fbpx

ชัวร์ก่อนแชร์: ยาต้านไวรัสโควิดของ Pfizer และ Merck คล้าย Ivermectin จริงหรือ?

17 มกราคม 2564
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย: Factcheck.org (สหรัฐอเมริกา)
แปลและเรียบเรียงบทความโดย: พีรพล อนุตรโสตถิ์, อดิศร สุขสมอรรถ


ประเภทข่าวปลอม: ทำให้เข้าใจผิด

บทสรุป:


  1. โครงสร้างทางเคมีและน้ำหนักโมเลกุลของยา Ivermectin แตกต่างจากยาต้านไวรัสของ Pfizer และ Merck
  2. แม้การทดลองจะพบว่า Ivermectin สามารถยับยั้งไวรัสได้ แต่ปริมาณที่ใช้ก็สูงกว่าจะสามารถใช้ในมนุษย์ได้

ข้อมูลที่ถูกแชร์:

มีข้อมูลบิดเบือนเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา โดยอ้างว่ายาต้านไวรัสโควิด 19 ที่ผลิตโดยบริษัท Pfizer และ Merck มีคุณสมบัติคล้ายยา Ivermectin เนื่องจากใช้วิธีการยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส (Protease Inhibitors) แบบเดียวกัน

FACT CHECK: ตรวจสอบข้อเท็จจริง:


ในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา บริษัท Pfizer และ Merck ได้รายงานความสำเร็จด้านการทดลองยาต้านไวรัสโควิด 19 โดยยาต้านไวรัสของ Pfizer ที่มีชื่อว่า PF-07321332 ใช้วิธีการ Protease Inhibitors หรือการยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส โดยทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ตัวหลักที่ไวรัส SARS-CoV-2 ใช้ในการแบ่งตัว ส่วน Molnupiravir ของ Merck ใช้เทคนิกที่เรียกว่า Lethal Mutagenesis ซึ่งเป็นการแทรกแซงการแบ่งตัวของไวรัส ทำให้การแบ่งตัวเกิดการผิดพลาดจนไวรัสไม่สามารถมีชีวิตรอดหรือแพร่พันธุ์ต่อไปได้

ส่วนยา Ivermectin ซึ่งจัดจำหน่ายโดยบริษัท Merck ในชื่อ Stromectol เป็นยาที่ผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) เพื่อการรักษาโรคที่เกิดจากพยาธิตัวกลมหรือพยาธิตาบอดในมนุษย์ ซึ่งตัวยาจะกำจัดพยาธิด้วยการแทรกแซงการทำงานของเซลล์ตัวรับของพยาธิ

ผลวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากประเทศออสเตรเลียพบว่ายา Ivermectin สามารถยับยังการแบ่งตัวของไวรัส SARS-CoV-2 กับเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ นำไปสู่ความเชื่อว่ายา Ivermectin สามารถรักษาผู้ป่วยโควิดได้ และการเป็นยาที่ราคาถูกและใช้กับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย ทำให้ยา Ivermectin ถูกนำไปรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ในหลายประเทศ

อย่างไรก็ดี การอ้างว่ายา Ivermectin มีคุณสมบัติเหมือนกับยาต้านไวรัสโควิด 19 ของ Pfizer และ Merck หรือใช้วิธีการยับยั้งเอนไซม์โปรติเอสของไวรัสโควิด 19 เหมือนกัน ล้วนเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้อง

ข้อมูลจาก PubChem ฐานข้อมูลด้านโมเลกุลเคมีของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) พบว่าโครงสร้างทางเคมีของยา Ivermectin ประกอบไปด้วยอะตอมของธาตุเพียง 3 ชนิดคือคาร์บอน, ไฮโดรเจน และออกซิเจน ส่วนโครงสร้างทางเคมีของยาต้านไวรัสโควิด 19 ของ Pfizer ยังมีทั้งคลอรีน, ไนโตรเจน และซัลเฟอร์ ส่วนยา Molnupiravir ของ Merck ก็มีส่วนประกอบของไนโตรเจนเช่นกัน

นอกจากนี้น้ำหนักโมเลกุลของยา Ivermectin ยังมากกว่ายาต้านไวรัสโควิด 19 ของ Pfizer และ Merck ถึง 2 เท่า ตามโครงสร้างแล้วยาทั้ง 2 ชนิดจึงไม่มีความคล้ายคลึงกันตามที่กล่าวอ้าง

ส่วนการอ้างว่ายา Ivermectin มีคุณสมบัติคล้ายยาต้านไวรัสโควิด 19 ของ Pfizer เพราะใช้วิธีการยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส (Protease Inhibitors) แบบเดียวกันก็เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้องเช่นกัน

โฆษกของบริษัท Pfizer ชี้แจงว่าวิธีการยับยั้งเอนไซม์โปรติเอสของยาต้านไวรัส Pfizer แตกต่างจากยา Ivermectin และวิธีการยับยั้งเอนไซม์โปรติเอสยังถูกใช้กับยาต้านไวรัสมาแล้วหลายชนิด ทั้งยาต้านไวรัสโรคตับอักเสบซีและยาต้านไวรัสเฮชไอวี

