fbpx

‘ไทยสร้างไทย’ เปิดตัว ‘วันเพ็ญ’ ผู้สมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์ 6 มิ.ย.- พรรค “ไทยสร้างไทย” เปิดตัว “วันเพ็ญ เศรษฐรักษา” เป็นผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ ในเขตเลือกตั้งที่ 2 แห่ส่งกำลังใจแน่น ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศจะเป็นพรรคที่สร้างความสุขให้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เดินหน้าคิกออฟ สร้างเครือข่ายบำนาญประชาชน เริ่มที่กาฬสินธุ์ ลั่นปล่อยประเทศให้มีแต่ผู้สูงอายุ ที่อ่อนแอและยากจนต่อไปไม่ได้ มั่นใจบำนาญ 3,000 บาท ช่วยผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ลดภาระลูกหลาน เป็นกำลังซื้อมหาศาลให้กับประเทศ


10.00 น. ที่ ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นำคณะผู้บริหารของพรรค ประกอบด้วยนายพงศกร อรรณพพร ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ นายต่อพงษ์ ไชยสาร ประธานคณะกรรมการ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายจอนนี่ แอนโฟเน่ และทีมไทยสร้างไทย ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน

ขณะเดียวกันยังเปิดตัว นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา หรือเจ๊นาง อดีตรองนายก อบจ.กาฬสินธุ์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด ยุทธชัยการโยธา เป็นผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคไทยสร้างไทยในเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อำเภอยางตลาด, อำเภอฆ้องชัย และอำเภอกมลาไสย โดย “เจ๊นาง” เป็นที่รู้จักของพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ จากการทำ “โรงทานเจ๊นาง” และกิจกรรมทางสังคมช่วยเหลือชาวบ้าน ร้านตลาดอย่างต่อเนื่อง การมอบสิ่งของเพื่อการยังชีพ การรับฟังปัญหาต่าง ๆ จากพี่น้องประชาชนสม่ำเสมอ การดูแลพี่น้องช่วงวิกฤตโควิด-19 ประสานงานดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยจากการแพร่ระบาดโรค พร้อมจัดรถส่งพี่น้องจากกรุงเทพกลับกาฬสินธุ์ หลายพันคน


บรรยากาศการลงพื้นที่ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างอบอุ่นมาก นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทย หรือพรรคที่ ใช้สัญลักษณ์ “ส” จะเป็นพรรคที่สร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นพรรคแรกและพรรคเดียวที่กล้าประกาศอย่างชัดเจนว่าจะสู้เพื่อคนตัวเล็ก โดยเฉพาะการประกาศ ผลักดันการสร้างเครือข่ายบำนาญประชาชน

ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคไทยสร้างไทยได้นำเสนอ และประกาศเป็นนโยบายมาเกือบหนึ่งปีแล้ว วันนี้เริ่มสร้างเครือข่ายอย่างเป็นทางการ โดยมีพี่น้องชาวกาฬสินธุ์เป็นสักขีพยานและจะเป็นเครือข่ายแรกที่ร่วมกันสนับสนุนผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติบำนาญประชาชนให้เกิดขึ้นได้จริง และสำเร็จเป็นรูปธรรมตามที่พรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศเป็นนโยบายหลักของพรรค

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุนโยบายดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะประเทศไทย เป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกของโลก ที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์ (Aged Society) อย่างเต็มขั้นในปี 2565 และคาดว่าประเทศไทยจะขยับขึ้นเป็นสังคมสูงอายุแบบสุดยอด (Hyper Aged Society) หรือมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุประมาณ 20% ในปี 2574


ดังนั้น พรรคไทยสร้างไทย จึงเสนอนโยบายบำนาญประชาชน เพื่อให้เป็นเครื่องมือเตรียมการรองรับสังคมสูงวัย โดยเราต้องดูแลผู้สูงวัยให้แข็งแรง จะปล่อยให้ประเทศไทยมีแต่คนแก่ที่อ่อนแอ และยากจนอย่างในปัจจุบันไม่ได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของผู้สูงวัยทั้งของรัฐและครอบครัว ตลอดจนจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยิ่ง เพราะคนทำงานหารายได้จะลดลง

พรรคไทยสร้างไทย จึงออกแบบนโยบายบำนาญประชาชนเพื่อแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัย สร้างประโยชน์ได้ถึง 4 อย่าง
1. ผู้สูงอายุมีเงิน เพียงพอต่อการยังชีพ อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
2. ผู้รับบำนาญประชาชนต้องมีหน้าที่ในการสร้างสุขภาพให้แข็งแรง โดยรัฐจะจัดให้มี โปรแกรมในการสร้างสุขภาพผ่านศูนย์สุขภาพชุมชน โดยมีการตั้งเป้าหมายเพื่อลดโรคไขมัน ความดัน เบาหวาน และมีโปรแกรมการฝึก สมองกล้ามเนื้อและจิตให้ผู้สูงอายุ
3. ลดภาระลูกหลาน ในการเลี้ยงดูผู้สูงอายุ จะได้สร้างตัวได้ หมดกังวลในการดูแลพ่อแม่
4. เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้ เพราะเป็นการใส่เม็ดเงินเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ จะเกิดกำลังซื้อมหาศาล ให้กับเศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวดีขึ้นตามมา เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นรัฐบาลก็สามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น ขอเชิญชวน พี่น้องประชาชนทุกคนมาร่วมกันเป็นเครือข่ายบำนาญประชาชนของพรรคไทยสร้างไทย เพื่อร่วมกันสนับสนุนระบบสวัสดิการนี้ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชวนคนกรุงดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 ก.ค.นี้

“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ชวนดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 กรกฎาคมนี้ ในเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประเดิมเรื่องแรก “2499 อันธพาลครองเมือง” ณ ลานคนเมือง

อุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนักบางพื้นที่-กทม.ฟ้าคะนอง 60%

กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฟ้าคะนอง 60% ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

นักตบสาวไทย เผยเป็นไปตามเป้า ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต ศึกเนชั่นส์ลีก

วอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2022” สนามที่ 3 ที่ประเทศบัลแกเรีย ทีมชาติไทยประเดิมสนามนัดแรก ชนะเกาหลีใต้ 3-0 เซต 25-11, 25-22, 25-17 ทำสถิติชนะเพิ่ม 5 นัด แพ้ 4 นัด

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย