ชุมนุมเรียกร้องคืนความเป็นธรรมให้ “พิธา”

กรุงเทพฯ 19 ก.ค. – กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หลังทราบว่าสภาฯ ไม่ให้เสนอชื่อโหวต “พิธา” รอบ 2 รวมทั้งจัดกิจกรรมโจมตี สว.


บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผู้ชุมนุมทยอยรวมตัวตั้งแต่ 17.00 น. แต่งชุดสีดำและส้ม จัดกิจกรรม ‘19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.’ เนื่องจากไม่พอใจการทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่เคารพเสียงมติของประชาชน จากการลงมติไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียงให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดยกลุ่มผู้ชุมนุมใช้รถบรรทุกพร้อมเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยและมีแกนนำสลับขึ้นปราศรัย ริมถนนฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยา และตั้งเวทีบนวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยสำรองไว้

หลังจากมวลชน ทราบว่าที่ประชุมรัฐสภามีมติไม่ให้เสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี รอบที่ 2 ก็ได้ส่งเสียงโห่และแสดงความไม่พอใจ มีบางส่วนนำป้ายผ้าระบุข้อความว่า “นายกพิธาฉันทามติประชาชน” ผูกไว้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งการชุมนุมในวันนี้มุ่งเน้นการปราศรัยเนื้อหาโจมตี ไม่เห็นด้วยกับการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีของวุฒิสมาชิกที่สวนทางกับคะแนนเสียงของประชาชน รวมถึงมติของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว และการประชุมรัฐสภาที่มีมติไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นรอบที่ 2


ส่วนกิจกรรมการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มีการแขวนป้ายผ้าข้อความรอบอนุเสาวรีย์ฯ วางดอกไม้จันหน้าโลงศพ สว. จำลอง และคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำลอง นอกจากนี้ผู้ชุมนุมเยาวชนบางส่วนได้ปีนขึ้นไปบนส่วนของฐานอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วและโบกธงสีดำ

ขณะที่ พลตำรวจโทอาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจต้องเน้นการเจรจา ไม่เป็นคู่ขัดแย้งของใคร รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายให้กับประชาชนได้รับรู้

ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรของประชาชนบริเวณนี้ ได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลดูแล จัดกำลังพลทั้งในและนอกเครื่องแบบไว้จำนวน 3 กองร้อย เพื่อดูแลพื้นที่โดยรอบ และกำหนดให้ผู้ชุมนุมคืนพื้นที่ในเวลา 21.00 น. และพื้นที่ต้องคืนสภาพเดิมในเวลา 22.00 น. พร้อมแนะประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง ถนนดินสอ และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร้อมแนะนำให้ใช้เส้นทาง อาทิ ถนนราชดำเนินนอก ถนนตีทองสะพานพระราม 8 ถนนตะนาว สะพานพระปกเกล้า และถนนเฟื่องนคร


ขณะที่สภาพการจราจรขณะนี้ ผู้ชุมนุมนำแผงรั้วตั้งกีดขวางบริเวณรอบวงเวียนลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อให้กลุ่มมวลชนนั่งฟังการปราศรัยหน้าเวที โดยเปิด 2 ช่องจราจรให้รถสัญจรผ่านถนนราชดำเนินกลางได้ .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

คนขับแท็กซี่ตายคารถ กว่าจะรู้ผ่านไปหลายชม.

รถแท็กซี่จอดอยู่ป้ายรถเมล์ตั้งแต่เที่ยงจนถึงเย็น มีผู้โดยสารขึ้นรถ แล้วก็ลงมา แถมถูกบีบแตรไล่ จนพ่อค้าขายข้าวโพดต้มเข้าไปเรียกพบคนขับนอนคอพับเสียชีวิต

ถอนตัวWHO

“ทรัมป์” ลงนามในคำสั่งให้สหรัฐถอนตัวจากการเป็นสมาชิกอนามัยโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าววานนี้ว่า สหรัฐจะออกจากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก โดยเขาระบุว่า องค์การอนามัยโลกดำเนินการผิดพลาดในการรับมือกับโรคโควิด-19

พิตบูลขย้ำหัวพระ

“อเมริกันบูลลี่” ขย้ำหัวพระ-กัดข้อมือหาย มรณภาพคากุฏิ

สลด! หลวงพี่ เลขาเจ้าอาวาสวัด เลี้ยงอเมริกันบูลลี่ไว้ตั้งแต่เป็นลูกสุนัข ผ่านไปปีกว่า ถูกขย้ำหัวมรณภาพคากุฏิ ข้อมือขาดหายไป ยังหาไม่พบ

ข่าวแนะนำ

นายกฯหารือบริษัทยา

นายกฯ ถกบริษัทยา Astrazeneca พร้อมร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนาในไทย

บริษัทยาระดับโลก Astrazeneca หารือ นายกฯ ยืนยันไทยยังเป็นพันธมิตรที่ดีมายาวนาน พร้อมร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนาในไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ นายกฯ มั่นใจการแพทย์ของไทยติดระดับในโลก ยืนยันหลายประเทศทั่วโลกบินมารักษาในประเทศไทยจำนวนมาก

ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน 60 จังหวัด สูงต่อเนื่องถึง 27 ม.ค.

กรมควบคุมมลพิษ เผยวันนี้ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน 60 จังหวัด สูงต่อเนื่องถึง 27 ม.ค. ประสานทุกหน่วยงานยกระดับการแก้ไขปัญหา พร้อมเตือนประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

หวยอลวน12ล้าน

หวย 12 ล้านพาวุ่น “ผู้กองเข้ม” แจ้งความ “ยายแหล่”

หวยอลวนมาอีกแล้ว หลังยายแหล่ แม่ค้าร้านลาบก้อย ที่เพิ่งถูกสลากฯ เป็นเศรษฐีใหม่ 12 ล้านบาท แต่มีตำรวจรายหนึ่ง ไปแจ้งความ ว่าถูกยายแหล่ ยักยอกทรัพย์

แอปฯ “ล่าเหรียญ” ฟีเวอร์ ทำชาวบ้านเดือดร้อน

แอปพลิเคชัน “Jagat” ฟีเวอร์ ทำวัยรุ่นว้าวุ่น แห่ล่าเหรียญแลกเงินที่กระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทำชาวบ้านและผู้ประกอบการเดือดร้อน ตำรวจเตือนการแชร์พิกัดตำแหน่งอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเฝ้าติดตามและฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สินได้ และอาจเสี่ยงเจอข้อหาบุกรุก