เปิดทรัพย์สินฯ 3 อดีตรัฐมนตรี

ป.ป.ช. 24  พ.ย. – ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน 3 อดีตรัฐมนตรี “คุณหญิงกัลยา” รวย 2,620 ล้านบาท “จุติ” 209 ล้านบาท รวยที่ดิน 58 แปลง ด้าน “ประภัตร“ 85.9 ล้านบาท สะสมแบงก์ห้าร้อย 500 ฉบับ


สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 66 โดยนายประภัตร โพธสุธน   แจ้งบัญชีทรัพย์สินฯ กรณีพ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุสถานะโสด มีทรัพย์สินรวม 85,973,286 บาท ไม่มีหนี้สิน ทรัพย์สินแบ่งเป็นเงินสด 500,000 บาท เงินฝาก  3,0 91,386 บาท เงินให้กู้ยืมแก่ บจก.พีพีแอนด์พี ทรานสปอร์ต 8 ล้านบาท ที่ดิน 19 แปลงใน จ.สุพรรณบุรี และเชียงใหม่ รวม 48,526,900 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านพักในจังหวัดสุพรรณบุรี และเชียงใหม่ รวม 25 ล้านบาท รถยนต์ volkswagen 3 คัน รวม 3,525,000 บาท สิทธิและสัมปทานเป็นสิทธิสัญญาเช่าที่ดินเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 66 และสิ้นสุดสัญญาเช่า 9 ม.ค. 68   มูลค่า 180,000 บาท ทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่า 4,350,000 บาท เช่น นาฬิกา 6 เรือน แหวน 2 วง พระเครื่อง เหรียญบูชา 247 องค์ สร้อยคอทองคำ 14 เส้น เหรียญที่ระลึกทองคำ/เงิน 250 เหรียญ ธนบัตรที่ระลึกฉบับละ 500 จำนวน 500 ฉบับ โดยแจ้งมีรายได้ต่อปีประมาณ 1,715,761 บาท แบ่งเป็นจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา 1,362,720 บาท ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม 293,000 บาท ค่าเช่า 60,000 บาท และมีรายจ่ายต่อปีเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวม 600,000 บาท

ขณะที่นายจุติ ไกรฤกษ์ แจ้งกรณีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุตนเองและนางสมานจิตต์ ไกรฤกษ์ คู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 209,119,351 บาท ไม่มีหนี้สิน เป็นทรัพย์สินของนายจุติ จำนวน 162,717,758 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 12 บัญชี รวม 5,758,839 บาท เงินลงทุนในกองทุนรวม จำนวน 16,289,217 บาท ที่ดิน 58 แปลง ใน จ.พิษณุโลก กรุงเทพฯ นครปฐม เชียงใหม่ เชียงราย มูลค่า 126,763,774  บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นห้องชุดใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวม 12,75,927 บาท ยานพาหนะ จำนวน 200,000 บาท ทรัพย์สินอื่น 1 ล้านบาท เป็นแสตมป์ทองโครงการ 99 ล้านถวายเทิดไทองค์ราชันย์ ได้มาเมื่อ 22  มี.ค.55


โดยแจ้งมีรายได้ต่อปี จากเงินเดือนเบี้ยประชุมและดอกเบี้ยธนาคาร รวมประมาณ 1,432,720 บาท รายจ่ายต่อปีแจ้งว่าไม่สามารถประเมินได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจ

ส่วนนางสมานจิตต์ แจ้งมีทรัพย์สิน รวม 46, 401,593 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 9 บัญชี จำนวน 11,316, 753 บาท เงินลงทุนนกองทุน จำนวน 17,351,189 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านและตึกแถวพร้อมที่ดิน จำนวน 2 หลัง มูลค่า 8 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน จำนวน 7,433,650 บาท ทรัพย์สินอื่น 2.3 ล้านบาท เป็นตุ้มหูเพชรหยดน้ำ และแจ้งมีรายได้ต่อปีจากดอกเบี้ยธนาคารจำนวน 55,000 บาท

ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แจ้งบัญชีทรัพย์สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งว่าตนเองและนายโชติ โสภณพนิช คู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 2,620,440,398 บาท มีหนี้สินรวม 148,368 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของคุณหญิงกัลยาจำนวน 105,824, 894 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 12 บัญชี จำนวน 37,069,864 บาท  เงินลงทุนในพันธบัตร หุ้นกู้ หลักทรัพย์รัฐบาลค้ำประกันต่างๆ จำนวน 49,036,400 บาท ที่ดิน 2 แปลงใน จ.ระยอง และนครราชสีมา มูลค่า 1,599,630 บาท งานผ้าขนาด 749,000 บาท ทรัพย์สินอื่น จำนวน 12,370,000 บาท เช่น เครื่องประดับแหวน ต่างหู เข็มกลัด สร้อยข้อมือ จี้ นาฬิกา รวม 20  รายการ และหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 107,724 บาท