การทดสอบกับหนูแฮมสเตอร์ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัส พบว่ายา Ivermectin ช่วยฟื้นฟูประสาทรับกลิ่นและลดอาการอักเสบได้ดี และไม่พบว่ายา Ivermectin ลดปริมาณไวรัสในหนูทดลอง

บ่อยครั้งที่การทดลองยาต้านไวรัสประสบความสำเร็จอย่างดีในห้องปฏิบัติการ แต่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ เนื่องจากปริมาณความเข้มข้นของยาที่ใช้ในการทดลองไม่สามารถใช้กับมนุษย์ได้

ดร.เดวิด เบาว์แวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัย University of Minnesota และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ยา Ivermectin รักษาผู้ป่วยโควิด 19 ระยะเริ่มต้น อธิบายว่าวิธีการยับยั้งเอนไซม์โปรติเอสของยาต้านไวรัส Pfizer แตกต่างจากยา Ivermectin อย่างสิ้นเชิง ความแตกต่างที่สำคัญอีกประการคือ ยาต้านไวรัส Pfizer ประสบความสำเร็จในการใช้กับมนุษย์ แต่ปริมาณความเข้มข้นของยา Ivermectin ที่สามารถยับยั้งไวรัสในห้องปฏิบัติการ สูงกว่าความเข้มข้นที่สามารถใช้กับมนุษย์ 50 ถึง 100 เท่า ดังนั้นยา Ivermectin จึงไม่มีคุณสมบัติเป็นยาต้านไวรัสเหมือนกับยาที่บริษัท Pfizer และ Merck กำลังพัฒนาอยู่ในปัจจุบันนี้

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.factcheck.org/2021/10/scicheck-merck-pfizer-covid-19-antivirals-different-from-ivermectin/

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

“กระติก” ให้ปากคำเพิ่มเติม ปัดรู้เห็นโพสต์บนเฟซบุ๊กแตงโม

“กระติก” รุดให้ปากคำตำรวจเพิ่มเติม หลังแจ้งความ “จิน” สามี “หนิง ปณิตา” พร้อมเผยไม่มีส่วนรู้เห็นการโพสต์ภาพบนเฟซบุ๊ก “แตงโม”

สั่งย้ายเเล้ว! 2 ตำรวจสามพราน ปมคลิปทำร้าย 3 วัยรุ่น 

สั่งย้ายเเล้ว 2 ตำรวจ สภ.สามพราน ในคลิปรุมทำร้าย 3 วัยรุ่น ที่เข้าขอความช่วยเหลือ ซึ่งให้ย้ายไปปฏิบัติงานที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ด้านโซเชียลวิจารณ์ยับตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?

ตกใจสุดขีด! เงินไหลออกมาจากตู้ ATM จ.อุบลราชธานี

สาวชาววารินฯ จ.อุบลราชธานี ตกใจสุดขีด แค่เสียบบัตร ATM ยังไม่ทันได้กดรหัสก็มีเงินไหลออกมารวม 800 บาท รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อส่งมอบเงินคืน และเร่งตรวจสอบ

จับแล้วโจรชิงทอง 86 บาท กลางห้างดังอยุธยา

เหตุ 2 คนร้ายจี้ชิงทองกลางห้างสรรพสินค้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กวาดทองไป 86 บาท ล่าสุดจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ขณะนำทองไปขายให้กับร้านทองในพื้นที่ จ.ปทุมธานี

ข่าวแนะนำ

เตือนฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อจากสัตว์ที่พบไม่บ่อย แต่อันตรายถึงชีวิต

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เตือนฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อจากสัตว์ที่พบไม่บ่อย แต่อันตรายถึงชีวิต พร้อมแนะวิธีป้องกันและการรักษาที่ถูกวิธี

ปธ.กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ ไม่เกิน 3 ทุ่ม

“อิทธิพร” ปธ.กกต. ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เตือนประชาชน หากนำปากกามาเอง ต้องเป็นสีน้ำเงินเท่านั้น คาดรู้ผลคะแนนไม่เป็นทางการ ไม่เกิน 3 ทุ่ม หากไร้ร้องเรียนประกาศผลเร็วสุดไม่เกิน 7 วัน

ประชาชนทยอยใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

หน่วยเลือกตั้งที่ 13 แขวงพญาไท เขตพญาไท ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และครอบครัว จะมาใช้สิทธิ ขณะนี้มีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิตั้งแต่เช้า

“พล.อ.ประวิตร” ใช้ฤกษ์ดีเปิดหีบ 08.00 น. เลือกผู้ว่าฯ กทม.

“พล.อ.ประวิตร” เข้าคิวลงคะแนนเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม. – ส.ก.” เผยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น พร้อมเชิญชวนทุกคนออกมาใช้สิทธิ