นักวิชาการมองอาจมีเคลื่อนไหวเรียกร้องขอประกันตัว คดี 112

กรุงเทพฯ 18 มิ.ย.-นักวิชาการมองหลัง “ทักษิณ” ได้ประกันตัวคดี 112 อาจมีเคลื่อนไหวเรียกร้องขอประกันตัว เพื่อสร้างบรรทัดฐานความเท่าเทียม ประเมินถูกผลักเรื่องเข้าสู่การออกกฎหมายนิรโทษกรรม บอกกลุ่มพยายามจะตี 3 ล้ม คือ “ล้มเหลวไม่เป็นท่า”

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงคดีทางการเมืองใหญ่ 4 เรื่องในวันนี้ (18 มิ.ย.) ว่า กรณีแรกที่ศาลอาญาให้ประกันตัว นายทักษิณ ชินวัตร คดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั้น ถือว่าเป็นไปตามความคาดหมายของหลายคนที่บอกแล้วว่านายทักษิณ ไม่น่าจะหลบหนี ถึงแม้จะมีบางคนโน้มน้าวเรื่องการตัดสินใจของนายทักษิณ ให้หนีเพื่อเข้าทางกลุ่มพลังอำนาจ ทางการเมืองที่จะล้มรัฐบาล แต่เมื่อคุณทักษิณ ตัดสินใจไม่หลบหนี และเข้าสู่กระบวนการ โดยสิ่งที่จะตามมาหลังจากนี้ไม่แน่ใจว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าใดในการต่อสู้ในชั้นศาล เพียงแต่ข้อเรียกร้องทางสังคมเรื่องการประกันตัวนักโทษคดี 112 ก็จะเกิดขึ้นทันที เพราะกลุ่มกิจกรรม กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองจะเรียกร้องขอประกันตัวเพื่อสร้างบรรทัดฐานความเท่าเทียมของความเป็นมนุษย์ ระหว่างนายทักษิณกับผู้ต้องหาคนอื่นทำให้เรื่องนี้จะเกี่ยวโยงถึงแนวทางการออกกฏหมายนิรโทษกรรม เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนายทักษิณคนเดียวแต่จะมีความสัมพันธ์กับเรื่องอื่นด้วย เนื่องจากนายทักษิณได้ประกันตัว แต่ผู้ต้องหาคดี 112 อีกหลาย 10 ชีวิตมีความพยายามหลายครั้งในการยื่นขอประกันแต่ไม่ได้รับการประกันตัว ถึงแม้จะมีก็อาจจะเป็นในส่วนน้อยมาก ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นใหม่ทางการเมืองเกิดขึ้น จนทำให้มีความชอบธรรมในการผลักเรื่องนี้เข้าสู่การออกกฏหมายนิรโทษกรรม และไปรับลูกกับท่าทีของกรรมาธิการ ท่าทีของพรรคการเมืองรวมถึงกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง ก่อให้เกิดแนวร่วมมุมกลับระหว่างกรรมาธิการในสายพรรคเพื่อไทยและกรรมาธิการในสายพรรคก้าวไกล จากเหตุการณ์นี้


ส่วนประเด็นการเมืองนอกสภา การวางยุทธศาสตร์ทางการเมืองการตัดสินใจของนายทักษิณ และได้ประกันตัวถือว่าทำให้นายทักษิณ เป็นคนที่มีบารมีทางการเมืองที่สูงขึ้น ณ เวลานี้ บวกกับมีคดีที่ สว. 40 คน ร้องศาลรัฐธรรมนูญ กรณีความเป็นรัฐของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จากการตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ก็ทำให้อำนาจการเมืองนอกสภาของนายทักษิณ ปรากฏชัดมากขึ้น

“กลุ่มคนพยายามจะตี 3 ล้ม คือล้มรัฐบาล ยุบพรรคก้าวไกล และทำลายการเลือก สว.ชุดใหม่ ถ้าดูแล้วขอสรุปได้เลยว่า “ล้มเหลวไม่เป็นท่า” อีกทั้งยังทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ไร้อำนาจการต่อรอง เพราะความพยายามในการทำ 3 ล้ม ไม่สำเร็จ และนายทักษิณ มีอำนาจมากขึ้น ดังนั้นหลังจากนี้ไปการขยับเขยื้อนทางการเมืองของนายทักษิณก็จะทำง่ายขึ้น เนื่องจากทุกอย่างอยู่ในกลไกที่นายทักษิณ สามารถคุมสภาพได้ ทั้ง สส. สว.ที่กำลังเลือก อยู่ในเครือข่ายของพรรคการเมืองใหญ่ รวมถึงหลังจากนี้กลุ่มทุนน่าจะเข้าหานายทักษิณ”รศ.ดร.โอฬาร ระบุ