โดยคุณหญิงกัลยา แจ้งมีรายได้ต่อปี รวม 17,368,972 บาท จากเงินเดือน 1,362,720 บาท เบี้ยประชุม 5,750 บาท ค่าตอบแทน 201,600 บาท รายได้จากดอกเบี้ย 1,379,191 บาท เงินปันผล 5,298,600 บาท ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 9,076,111 บาท แต่มีรายจ่ายต่อปีรวม 5,901,474 บาท จากอุปโภคบริโภค เบี้ยประกัน ท่องเที่ยวและเงินบริจาค

ส่วนนายโชติ มีทรัพย์สินรวม 2,519,615,504 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 3 บัญชี จำนวน  43,169,041 บาท เงินลงทุน 2,316 686,162 บาท ในจำนวนนี้นอกจากเป็นการลงทุนในบริษัทกองทุนเปิดต่างๆ แล้ว ยังมีการลงทุนใน Mission Bay Capital Fund lll,L.P.(USD2,565,000) มูลค่า 82,972,425 บาท เงินลงทุนใน Glint Pay Limited UK มูลค่า 4,428,072 บาท เงินลงทุนใน Half Brother Captain Limited มูลค่า 2,325,957 บาท ที่ดิน 7 แปลง ใน กทม. ปทุมธานี เชียงใหม่ มูลค่า 151,760,300 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักในเขตบางนา กทม. 8 ล้านบาท มีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 40,644 บาท

ทั้งนี้ นายโชติ แจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 132,564,913 บาท จากเงินเดือน 13,997,823 บาท เบี้ยประชุม 150,000 บาท รายได้จากดอกเบี้ย 157,209 บาท เงินปันผล 77,860,575 บาท ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 40,399,305 บาท มีรายจ่ายต่อปีรวม 4,799,568 บาท โดยเป็นค่าท่องเที่ยว 3 ล้านบาท เงินบริจาค 204,500 บาท ค่าบริหารเงินลงทุนตามสัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของคู่สมรสรัฐมนตรี 500,000 บาท  ค่าภาษีที่ดิน 477,271 บาท ค่ารักษาพยาบาล 527,797 บาท.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ลุ้นวันนี้! ศาล รธน.ลงมติคดี “คลิปเสียง “แพทองธาร” คุย “ฮุน เซน”

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – ลุ้นวันนี้ (29 ส.ค. 68) ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร คุย “ฮุน เซน” วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเห็นส่วนตน เพื่อส่งให้ประธานศาลศาลรัฐธรรมนูญ จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมแถลง และในเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะขึ้นบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชม ส่วนความเคลื่อนไหววันนี้ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ถูกศาลสั่งพักงาน” จะเดินทางเข้าทำเนียบฯ ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการอ่านคำวินิจฉัยด้วยตนเอง และเตรียมแถลงข่าวหลังศาลมีคำตัดสิน โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอย เดินทางเข้ามาให้กำลังใจ จากนั้นเวลา 15.00-16.00 น. สส.พรรคเพื่อไทย จะเข้าให้กำลังใจนายกฯ ไม่ว่าผลออกมาบวกหรือลบ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.แพทองธาร […]

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

อุตุฯ เตือนเหนือ-อีสาน-ใต้ฝั่งตะวันตก ฝนตกหนักบางแห่ง

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 40% กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนในระยะต่อไป กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง […]

แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ชาวบ้าน-พระ เดือดร้อน

สุโขทัย 28 ส.ค. – หลายพื้นที่เมืองสุโขทัย จมอยู่ใต้น้ำและขยายวงกว้าง แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ด้านหลังวัดปากแคว พระและชาวบ้าน ช่วยกันขนสิ่งของหนีน้ำ ภาพมุมสูง เผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมสูงภายในวัดปากแคว และบริเวณโดยรอบ ทหารนำกำลังพล 22 นาย ลงพื้นที่ช่วยเหลือ พระวัดปากแคว ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 4 ต.ปากแคว 4 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง รถยนต์จมน้ำหลายคัน ด้านหลังวัดปากแคว อำเภอเมือง แม่น้ำยมผนังกั้นน้ำล้นตลิ่ง มวลน้ำมหาศาล ทะลักเข้าท่วมเต็มพื้นที่ ระดับน้ำสูงรอบวัดเกือบ 2 เมตร ทะลักเข้าท่วม ไหลข้ามถนนจรดวิถีถ่อง ระยะทางกว่า 500 เมตร ต้องปิดกั้นถนนห้ามสัญจรไปมา พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ (พระอาจารย์นาค) เจ้าคณะตำบลบ้านกล้วย เจ้าอาวาสวัดพายชุมพล หลังทราบข่าว ระดับน้ำท่วม ในวัดปากแคว รีบนำอาหารกล่องพร้อมทั้งถุงยังชีพ เข้าไปถวายพระสงฆ์ 18 รูป ที่จำพรรษาอยู่ในวัดปากแคว เร่งหาผู้สูญหายที่แม่ฮ่องสอน […]