fbpx

ชัวร์ก่อนแชร์: การบังคับฉีดวัคซีนคือพฤติกรรมที่ไม่ต่างจากนาซี จริงหรือ?

19 เมษายน 2565
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย: Politifact (สหรัฐอเมริกา)
แปลและเรียบเรียงบทความโดย: พีรพล อนุตรโสตถิ์, อดิศร สุขสมอรรถ


ประเภทข่าวปลอม: ข้อมูลเท็จ

บทสรุป:


  1. เป็นการอ้างโดย โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ นักรณรงค์แนวคิดต่อต้านวัคซีน ซึ่งภายหลังถูกประณามข้อหาบิดเบือนประวัติศาสตร์
  2. การฉีดวัคซีนเป็นความสมัครใจ แต่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวคืออาชญากรรม

ข้อมูลที่ถูกแชร์:

มีข้อมูลเท็จที่กล่าวอ้างโดย โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ นักรณรงค์ต่อต้านวัคซีน ที่มาร่วมการชุมนุมประท้วงนโยบายบังคับฉีดวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันที่ 23 มกราคมปี 2022 โดยอ้างว่า การบังคับให้ประชาชนฉีดวัคซีนคือพฤติกรรมไม่ต่างจากที่นาซีทำกับชาวยิว โดยเปรียบเทียบว่า แม้แต่ในประเทศเยอรมนียุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวยิวยังสามารถหลบหนีออกนอกประเทศด้วยการข้ามเทือกเขาแอลป์ไปยังสวิสเซอร์แลนด์ได้ หรือซ่อนตัวในห้องใต้หลังคาเหมือนที่ แอน แฟรงค์ กระทำได้เช่นกัน

FACT CHECK: ตรวจสอบข้อเท็จจริง:


ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการประเมินว่าชาวยิวถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยฝีมือของนาซีไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน หนึ่งในนั้นคือ แอน แฟรงค์ เด็กหญิงเชื้อสายยิวผู้หลบซ่อนการไล่ล่าของนาซีในประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่ครอบครัวของเธอจะถูกพบและนำตัวไปยังค่ายกักกัน ส่งผลให้เธอต้องเสียชีวิตด้วยโรคไทฟอยด์ที่แพร่ระบาดในค่ายด้วยวัยเพียง 15 ปี

การเปรียบเทียบนโยบายบังคับฉีดวัคซีนโควิด-19 กับนโยบายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวของนาซี ทำให้ โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ ถูกสถาบัน Auschwitz Memorial และมูลนิธิ Holocaust Memorial Museum ของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ประณาม จน โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ ต้องยอมรับผิดในภายหลัง

แม้แต่ เชอรีล ไฮน์ส ภรรยาของโรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ ก็ออกแถลงการณ์ว่า ตนเองไม่มีแนวคิดเหมือนกับสามี และคิดว่าการเปรียบเทียบของเขา “น่าตำหนิและไร้สำนึก”

อย่างไรก็ดี การเปรียบเทียบการบังคับฉีดวัคซีนกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซี เป็นแนวคิดที่เผยแพร่โดยกลุ่มต่อต้านวัคซีนมานานหลายปี

เมื่อปี 2015 โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ เคยอ้างว่าวัคซีนทำให้เด็กป่วยเป็นโรคออทิสติกมากขึ้น และเปรียบเทียบการบังคับเด็กฉีดวัคซีนไม่ต่างจากการพฤติกรรมของนาซี ทั้งๆ ที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างวัคซีนกับโรคออทิสติกแต่อย่างใด

ส่วนปี 2019 ที่โรคหัดระบาดในหลายประเทศทั่วโลก ก็มีแนวร่วมต่อต้านวัคซีนนำสัญลักษณ์ “ดาราแห่งดาวิด” ของชาวยิว มาประดับเพื่อประท้วงการฉีดวัคซีน

การรณรงค์วัคซีนและมาตรการโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในยุคที่ไวรัสโควิด 19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ยิ่งทำให้การเชื่อมโยงนโยบายวัคซีนโควิด-19 กับนาซีแพร่หลายในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิสราเอล

การสำรวจของ Zignal Labs บริษัทสำรวจสื่อพบว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 คำว่า “นาซี” ถูกพบในบทสนทนาเกี่ยวกับโควิด-19 ในสื่อสังคมออนไลน์, เว็บไซต์ และสื่อดั้งเดิม มากกว่า 1 ล้าน 6 แสนครั้ง ส่วนคำว่า “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ก็ถูกพบในบทสนทนาเกี่ยวกับโควิด-19 เกือบ 1 ล้านครั้ง

ในช่วงที่นโยบายควบคุมโควิด-19 ถูกประกาศใช้ในสหรัฐฯ สื่อมวลชนบางแขนงและนักการเมืองฝั่งอนุรักษ์นิยม ต่างนำนโยบายดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับแนวทางกวาดล้างชาวยิวของนาซี

ทั้งการเปรียบเทียบบุคลากรทางการแพทย์กับเกสตาโปหรือทบวงตำรวจลับของนาซี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว

เปรียบเทียบการใช้วัคซีนพาสปอร์ตสำหรับใช้บริการในร้านอาหารในปัจจุบัน กับรอยสักของเชลยชาวยิวที่ถูกกักขังในค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ สถานที่ซึ่งชาวยิวอย่างน้อย 1.1 ล้านคนต้องเสียชีวิต โดยส่วนใหญ่ถูกสังหารด้วยการรมแก๊สพิษ รวมถึงการตายจากความอดอยาก, โรคระบาด, หรือถูกนำไปทดลองทางการแพทย์

