เฉพาะ เม.ย. จับโกงออนไลน์กว่า 6 พันราย

ทำเนียบรัฐบาล 9 พ.ค.-รมต.ดีอี นำทีมหน่วยงานเกี่ยวข้องแถลงความคืบหน้าการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 30 วัน เฉพาะเดือน เม.ย.จับกุม ผู้กระทำความผิดกว่า 6 พันราย เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากเดือน มี.ค. เล็งออก พ.ร.ก.คืนเงินผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์


นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นาย วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการเลขาธิการกสทช. พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และพล.ต.ท. วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) ร่วมกันแถลงข่าว เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

นายประเสริฐ กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ดำเนินการเร่งด่วน และต้องรายงานความคืบหน้าให้ทราบภายใน 30 วัน ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพื่อดำเนินงาน โดยในเดือนเมษายน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดคดีออนไลน์ทุกประเภทได้ 6,624 ราย เพิ่มขึ้น 2.7 เท่า จากช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 67  เว็บพนันออนไลน์ มีการจับกุม 3,667 คน เพิ่มขึ้น 3.1 เท่า การจับกุมคดีบัญชีม้า ซิมม้า 366 คน เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า การปิดโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ผิดกฎหมาย ทุกประเทศ 16,158 รายการ เพิ่มขึ้น 18 เท่าจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา


“ปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ 6,515 รายการ เพิ่มขึ้น 38.8 เท่า มาตรการแก้ไขปัญหาบัญชีม้าเร่งอายัดเงินและตัดตอนการโอนเงินเดือนเมษายน สามารถระงับบัญชีม้า 7 แสนบัญชี  โดยธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี ศูนย์ aoc ระงับ 101,375 บัญชี และสำนักงาน ป.ป.ง. ปิดบัญชีไปแล้ว 325,586 บัญชี นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย กำหนดเงื่อนไขการเปิดบัญชีใหม่เพื่อป้องกันการนำเอาบัญชีเหล่านั้นไปกระทำความผิดเพิ่มเติม ส่วนการระงับซิมม้า และจึงต้องสงสัย ดำเนินการไปแล้ว 800,000 หมายเลข ระงับการโทรออกหมายเลขโทรศัพท์ที่ตรวจสอบเพราะว่ามีการโทรออก 100 ครั้งต่อวัน 36,641 เลขหมาย ส่วนเสาโทรคมนาคม สายโทรศัพท์ และสายอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน กสทช. ร่วมกับ DSI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงกลาโหม กวาดล้างและอบรมกำลังพลฝ่ายทหารให้กองทัพเข้าไปตรวจสอบได้ตามแนวชายแดนต่าง ๆ” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวว่า ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เฝ้าระวังชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายประธานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่หลอกลวงคนไทยไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้ความสำคัญกับจังหวะที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก  ประสานความร่วมมือกับต่างประเทศในการปราบปรามจับกุม โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ประสานเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ รวมทั้งอาชญากรรมด้านอื่นๆ โดยในการประชุม ครม. ที่ผ่านมา(7 พ.ค.) นายกรัฐมนตรี สั่งการเพิ่มเติมให้ดำเนินการต่อเนื่องในทุกประเด็น

“ส่วนการเร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย ได้มอบหมายให้ศูนย์ AOC ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น facebook X tiktok LINE ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการด้านการเงิน จะต้องมีมาตรการเพิ่มความรับผิดชอบกรณีผู้กระทำผิดใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นช่องทางในการหลอกลวงประชาชน หากพบว่าไม่มีมาตรการป้องกันให้เพียงพอ จะต้องมีส่วนรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย ดังนั้นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในการป้องกันความเสียหาย อาจจะต้องประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์แบบเฉพาะเจาะจง เพราะการหลอกลวงการลงทุนมีสถิติที่สุด รวมทั้งการหลอกให้หารายได้ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะต้องเริ่มทำความเข้าใจกับประชาชน”  นายประเสริฐ กล่าว


