fbpx

“ทนายตั้ม” ฝากถาม “แม่แตงโม” เอารหัสลับให้ “บังแจ็ค” จริงหรือไม่

กรุงเทพฯ 22 พ.ค. – “ทนายตั้ม” ฝากถาม “แม่แตงโม” ได้เอารหัสลับของแตงโมให้ “บังแจ็ค” จริงหรือไม่ พร้อมยืนยันจะไม่รับเป็นทนายให้แม่ หลังมีกระแสข่าวแม่เริ่มถอดใจจาก “ทนายเดชา”


นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงเรื่องความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กของ “แตงโม” ว่า เฟซบุ๊กและไอจีส่วนตัวของ “แตงโม” ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ นั้น ทราบว่าเป็นฝีมือของ “บังแจ็ค” เนื่องจากได้รับข้อมูลจากนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ว่าได้ให้รหัสโทรศัพท์กับบุคคลหนึ่งที่อาสาจะช่วยเหลือคดีแตงโม และบุคคลนี้ได้นำเอาข้อมูลนี้ไปให้ “บังแจ็ค” ที่อยู่ต่างประเทศ เนื่องจากหากโพสต์หรือนำข้อมูลมาเปิดเผยที่ประเทศไทยก็จะถูกติดตามตัวได้ง่าย ดังนั้น จึงให้ “บังแจ็ค” ที่อยู่ต่างประเทศ นำข้อมูลของ “แตงโม” ออกมาโพสต์

สังเกตจากการโพสต์รูปและข้อความต่างๆ ที่โพสต์รูป “กระติก” ตอนอยู่บนเรือ พร้อมข้อความว่า “ขอผู้ใจดีปล่อยเพจให้เราหน่อย เราจะเปิดวีรกรรมเพื่อนรักเรา” จากนั้นไอจีของ “บังแจ็ค” มาตอบคอมเมนต์ว่า “เอาเพจเราไปเลยครับ” และมีการสนทนาตอบกลับจากแตงโมว่า “หนูใช้เฟซพี่ได้ ใช่ไหมคะ?” นอกจากนี้ ลักษณะการใช้ภาษาเหมือนกับที่ “บังแจ็ค” ส่งข้อความไปข่มขู่ ส.ส. “วัน อยู่บำรุง”


ตนมองว่านี่คือหลักฐานชัดเจนว่าเป็นบังแจ็ค ลักษณะเป็นการพิมพ์เองตอบเอง ส่วนตัวมองว่า วัตถุประสงค์ที่ออกมาทำแบบนี้ เพราะต้องการหาแสงและปั่นป่วนคดี ไม่ได้อยากจะมาช่วยเหลือจริงๆ เพราะผ้าขาวที่บอกจะส่งมาให้นั้น ก็ยังส่งมาไม่ถึงประเทศไทยเลย

สำหรับการที่แม่เอาข้อมูลส่วนตัวของ “แตงโม” ไปเปิดเผยให้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องทางคดีจะส่งผลเสียเป็นอย่างมาก เพราะเวลามีใครคิดถึง “แตงโม” ก็จะไปเปิดเฟซบุ๊กดูภาพในอดีต ก็จะคลายความคิดถึง แต่ตอนนี้เฟซบุ๊กถูกปิดไปแล้ว คิดว่าแม่น่าจะรู้แล้วว่า สิ่งที่ทำลงไปมันเป็นผลเสีย ซึ่งเรื่องนี้มองว่า หากแม่ไปแจ้งความ ตำรวจจะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียด

ส่วนเหตุผลที่แม่ให้คนสนิทติดต่อตนเองมานั้น มีกระแสข่าวว่า คุณแม่เริ่มถอดใจจาก “ทนายเดชา” ทนายความส่วนตัว เพราะไม่มีความเชื่อมั่น หลังจากที่ตำรวจได้แถลง แล้วนำภาพมาจากกูเกิล ทำให้หมดความน่าเชื่อถือ ซึ่งยืนยันว่า ตนจะไม่รับเป็นทนายความให้แม่ เพราะไม่ชอบแย่งคดี หรือแทงข้างหลังใคร จึงเป็นไปได้ว่า แม่อาจจะเท “ทนายเดชา” แล้วไปหาเพื่อนรักของเขาแทน


ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะ เปิดหลักฐานสำคัญทางคดี ก็รอดูอยู่ พร้อมกับชื่นชมความพยายามในการหาหลักฐานออกมาเปิดเผย แต่ข้อมูลที่เปิดเผยออกมานั้น จะมีความแปลกใหม่หรือคดีพลิกได้หรือไม่นั้น ต้องรอดู เพราะข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ออกมา มองว่า มันคือข้อมูลเดิมที่ไม่มีความแปลกใหม่. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา