“จิราพร” เยือนอีสาน ชูนโยบายพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก

ขอนแก่น 10 ส.ค.-“จิราพร” เยือนอีสาน ชูนโยบายพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากให้ชุมชนร่วมคิดร่วมทำผ่านกองทุนหมู่บ้าน ย้ำ “รัฐบาลเศรษฐาไม่ทิ้งชุมชน”

วันที่ 10 สิงหาคม 2567 นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “กองทุนหมู่บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” และการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ (ชั้น 2) ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้แก่ นายภาควัต ศรีสุรพล สส.ขอนแก่น เขต 5 นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สส.ขอนแก่น เขต 8 และนางมุกดา พงศ์สมบัติ อดีต สส.ขอนแก่น เข้าร่วม


นางสาวจิราพร กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ตอนหนึ่งระบุว่า กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นนโยบายที่ถือกำเนิดขึ้นปี 2544 ในรัฐบาลภายใต้การนำของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ต่อเนื่องจนถึงรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และปีนี้จะเป็นการก้าวสู่ปีที่ 23 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยใช้หลักการตามระบอบประชาธิปไตย คืนภาษีให้พี่น้องประชาชน กระจายอำนาจให้ ‘ประชาชนคิด ประชาชนใช้ ประชาชนจัดการ’ สร้างกระบวนการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ภายใต้การจัดสรรและบริหารเงินกองทุนอย่างมีระบบ

นางสาวจิราพร กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในทุกระดับ โดยใช้แนวทาง ‘Dual Track Policy’ ที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยได้นำมาใช้แล้วประสบความสำเร็จ โดยนโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูประเทศ พร้อมกับสร้างความเติบโตในระยะยาว ซึ่งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในระดับชุมชน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ช่วยปลดล็อกภาวะหนี้สินของประชาชน และช่วยก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ยังได้ขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกหลายด้าน ทั้งการเดินทางพบปะชาวต่างชาติ เพื่อดึงเม็ดเงินการลงทุนเข้าประเทศ พร้อมกับขับเคลื่อนนโยบายพักหนี้เกษตรกร ตรึงราคาพลังงาน โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ รวมถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่ซบเซามาเป็นระยะเวลานาน ให้กลับมาคึกคัก และเกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในประเทศ


นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า “การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมแรกของปี 2567 เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะตัวแทนเครือข่าย และกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพกองทุนหมู่บ้านฯ ไปด้วยกัน โดยจะมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวไปยังพื้นที่อีก 3 ภูมิภาค ได้แก่ วันที่ 15 สิงหาคม ณ จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 17 สิงหาคม ณ จังหวัดสงขลา และวันที่ 19 สิงหาคม ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อไป“.-319.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ระดมทีมค้นหาสุดกำลัง ช่วยผู้ที่ติดค้างใต้ซากตึกถล่ม

ระดมทีมค้นหาสุดกำลัง ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างใต้ซากอาคาร สตง. ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว ทุกภาคส่วนยังทำงานแข่งกับเวลาและสภาพอากาศที่ร้อนจัด ล่าสุดมีรายงานพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย

“อนุทิน” เซ็นตั้ง คกก.สอบอาคาร สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว

“อนุทิน” เซ็นตั้ง คกก.สอบ หลังตึก สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดิน​ไหว​เพียงตึกเดียว​ คาดรู้ผลใน 7 วัน ยันไล่บี้ตั้งแต่แบบอาคารและการก่อสร้าง ชี้ทั้งบริษัทไทย-จีน​ ต้องรับผิดชอบเต็มร้อย ​ขณะทูตจีนพาผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวพบ

บกปภ.ช. รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหว เสียหาย 18 จังหวัด

บกปภ.ช. รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหว เสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 18 จังหวัด เฉพาะกรุงเทพฯ เสียชีวิต 9 ราย สูญหาย 79 ราย ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากอาคารถล่ม ขณะที่กรมบัญชีกลางขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 200 ล้านบาท

ยังไม่หมดหวัง กทม. เดินหน้าเต็มที่กู้ชีพตึกถล่ม

ยังไม่หมดหวัง กทม. เดินหน้าเต็มที่กู้ชีพตึกถล่มจตุจักร เข้าสู่ 48 ชม. นานาชาติร่วมส่งเครื่องมือช่วยเหลือ พร้อมเร่งจัดการจราจรให้ทันวันพรุ่งนี้