ด้านปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า ความร่วมมือด้านต่างประเทศ ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์เป็นปัญหาทั่วกันในประเทศอาเซียน และจากการ ประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลอาเซียน และตั้งคณะทำงานเพื่อจัดการปัญหานี้ และประเทศไทยเป็นประธานคณะทำงานนี้  พร้อมได้กำหนดแผนงานที่ทำให้สามารถรู้ถึงกลไก การหลอกลวง วิธีการป้องกันปัญหา ทำให้การจัดการด้านอาเซียนเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น  ส่วนศูนย์AOC ซึ่งทำหน้าที่รับข้อมูลที่ประชาชนแจ้งเข้ามา  ซึ่งสามารถทำการอายัด บัญชีหลังได้รับแจ้ง สามารถอายัดได้โดยใช้เวลาไม่นาน  แต่สิ่งที่ได้ยกระดับ คือ ทำให้ศูนย์ AOC เป็นฐานข้อมูลกลางของตำรวจและธนาคาร และจะมีการนำระบบ ai เข้ามา เพื่อจะหาสาเหตุ เช่น ธนาคารไหนปล่อยให้มีบัญชีม้าเกินความจำเป็น และได้ตั้งทีมงานด้านกฎหมายขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการหลอกลวงในโซเซียล การเปิดบัญชีม้า เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในการโอนเงิน สามารถชี้ว่าความเสียหายเกิดจากใครได้บ้าง สำหรับอนุกรรมการด้านกฎหมายที่ตั้งขึ้นมา ภายใต้คณะกรรรมการ พรก. จะเน้นหนักเรื่องการคืนเงิน และได้มีการพูดคุยกับ ปปง. ว่า กฎหมายของปปง.อาจมีข้อจำกัด จึงจะทราบระบบที่สามารถที่จะทำให้ชี้ได้ว่าใครเป็นผู้เสียหายจากเม็ดเงินใด ซึ่งจะลดระยะเวลาในการคืนเงินของ ปปง.ได้ และการระงับยับยั้ง การโอนเงินผ่านระบบคริปโต ได้กำหนดแนวทางชัดเจนว่าจะแก้กฎหมาย

ขณะที่ พล.ต.ท.วรวัจน์ กล่าวว่า เรื่องของการจับกุม เราได้จับกุมไปกว่า 6,600 ราย ถือเป็นปริมาณที่สูง โดยแยกเป็นการจับกุมและการยึดทรัพย์ ซึ่งต้องร่วมมือกันกับ ปปง. ออกคำสั่งยึดอายัติทรัพย์ ช่วงที่ผ่านมายึดทรัพย์ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนเว็บพนันออนไลน์จับกุมได้กว่า 3,600 ราย ยึดทรัพย์ 528 ล้านบาท โดยเฉพาะหวยรายใหญ่ มีเงินหมุนเวียนกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการยึดทรัพย์ เจตนาของหน่วยงานราชการต้องการจับตัวการใหญ่ ได้มีการสั่งการทุกหน่วยให้มีการจับกุมให้ถึงต้นตอเครือข่าย

“สิ่งที่สำคัญศูนย์คือการยึดทรัพย์และเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหาย ซึ่งทางปปง. เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินการนี้ ทั้งนี้ ต่อไปทุกหน่วยของทุกกองบัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติในภาพรวมเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด ส่วนการออกหมายจับเรื่องการหลอกลวงออนไลน์มีมากกว่า 5,000 หมาย และหมายแดงที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีอยู่ต่างประเทศ จะระดมกวาดล้างทั้งหมด และร่วมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กสทช. ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะเสาสัญญาณรอบตะเข็บชายแดน และให้ทุกหน่วยระดมปิดกั้นทุกช่องทาง” พล.ต.ท.วรวัจน์ กล่าว

สำหรับการเร่งรัดคืนเงินเยียวยาผู้เสียหาย พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวว่า ปปง.มีระบบ SR 03 เมื่อผู้เสียหายแจ้งความกับตำรวจแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะส่งรายชื่อบัญชีม้าหรือผู้กระทำความผิดมาให้ปปง. ประกาศ ซึ่งประกาศไปแล้วกว่า 32,000 รายชื่อ ปิดบัญชีกว่า 300,000 บัญชี วันนี้เงินของคนร้ายอยู่ในระบบกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ เรามีข้อจำกัดในด้านกฎหมายเพราะกฎหมายฟอกเงินต้องให้ศาลสั่ง และคดีถึงที่สุด  เพื่อที่จะคืนเงินให้กับผู้ที่เสียหายได้  ซึ่งเร็วที่สุดคือสามปี

