fbpx

อาเซียน-เกาหลีใต้ ผลักดัน สธ.-ศก. 

กรุงพนมเปญ 11 พ.ย. – นายกฯ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีใต้ ผลักดันความร่วมมือด้านสาธารณสุข การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน พร้อมส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนที่ใกล้ชิด


พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 23 พร้อมผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ ยกเว้นเมียนมาไม่เข้าร่วม และมีนายยุน ซ็อก-ยอล (Mr.Yoon Suk Yeol) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี และเลขาธิการอาเซียน เข้าประชุม เพื่อทบทวนความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ในรอบปีที่ผ่านมา กำหนดทิศทางความสัมพันธ์ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับประธานาธิบดียุน ซ็อก-ยอล ของเกาหลีใต้ สู่การประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งแรก ระบุไทยพร้อมสนับสนุนบทบาทของเกาหลีใต้ในการดำเนินนโยบายทางการทูตเชิงรุกที่สร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค พร้อมยินดีที่เกาหลีใต้คงให้ความสำคัญกับอาเซียน โดยสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียนและสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่อาเซียนเป็นศูนย์กลาง มียุทธศาสตร์ที่มุ่งขยายความร่วมมือในทุกมิติกับอาเซียน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ


นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน และการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายร่วมกันในอนาคต ได้แก่ ความร่วมมือด้านสาธารณสุขที่มั่นคงและครอบคลุม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ และเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของเกาหลีใต้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขของภูมิภาคในระยะยาว โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยา รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ โดยไทยสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากการฝึกอบรมระดับโลกสำหรับการผลิตทางชีวภาพของเกาหลีใต้

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า อาเซียนและเกาหลีใต้ต้องร่วมมือกันฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน ควรมุ่งสานต่อการเสริมสร้างบูรณาการทางเศรษฐกิจและความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค โดยใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP และความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้ อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้ภาคธุรกิจของเกาหลีใต้ขยายการค้าและการลงทุนในอาเซียนเพิ่ม รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสรรค์สร้างนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนา MSMEs และ start-ups โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์และทักษะที่จำเป็นสำหรับยุค 4IR และยุคดิจิทัล ซึ่งประเทศไทยมีนโยบายพลิกโฉมประเทศ โดยการส่งเสริมการลงทุน เพื่อปรับโครงสร้างไปสู่ “เศรษฐกิจใหม่” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิด โดยไทยมีโครงการ “ดิจิทัล ปาร์ค ไทยแลนด์” ของ EEC เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งไทยพร้อมเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนอย่างรอบด้านสำหรับนักลงทุนอาเซียนและเกาหลีใต้


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาเซียนและเกาหลีใต้จะต้องเชื่อมโยงระหว่างประชาชนที่ใกล้ชิดและแน่นแฟ้น โดยส่งเสริมการไปมาหาสู่ และการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันในทุกระดับ ชื่นชมความสำเร็จของเกาหลีใต้ในการส่งเสริมและเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไปทั่วโลก โดยเฉพาะการใช้ “soft power” ในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสาธารณรัฐเกาหลีในทุกมิติ ซึ่งไทยสนับสนุนให้มีการแบ่งปันแนวปฏิบัติอันเป็นเลิศในสาขาที่เกาหลีใต้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงความคล้ายคลึงและความแตกต่างทางวัฒนธรรมภายในอาเซียน และกระตุ้นการท่องเที่ยวในภูมิภาค ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกัน และโครงการแลกเปลี่ยนการศึกษา ซึ่งจะช่วยพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของเยาวชน  

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเจตนารมณ์ในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี โดยหวังจะเห็นการเจรจามีความคืบหน้าจนนำไปสู่คาบสมุทรเกาหลีที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ ไทยมุ่งมั่นและพร้อมที่จะรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะการผลักดันความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจทางยุทธศาสตร์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของทุกประเทศในภูมิภาค.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ญี่ปุ่นจับตาภูเขาไฟระเบิดที่อินโดฯ อาจก่อสึนามิ

ญี่ปุ่นเกาะติดสถานการณ์ภูเขาไฟเซเมอรู ประทุบนเกาะชวาตะวันออกของอินโดนีเซีย อาจทำให้เกิดสึนามิซัดถึงชายฝั่งญี่ปุ่น

ตั้งรางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะแสมือยิง “เจ้าสิง” 30 แผล

ตั้งรางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะแสมือยิง “เจ้าสิง” สุนัขของอู่ซ่อมรถย่านบางบัวทอง กระสุนฝังทั่วร่างกว่า 30 แผล

ฮือฮา! เจ้าบ่าวเงาะป่า แห่ขันหมากมาสู่ขอ “รจนา”

งานแต่งงานสุดครื้นเครง เจ้าบ่าวทุ่มเต็มที่ แต่งหน้าทาตัวเป็นเงาะป่า แห่ขันหมากไปสู่ขอนางรจนา งานนี้มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

