fbpx

ITU มุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity ให้กับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

หน่วยงานสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ส่งเสริมทักษะความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ (Cybersecurity) ผ่านการจัดงาน WTDC 2022 และผ่านโครงการ “การอบรมผู้สื่อข่าวเพศหญิงในภูมิภาคเอเชีย ในหัวข้อ “การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์” ร่วมกับองค์กรพาร์ทเนอร์อย่าง AIBD และ USIAD


Cybersecurity คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร ?

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ระบุว่า Cybersecurity หรือ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ ความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ คือการนำเครื่องมือเทคโนโลยี กระบวนการ และวิธีการปฏิบัติ มารับมือและป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์หรือบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่เข้ามายังอุปกรณ์เครือข่าย, โครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศ, หรือโปรแกรม เพื่อสร้างความเสียหายในรูปแบบต่าง ๆ จนระบบสูญเสียทั้งข้อมูลสำคัญและเงินจำนวนมหาศาล


ในยุคปัจจุบัน หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากภาครัฐหรือภาคเอกชนควรจะให้ความสำคัญกับ Cybersecurity มากขึ้น เนื่องจากรูปแบบการโจมตีทางด้านไซเบอร์มีความหลากหลายมากขึ้น และสามารถสร้างความเสียหายให้กับองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่มักจะเป็นเหยื่อจากจากถูกโจรกรรมทางไซเบอร์มักจะเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความสำคัญสูง รวมถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปที่ยังขาดทักษะในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง


คุณ อัตสึโกะ โอคุดะ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของหน่วยงาน ITU

คุณ อัตสึโกะ โอคุดะ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของหน่วยงานสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) กล่าวว่า “สถาบันการเงินและธนาคาร มักจะเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงผู้ที่มีความเปราะบาง เช่น เด็ก ๆ และผู้สูงอายุที่เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก

สถิติในปี 2021 ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงปี 2019-2021 มีประมาณ 800 กว่าล้านผู้ใช้จากทั่วโลก ที่เพิ่งเข้าร่วมอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก ซึ่งมันยากมากที่จะจัดประเภทและจัดอันดับได้ ว่ากลุ่มผู้ใช้ไหนเปราะบางมากที่สุด แต่ผู้ใช้ 800 ล้านเหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มผู้เปราะบางทั้งสิ้น”


หน่วยงานสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และองค์กรพาร์ทเนอร์มีบทบาทในการช่วยเหลืออย่างไร ?

จากปัญหาและความสำคัญที่ได้กล่าวมาข้างต้น หน่วยงานระดับสากลอย่างสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ที่ซึ่งเป็นหนึ่งใน 21 หน่วยงานทางด้านโทรคมนาคมระหว่างประเทศของทีมสหประชาชาติในประเทศไทย ก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้เช่นกัน

โดยหน่วยงาน ITU ได้จัดงาน WTDC 2022 ขึ้น ที่เมืองคิกาลี ประเทศรวันด้า ตั้งแต่วันที่ 6 จนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2565 ซึ่งภายในงานก็ได้มีการนำประเด็นเรื่อง Cybersecurity ขึ้นมาเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ควรเร่งให้ความช่วยเหลือ

โดยเฉพาะกับชุมชนในประเทศที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ อย่างประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องไปกับคอนเซปต์หลักของงาน ที่ต้องการช่วยเหลือประชากรทั่วโลกที่ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต ให้พวกเขาได้เชื่อมต่อกับโลกยุคดิจิทัล และมีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นพื้นฐาน (Digital literacy) ซึ่งความรู้ด้าน Cybersecurity ก็คือหนึ่งในทักษะนั้น

นอกจากนี้ หน่วยงาน สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ยังร่วมมือกับองค์กรพาร์ทเนอร์อย่าง AIBD (The Asia-Pacific Institute for Broadcasting Development) และ USAID (U.S. Agency for International Development) เพื่อจัดทำโครงการ อบรมผู้สื่อข่าวเพศหญิงในภูมิภาคเอเชีย ในหัวข้อ “การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)” เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของการดูแลความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารในวงการวารสารศาสตร์

โดย ดร. Tadas Jakštas ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างศักยภาพความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า “สำหรับวงการวารสารศาสตร์ (journalism) นั้น ผมว่าเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะผู้สื่อข่าวจะเป็นผู้ที่ถือข้อมูลอยู่กับตัว พวกคุณล้วนถือข้อมูลที่ทั้งสำคัญและละเอียดอ่อน เพราะงั้น ถ้าจะให้เข้าใจแก่นแท้และพื้นฐานของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ คุณต้องรู้ว่าจะป้องกันตัวเองอย่างไร กล่าวคือ รู้ว่าควรจะต้องตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับมาอย่างมีวิจารณญาณอย่างไร หรือรู้ว่าจะต้องมีสุขอนามัยที่ดีในการใช้งานไซเบอร์ (Cyber Hygiene) อย่างไร

เช่น วิธีทั่วไปอย่างการตั้งค่ารหัสผ่านของคุณให้รัดกุมที่สุด การรู้ว่าควรจะเชื่ออะไรหรือไม่เชื่ออะไรบนโลกออนไลน์ เพราะฉะนั้น มันจึงสำคัญมากที่เหล่าผู้สื่อข่าวควรจะได้รับการอบรมในเรื่องเหล่านี้ เพราะทุกวันนี้ เราอยู่ในยุคของการ Digitalization (กล่าวคือ การปรับเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ที่เป็นแบบอนาล็อกไปเป็นดิจิทัล) ที่มีข้อมูลใหม่ ๆ ผุดขึ้นมามากมาย มันสำคัญมากที่เหล่านักข่าวจะต้องมีความยืดหยุ่นในด้านเหล่านี้โดยเฉพาะ”