รองเลขาธิการปปง. กล่าวว่า จะยกร่างกฎหมาย เพื่ออนุญาตให้นำเงินที่ ปปง.อายัติกลับมาคืนผู้เสียหายให้เร็วขึ้น หลังจากนี้ ในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป เราจะรับบัญชีมาจากศูนย์AOC เพื่อประกาศให้ธนาคารทราบและจำกัดธุรกรรม ทุกทาง ตั้งเป้าจะประกาศเดือนละ 15,000 รายชื่อ ซึ่งจากข้อมูลที่มี ค่าเฉลี่ยบัญีม้า 1 คน ประมาณ 9.77 บัญชี และจะปิดบัญชีม้าให้ได้ 100,000 บัญชีต่อเดือน  พร้อมฝากประชาชนที่อยากนำบัญชีไปขาย ถ้านำไปขายแล้วนอกจากจะถูกตำรวจดำเนินคดี และจะถูกปปง.ประกาศว่าเป็นบุคคลที่ที่มีความเสี่ยงสูงและธนาคารจะไม่ทำธุรกรรมเป็นเวลาสามปี

“ขออย่าเห็นแก่เล็กแก่น้อยและไปขายบัญชี ขอบคุณกระทรวงดีอีที่เห็นความสำคัญ และสนับสนุนแก้ไขกฎหมาย เพื่อที่จะนำเงินที่ยึดมาได้  ให้ประชาชนได้รับเงินคืนไวขึ้น  ส่วนผู้เสียหายที่แจ้งความแล้วให้เก็บหลักฐานไว้ เมื่อแก้กฎหมายเสร็จ รัฐบาลจะประกาศให้ทราบ และนำข้อมูลนี้มาสรุปคัดแยก จะทำให้ได้รู้ว่าจะได้เงินจากคดีไหน เป็นจำนวนเงินเท่าไร เพื่อให้ทุกคนได้รับการเยียวยาเท่าเทียมกัน” พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าว

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า เรื่องเสาสัญญาณตามแนวตะเข็บชายแดนให้มีการส่งรายงานว่ามีกี่เสาที่หันหน้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และมีกำหนดให้รื้อถอน พร้อมจะขึ้นไปรื้อบางเสา รวมถึงการลากสายอินเตอร์เน็ต ที่อาจจะมีคนไม่หวังดีไปเช่าบ้านและเปิดสัญญานอินเตอร์เข้ามา 

ส่วนการออกกฎหมายเพื่อคืนเงินให้กับผู้เสียหาย รัฐจะออกเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) หรือพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) หรือกฎกระทรวง รองเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ตามกฎหมายของ ปปง.พนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องทำสำนวนผ่านมติคณะกรรมการธุรกรรม ยื่นไปยังอัยการ เพื่อฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อรอคดีถึงที่สุด หากคู่ความไม่เห็นด้วยก็จะมีการอุทธรณ์ โดยทั่วไปใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ซึ่งเห็นว่าหากเป็นเช่นนั้นจะนานเกินไป และจะเป็นกฎหมายใดก็ได้ที่ปปง.สนับสนุนได้ ซึ่งการคืนเงินควรอยู่ในหลักเดือน หากพิสูจน์ได้ว่าผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อน อาจจะมีคณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบรายงานศาล หากไม่มีใครขัดแย้งก็ให้คืนเงินผู้เสียหายได้เลย ปัจจุบันหลังสามารถดำเนินคดีได้ ทำให้เงินจากกลุ่มบัญชีม้าที่ยึดเงินเพิ่มขึ้น หากนำเงินตรงนี้คืนผู้เสียหายได้ ก็ควรจะกระทำให้ไวที่สุด

ขณะที่นายประเสริฐ กล่าวเสริมว่าจากการหารือเบื้องต้น เห็นว่าหากออกเป็น พรก. สามารถดำเนินการได้เร็วกว่า  และคืนเงินให้กับประชาชนได้เร็ว.-316.-สำนักข่าวไทย       

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]