มีการเปรียบเทียบ แอนโทนี เฟาชี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIAID) กับ โยเซฟ เมงเกอเลอ แพทย์ประจำหน่วย SS ของนาซี เจ้าของฉายา “เทวทูตแห่งความตาย” จากพฤติกรรมเกณฑ์เชลยชาวยิวมาทดลองทางการแพทย์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ทดลอง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องเสียชีวิตในระหว่างการทดลอง

มีการนำสัญลักษณ์สวัสดิกะของนาซี มาใช้เป็นป้ายโฆษณาหรือเป็นลวดลายบนหน้ากาก เพื่อประท้วงนโยบายโควิด-19 ของรัฐบาลโดยเฉพาะ

แม้นโยบายบังคับฉีดวัคซีนในช่วงที่โควิด-19 กำลังแพร่ระบาด จะสร้างความไม่สะดวกในการใช้บริการสถานที่สาธารณะแก่ผู้ที่ปฎิเสธการฉีดวัคซีน แต่การเปรียบเทียบนโยบายโควิด-19 กับมาตรการกวาดล้างชาวยิวของนาซี นอกจากจะเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ถูกต้องแล้ว ยังเป็นการลดทอนความสำคัญของเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในสมัยสงครารมโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

เบนจามิน เฮทท์ นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัย City University of New York อธิบายว่า มีความแตกต่างอย่างสุดขั้ว ระหว่างการไม่มีสิทธิ์เข้าไปสังสรรค์ในบาร์เนื่องจากไม่มีวัคซีนพาสปอร์ตในช่วงที่ไวรัสแพร่ระบาด กับการเป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ผู้ที่คิดว่าสิทธิที่ผู้ปฎิเสธวัคซีนถูดริดรอนเทียบได้กับชะตากรรมที่ชาวยิวที่ถูกกดขี่โดยนาซี แสดงว่าคนผู้นั้นไม่มีความเข้าใจการเป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แม้แต่น้อย และเข้าข่ายเป็นผู้ที่มีแนวคิดปฎิเสธการมีอยู่ของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวได้เช่นกัน

มีการเปรียบเทียบว่า สมัยที่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเรืองอำนาจในปี 1933 มีชาวยิวอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนีจำนวน 700,000 คน โดยช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดฉากในปี 1939 มีชาวยิวอพยพออกนอกประเทศไปกว่าครึ่ง กระทั่งสงครามปิดฉากลงในปี 1945 มีชาวยิวเหลืออยู่ในเยอรมนีเพียง 12,000 เท่านั้น

เบนจามิน เฮทท์ วิจารณ์ว่า การอ้างว่าชาวยิวในเยอรมนียุคนาซีสามารถหนีออกนอกประเทศได้ง่ายๆ เป็นความเห็นที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง

ปีเตอร์ เฮย์ส ศาสตราจารย์กิตติคุณ ภาควิชาประวัติศาสตร์และภาษาเยอรมัน มหาวิทยาลัย Northwestern University เปรียบเทียบว่า การฉีดวัคซีนเป็นเรื่องของความสมัครใจ แต่การเป็นยิวที่ถูกทารุณโดยนาซีเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ ไม่มีประเทศไหนที่ตำรวจควบคุมตัวคนไม่ฉีดวัคซีนออกจากบ้านเพื่อจับกุมแล้วนำไปสังหารเหมือนที่นาซีกระทำกับชาวยิว

คาลินา คาลไท นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย University of Washington วิเคราะห์ว่า การเชื่อมโยงกลุ่มคนต่อต้านวัคซีนกับชาวยิวที่ถูกนาซีกดขี่ เป็นความพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ของผู้มีแนวคิดต่อต้านวัคซีน จากคนสร้างปัญหาให้กับสังคม เป็นผู้ถูกกระทำจากอำนาจรัฐโดยมิชอบ

คาลินา คาลไท ยังมองว่ากลุ่ม Anti Vaxxer มักจะนำข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีนมากลับมาเผยแพร่ซ้ำ เมื่อมีการรณรงค์วัคซีนชนิดใหม่ๆ ทั้งข้ออ้างที่ว่าวัคซีนทำให้เป็นโรคออทิสติก, วัคซีนทำให้เป็นหมัน, วัคซีนติดตั้งไมโครชิป เป็นต้น

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.politifact.com/article/2022/jan/27/why-holocaust-comparisons-anti-vaccine-activists-r/

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ศบค.ให้ผับบาร์เปิดบริการ 1 มิ.ย.

นายกฯ เผย ศบค.ผ่อนคลายผับบาร์ 1 มิ.ย. วอนฉีดวัคซีนให้ครบ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้น ดันรายได้ท่องเที่ยวสูงขึ้น

อัยการให้ ตร.แจ้งข้อหาเพิ่ม “กระติก-จ๊อบ-ปอ” คดีแตงโม

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม ภัทรธิดา” ล่าสุดอัยการมีความเห็นให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ “กระติก-จ๊อบ” ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วน “ไฮโซปอ” โดนเพิ่มอีก 1 ข้อหา เสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พร้อมสั่งตำรวจกลับไปสอบสวนใหม่

ข่าวแนะนำ

สั่งย้ายเเล้ว! 2 ตำรวจสามพราน ปมคลิปทำร้าย 3 วัยรุ่น 

สั่งย้ายเเล้ว 2 ตำรวจ สภ.สามพราน ในคลิปรุมทำร้าย 3 วัยรุ่น ที่เข้าขอความช่วยเหลือ ซึ่งให้ย้ายไปปฏิบัติงานที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ด้านโซเชียลวิจารณ์ยับตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?

ศบค.ให้ผับบาร์เปิดบริการ 1 มิ.ย.

นายกฯ เผย ศบค.ผ่อนคลายผับบาร์ 1 มิ.ย. วอนฉีดวัคซีนให้ครบ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้น ดันรายได้ท่องเที่ยวสูงขึ้น