ผลหารือ สรุปไม่ตัดเวลาฝ่ายค้าน-เพิ่มเวลา รมต.ตอบให้เคลียร์

รัฐสภา 3 เม.ย.-ผลหารือตัวแทน 3 ฝ่าย ได้ข้อสรุปไม่ตัดเวลาฝ่ายค้าน ยังให้ 22 ชม. เพิ่มเวลาให้รัฐมนตรีตอบให้เคลียร์ วันแรกอาจเลิกตี 2 แต่ต้องจบวันพรุ่งนี้ ไม่ขยายเพิ่มวันที่ 5 เม.ย.

การประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่2 เป็นประธานการประชุม เพื่อหารือกรอบเวลาในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา152 โดยมีตัวแทนคณะรัฐมนตรี วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน เข้าร่วม อาทิ นางมนพร เจริญศรี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายชัยชนะ เดชเดโช นายรังสิมันต์ โรม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายณัฐวุฒิ บัวปทุม


โดยที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องกรอบเวลา ที่ฝ่ายวิปรัฐบาลเสนอตัดเวลาฝ่ายค้าน 4 ชั่วโมง แต่ฝ่ายค้านขอยึดตามเดิม ในสัดส่วนรัฐบาล 6 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 22 ชั่วโมง

นายชัยชนะ ระบุว่า ถ้าสภาไม่มีหลักการและเลื่อนอยู่ตลอดเวลา ต่อไปก็ไม่มีหลักการ ตนคิดว่าเวลาของรัฐบาล 6 ชั่วโมง ก็ไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องไปบริหารเนื้อหาให้กระชับชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้ ถ้าจะขอเพิ่มเวลาก็ต้องขยายเป็น 3 วัน


นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ขอให้ปรับเข้าหากัน โดยเห็นว่าถ้าไปโหวตห้องใหญ่จะเสียหายกว่านี้ ถ้ายังตั้งป้อมไม่ลดราวาศอก  เกรงว่าจะทำงานด้วยกันลำบาก เพราะต้องทำงาน ร่วมกัน 4 ปี

นายพิเชษฐ์ กล่าวภายหลังหารือ 3 ฝ่ายเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การอภิปรายวันนี้ (3 เม.ย.) วันแรก จะประชุมไปถึง ประมาณ 02.00น. ส่วนวันที่ 4 เม.ย. จะให้มีการอภิปราย ถึงเที่ยงคืน ซึ่งจะทำให้ได้เวลาเพิ่มมาอีก 2 ชั่วโมง หากมีการถามและตอบเยอะ  ประธานทั้ง 3 คนจะบริหารเวลา ซึ่งฝ่ายค้านยังคงได้เวลา 22 ชั่วโมงเหมือนเดิม ขณะที่รัฐมนตรี ก็จะให้ตอบให้จบสิ้นกระแสความ  ตอบให้สมบูรณ์เต็มที่ อาจจะถึง 10 ชั่วโมงก็ได้ แต่ไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนให้ตอบไปเรื่อยๆ เป็นหน้าที่ของประธานจะบริหาร ซึ่งการถามและตอบเชื่อว่าจะจบได้ภายใน 2 วัน หรืออาจจะเลยนิดหน่อย เพื่อช่วยแก้ปัญหาจะได้ไม่ต้องไปโหวตไปทะเลาะกันในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่สมบูรณ์

ส่วนที่ไม่สามารถเพิ่มวันอภิปรายวันที่ 5 เม.ย.ได้นั้น นายพิเชษฐ์ ให้เหตุผลว่าเพราะมีการกำหนด วันเวลาเอาไว้แล้ว และทุกฝ่ายก็วางแผนวันศุกร์ที่5 เม.ย.ทุกคนมีภารกิจ ดังนั้นจะต้องยุติภายในวันพรุ่งนี้ (4 เม.ย.) อาจจะได้เที่ยงคืนนิดหน่อยเพื่อให้การทำงานเดินไปได้.-312.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

กรมอุตุฯ เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน กระทบ​ 53 จังหวัด​

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน​ พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก มีผลกระทบ​ 53 จังหวัด​ ระหว่าง​ 29​ มี.ค.-1 เม.ย.68​

ความเสียหายแผ่นดินไหว

ปภ. เผยพบความเสียหาย​จาก​แผ่นดินไหว​ 11​ จังหวัด

อธิบดี​กรม​ ปภ. ระบุ​ได้รับรายงาน​ความเสียหาย​จาก​แผ่นดินไหว​ 11​ จังหวัด​ ส่วนเหตุ​อาคารถล่มในกทม.​ มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และสูญหายอีก 101 ราย​ ทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) ของ​ปภ.​ ยัง​คงสนับสนุน​ทีมกู้ภัย​ของ กทม.​ ค้นหาและช่วย​เหลือ​ผู้​ได้รับบาดเจ็บ​เต็มกำลัง

แผ่นดินไหว

กรมทรัพยากรธรณี แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหว 8.2 ที่เมียนมา

กรมทรัพยากรธรณี 28 มี.ค. – กรมทรัพยากรธรณี แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหว 8.2 รอยเลื่อนสะกาย ประเทศเมียนมา 28 มีนาคม 2568 นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยนายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ในฐานะโฆษกกรมทรัพยากรธรณี นายวีระชาติ วิเวกวิน นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าสถานการณ์แผ่นดินไหวรอยเลื่อนสะกาย บนบกขนาด 8.2 ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร และมีแผ่นดินไหวตามมา (After Shock) มีขนาด 2.8 – 7.1 จำนวน 27 ครั้ง (ข้อมูล ณ เวลา 18.48 น.) (ที่มา : USGS กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี) สาเหตุเกิดจากรอยเลื่อนสะกาย รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นบริเวณกว้าง และสร้างความเสียหายจำนวนมาก ทั้งในประเทศเมียนมาและในประเทศไทย นายพิชิต กล่าวว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวบนบกในครั้งนี้ […]