ข่าวแนะนำ

“Shopee” แจ้งหยุดชำระเงินผ่านบัญชีธนาคาร

“Shopee” แจ้งหยุดชำระเงินผ่านบัญชีธนาคาร หลังผู้เสียหายผูกบัญชีธนาคารกับแอป แล้วถูกดูดเงิน ด้านผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์ ยอมรับถูกแฮกเกอร์ดูดเงิน ป้องกันยาก มีแนวโน้มเพิ่มสูงต่อเนื่อง แนะวิธีป้องกันตัว เปิดบัญชีใหม่ใช้เฉพาะทำธุรกรรมออนไลน์ เพื่อจำกัดความเสียหาย

ประชาชนสมุทรสงครามตักบาตรทางน้ำ ถวายเป็นพระราชกุศล

ประชาชนชาวสมุทรสงครามสวมใส่เสื้อเหลือง ร่วมตักบาตรทางน้ำ บริเวณริมคลองตลาดน้ำอัมพวา ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9

ครอบครัวเปเล่ เผยติดเชื้อเพราะโควิด อาการยังดีอยู่

เซาเปาลู 5 ธ.ค.- บุตรสาวและหลานชายของเปเล่ ตำนานฟุตบอลของบราซิลเผยว่า เปเล่เข้าโรงพยาบาลรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่ทรุดลงเพราะการติดโรคโควิด-19 และขณะนี้อาการยังดีอยู่ ไม่เสี่ยงจากไปในเวลาอันใกล้ บุตรสาว 2 คน และหลานชายคนหนึ่งของเปเล่ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ทีวี โกลโบของบราซิลที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า เปเล่วัย 82 ปี จะออกจากโรงพยาบาลอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ในนครเซาเปาลูได้ทันทีที่หายดีจากการติดเชื้อที่ปอด ครอบครัวและโรงพยาบาลยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเมื่อใด แต่เขาจะยังไม่จากไปในเวลานี้ และรับการรักษาอยู่ในห้องพักผู้ป่วยปกติ ไม่ใช่หอผู้ป่วยวิกฤต ตามที่มีข่าวลือว่าเขาใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตและกำลังรับการดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า เปเล่ตอบสนองดีต่อการรักษาอาการติดเชื้อ และสุขภาพไม่ได้ทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมง แต่ไม่ได้แถลงความคืบหน้าเมื่อวันอาทิตย์ เปเล่ซึ่งมีชื่อจริงว่า เอดซง อารังชีส ดู นาซีเมงตู ผ่าตัดเนื้องอกลำไส้ในเดือนกันยายน 2564 บุตรสาวเผยว่า บิดายังไม่หายขาดจากมะเร็งลำไส้และอยู่ระหว่างรับเคมีบำบัด ขณะที่หลานชายเผยว่า คุณปู่ซาบซึ้งใจกับกำลังใจที่ส่งมาจากทั่วโลก และจะรอดูบราซิลเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 6 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ หลังจากที่เคยนำทัพทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วในปี 2501, 2505 และ 2513.-สำนักข่าวไทย

ชาวอินโดนีเซียยังคงเฝ้าระวังหลังภูเขาไฟระเบิด

จาการ์ตา 5 ธ.ค.- ผู้อาศัยในจังหวัดชวาตะวันออกของอินโดนีเซียยังคงเฝ้าระวังอย่างสูงในวันนี้ หลังจากภูเขาไฟที่สูงที่สุดในประเทศปะทุเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้ทางการต้องประกาศเขตห้ามเข้าภายในรัศมี 8 กิโลเมตร จากภูเขาไฟและบังคับอพยพคนทั้งหมู่บ้าน โฆษกสำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติของอินโดนีเซียเผยว่า ทีมค้นหาและกู้ภัยประจำจังหวัดได้เดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดเพื่อประเมินความเสียหาย เมื่อวานนี้มีฝนตกหนักมาก ทำให้สิ่งตกค้างบนยอดภูเขาไฟเซอเมรูไหลลงมา แต่วันนี้ไม่มีฝนตก จึงค่อนข้างปลอดภัย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และยังไม่มีผลกระทบทันทีต่อการเดินอากาศ ทางการสั่งอพยพประชาชนเกือบ 2,500 คน ส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ส่วนเมื่อวานนี้สำนักงานบรรเทาภัยภูเขาไฟและธรณีวิทยาได้ยกระดับเตือนภัยเป็นระดับสูงสุด และเตือนประชาชนอย่าเข้าใกล้รัศมี 8 กิโลเมตรจากปากปล่องภูเขาไฟ และ 500 เมตร จากริมฝั่งแม่น้ำ เพราะเสี่ยงได้รับอันตรายจากธารลาวา ภูเขาไฟเซอเมรูบนเกาะชวาที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของอินโดนีเซีย ปะทุเมื่อเวลา 14:46 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลาเดียวกันในไทย พ่นกลุ่มเถ้าสีเทาขนาดใหญ่ออกมาจากปากปล่อง จากนั้นได้แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขาไฟ ถนน สะพาน และนาข้าวโดยรอบ จนท้องฟ้ากลายเป็นสีดำ ขณะที่ธารลาวา หินหลอมเหลว และก๊าซร้อนไหลลงมาตามเชิงเขา ภูเขาลูกนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,676 เมตร ห่างจากกรุงจาการ์ตาไปทางตะวันออก 640 กิโลเมตร ปะทุครั้งล่าสุดหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวหลายระลอกทางฝั่งตะวันตกของเกาะชวา หนึ่งในนั้นเป็นแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 […]