ดร. Tadas Jakštas ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างศักยภาพความปลอดภัยทางไซเบอร

นอกจากการผลักดันเรื่อง Cybersecurity แล้ว ทางหน่วยงาน ITU ยังมีแนวทางในการช่วยเหลือประชากรโลกที่มีประมาณ 2.9 พันล้านคน ที่ยังเข้าไม่ถึงการเชื่อมอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

คุณ อัตสึโกะ โอคุดะ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของหน่วยงานสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ให้สัมภาษณ์ว่า การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ไม่ได้เป็นแค่ประเด็นที่จำเป็นสำหรับผู้สื่อข่าวเท่านั้น หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT แต่มันจำเป็นกับทุก ๆ คน เพราะอย่างที่พวกคุณรู้กัน สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเล่นอินเทอร์เน็ต พวกเขาไม่รู้หรอกว่าจะป้องกันตัวเองยังไง

มีหลายกรณีศึกษามากมายที่กล่าวถึงผู้ใช้ใหม่ที่แบ่งปันรหัสผ่าน ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของตนเองลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งมันจะเป็นการสร้างช่องโหว่ให้กับตัวพวกเขาเอง ในการถูกแฮค หรือถูกสะกดรอยตาม ซึ่งล้วนถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงทางไซเบอร์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เราจึงอยากให้ผู้สื่อข่าวรายงานเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ที่มันส่งผลกระทบกับทุกคน รวมถึงเด็ก ผู้สูงวัย และผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้เป็นข้อควรระวังเวลาจะเล่นอินเทอร์เน็ต

“เรายังให้ความสำคัญกับประชากร 2.9 พันล้านคนเหล่านั้นเช่นกัน และรวมถึงผู้ที่เพิ่งจะได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมาไม่นานด้วย ซึ่งมีหลากหลายวิธีในการช่วยให้ 2.9 พันล้านคนเหล่านั้นเชื่อมต่อถึงเรา


โดย 96% เปอร์เซนต์ของคนกลุ่มนั้นอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา และส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในชุมชนที่ห่างไกลมาก ๆ ที่ซึ่งอาจจะไม่มีกำลังจ่ายมากพอสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและบริการต่าง ๆ ดังนั้น พวกเขาจึงต้องการการดำเนินการที่มุ่งเป้าหรือจำเพาะเจาะจง (targeted and specialized interventions) จากพวกเราทุกคน


เพราะฉะนั้น หนึ่งในวิธีการที่ ITU กำลังส่งเสริมอยู่ คือ โครงการ เกาะอัจฉริยะ (smart island) และ หมู่บ้านอัจฉริยะ (smart village) มันไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อกับหมู่บ้านและเกาะต่าง ๆ แต่ยังเป็นการพัฒนาขีดความสามารถและความรู้ด้านดิจิทัลของคนในชุมชนเหล่านั้นด้วย เช่น การจัดการอบรมเรื่อง cybersecurity

เราไม่ได้จะส่งเสริมชุมชนแค่ให้มีการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) หรือการเกษตรอิเล็กทรอนิกส์ (E agriculture) และยื่นโทรศัพท์ให้พวกเขาใช้อย่างเดียว แต่เราต้องมั่นใจด้วยว่า พวกเขารู้ว่าควรทำอย่างไร มีทักษะและความรู้ถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในพื้นที่ ๆ ห่างไกลแบบนั้นอย่างไร และนี่ก็คือ 1 ในวิธีที่จะเชื่อมต่อ 2.9 พันล้านคนเหล่านั้น”


เรียบเรียงบทความโดย: ชณิดา ภิรมณ์ยินดี

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

เตรียมรับมือสินค้าพาเหรดขึ้นราคา เริ่มวันนี้

ตั้งแต่วันนี้ (1 ก.ค.) สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคาถ้วนหน้า ประเดิมด้วย “แก๊สหุงต้มครัวเรือน” ปรับขึ้นอีก 15 บาทต่อถัง 15 กก. ส่งผลให้แก๊สหุงต้มขนาดถัง 15 กก. อยู่ที่ 378 บาท ส่วนเรือโดยสารคลองแสนแสบ เตรียมขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีกระยะทางละ 1 บาท

เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วง 1-2 ก.ค.65

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ อีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ช่วงวันที่ 1-2 ก.ค.65 ขอประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบน ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน สะสมกว่า 100 มิลลิเมตร น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด ตัดขาดตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ขุนยวม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ และน้ำหลากไหลท่วมบ้านอีกเกือบสิบหลัง พร้อมเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง

ปลัด สธ. แจงรักษาโควิดฟรีตามสิทธิ ป่วยสีแดงเข้ารพ.ได้

ปลัดสธ. แจงพ้นการระบาดใหญ่ 1 ก.ค. จะวันไหนก็ไม่แตกต่าง ชี้ยกเลิก UCEP Plus คืนกลับรักษาโควิดตามสิทธิ เป็นเรื่องการบริหารจัดการหลังบ้าน ยังคงรักษาฟรี ป่วยวิกฤติสีแดงเข้ารักษาในรพ.ได้ตามปกติ เชื่อโควิดอยู่รอบตัวไปอีก 2 ปี พร้อมย้ำต้องคงมาตรการ Bubble and Seal ในโรงงานทุกแห่ง ป้องกันการสูญเสียทางเศรษฐกิจ