้นว่าผู้ก่อเหตุที่เป็นตำรวจทั้ง 7 นาย บอกว่ามีการเข้าใจผิด คิดว่าจะขับรถแหกด่านจึงมีการตามไป ก่อนที่ผู้เสียหายจะมีการขัดขืน ทำให้ตำรวจทั้ง 7 นาย ต้องใช้กำลังในการระงับเหตุ ยอมรับว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุจริงๆ ตอนนี้ทราบว่ากองบังคับการตำรวจจราจรมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงขึ้นแล้ว ส่วนทางคดีอาญาอยู่ที่ สน.บางเขน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจทั้ง 7 นาย ต้องชี้แจงและยอมรับกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป รวมทั้งอาจจะต้องทบทวนเรื่องยุทธวิธีที่่ใช้ในการระงับเหตุ แต่ยืนยันว่าตำรวจไม่เคยมีวิธีระงับเหตุด้วยการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด.-414-สำนักข่าวไทย

สุดจึ้ง! ซาลาเปาแฟนซีแฮนด์เมด รายได้ครึ่งล้านต่อเดือน

“คุณจารุวรรณ” วัย 78 ปี พร้อมครอบครัว ช่วยกันคิดค้นสูตรซาลาเปาแฟนซีเป็นเจ้าแรกใน จ.ตรัง ส่งขายทั่วทุกภาคของประเทศ สร้างรายได้เดือนละ 450,000-500,000 บาท และมีแผนส่งออกไปขายยังต่างประเทศในต้นปีหน้า

เจ้าของคลินิกซิ่งชนไรเดอร์ตกสะพานเสียชีวิต

เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ซิ่งเบนซ์ชนไรเดอร์หญิง ตกสะพานต่างระดับย่านพระรามสี่ เสียชีวิต วัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ก่อเหตุ สูงเกินกฎหมายกำหนด

เปิดให้สักการะ “พระเขี้ยวแก้ว” วันแรก

ริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุพระเขี้ยวแก้ว ถึงยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวงแล้ว พร้อมเชิญชวนประชาชนสักการะ วันนี้ (5 ธ.ค.) วันแรก ตั้งแต่ 07.00 น.เป็นต้นไป

ข่าวแนะนำ

“ฟิล์ม” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “พยายามกรรโชกทรัพย์-หมิ่นประมาท”

มาตามนัด! “ฟิล์ม รัฐภูมิ” เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท “ดิไอคอนกรุ๊ป”

ผลสอบครูเบญ

ศธ.สรุปผลสอบปม “ครูเบญ” ยืนยันผิดพลาดในการตรวจ-ประกาศข้อสอบ

ศธ.สรุปผลสอบข้อเท็จจริงกรณี “ครูเบญ” ยืนยัน เกิดความผิดพลาดในการตรวจและประกาศข้อสอบ ส่งกระดาษคำตอบของครูเบญ และครูที่สอบได้ ให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจ ไม่พบการแก้ไขกระดาษคำตอบ ด้าน ศธ.เยียวยาให้ครูเบ็ญ แต่เจ้าตัวปฏิเสธ ขอกลับไปทำงานที่เดิม

ปล่อยลูกเรืองประมงไทย

“ภูมิธรรม” ย้ำปล่อย 4 ลูกเรือประมงไทยวันนี้-ไม่มีเงื่อนไข

“ภูมิธรรม” ย้ำปล่อย 4 ประมงไทยวันนี้ โดยไม่มีเงื่อนไข ล่าสุดนำตัวมาที่เกาะสองแล้ว เชื่อหลังจากนี้จะมีมาตรการป้องกันการรุกล้ำน่านน้ำของสองประเทศ