เมื่อถามว่าจังหวะก้าวเดินสายของนายทักษิณ ในช่วงการพักโทษที่ผ่านมา ส่งผลดีหรือเสียมากกว่ากัน รศ.ดร.โอฬาร มองว่า ไม่ส่งผลดีกับกลุ่มที่ไม่ชอบนายทักษิณ ก็จะยังคงความไม่ชอบ รวมถึงถูกมองว่าเป็นอภิสิทธิ์ชน เหมือนเป็นการเติมคะแนนให้กับพรรคก้าวไกลไปด้วย แต่หากพรรคก้าวไกลถูกยุบพรรค และนายทักษิณ เดินสายพบปะบ้านใหญ่ ดิวคุยผลประโยชน์กันลงตัว ควบคุมกลไกโดยรอบได้แบบนี้คำถามคือหากพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ พรรคก้าวไกลจะตั้งหลักไม่ทัน นี่ถือเป็นการช่วงชิงโอกาสทางการเมือง มีโอกาสในการกลับมาจัดตั้งรัฐบาล

“ถ้าเราเชื่อว่ามีดิวจริงๆ แล้วการไปดิวต้องการจัดสรรส่วนแบ่งอำนาจของนายทักษิณ ดูการตั้งรัฐบาลเหมือนจะถูกกินรวบ แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นนายทักษิณกินรวบแทน ต้องยอมรับชั้นเชิญของนายทักษิณ” รศ.ดร.โอฬาร ระบุ

สำหรับการเลือก สว. หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าสี่มาตราของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ นั้น รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า การเลือก สว. ถือว่าผ่านฉลุยถึงแม้จะมีหลักฐานเรื่องการฮั้วหรือล็อคโหวตกัน แต่ กกต. ยืนยันว่าไม่พบหลักฐานก็ไม่สามารถทำอะไรได้


ส่วนจะไม่มีสะดุดหรือล้มกระดานตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ใช่หรือไม่ รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่าจะสะดุดล้มก็ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานและมีผู้ร้องเยอะจนเกิดความวุ่นวายจนคุมสถานการณ์ไม่ได้ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าตอนนี้ กกต. แกล้งหลับตาข้างเดียวหรือไม่เพราะแม้จะมีเรื่องแต่ก็ออกมาระบุว่าสถานการณ์เรียบร้อย ไม่มีปัญหาข้อบกพร่อง และผลักภาระให้กับผู้ร้อง แต่ถึงแม้มีปัญหาผู้ที่ได้รับเลือกถูกร้องก็ยังมี ลำดับสำรองไว้อีก 100 คน ทำให้การเลือกเสร็จสิ้นตามกระบวนการแต่ความชอบธรรมเป็นเรื่องที่ประชาชนจะประเมิน

ขณะที่คดียุบของพรรคก้าวไกล มอง การต่อสู้ของพรรคก้าวไกลจะเป็นลักษณะบู๊ล้างผลาญแต่จะสู้อยู่ในกรอบและแง่กฎหมาย ที่ตนเองมีความได้เปรียบ ทำให้มีโอกาสรอดจากการถูกยุบพรรคได้ เพราะการที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกหลักฐานเพิ่มเติมจาก กกต. จากข้อชี้แจงของพรรคก้าวไกลและ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาแถลงประเด็นที่กกต. ทำไม่ครบถ้วนกระบวนความยื่นร้องยุบพรรค สามารถตีความได้ว่า ศาลมองไปเช่นนั้นจึงไม่สามารถร้องยุบพรรคก้าวไกลได้

รศ.ดร.โอฬาร ยังกล่าวถึงประเด็นของนายเศรษฐา ที่ถูก 40 สว. ร้องศาลถึงความเป็นรัฐมนตรี ว่าหากผลออกมาไม่เป็นคุณ แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยยังมีแคนดิเดตนายกฯ อีกสอง คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและนายชัยเกษม นิติศิริ ทำให้การที่จะให้ลุงในป่ามาเป็นเองคงเป็นไปได้ยาก เพราะคงไม่สามารถรวบรวมเสียงได้เกิน 250 เสียง อีกทั้งสว. ชุดเดิมที่ถือเป็นฐาน ก็จะหมดอำนาจไปด้วย.-316.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]