fbpx

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “Lockdown อย่างไร เพื่อให้เกิดความสมดุล

กรุงเทพ 31 ส.ค.- ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “Lockdown อย่างไร เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสาธารณสุข”

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผล การสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 9 ในเดือนสิงหาคม 2564 ภายใต้หัวข้อ “Lockdown อย่างไร เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสาธารณสุข” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มองว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่ภาครัฐดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนั้น สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ในขอบเขตที่จำกัด สาเหตุนั้นเกิดจากความไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น กรณีการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย


ทั้งนี้  ผู้บริหาร ส.อ.ท. เห็นว่าควรมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ให้ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็ม สามารถเข้าใช้บริการร้านอาหารและกิจการบางประเภทได้ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามประวัติการเดินทาง ควบคุมผู้มีความเสี่ยง และระบบรับรองผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็ม (Certificate of Entry) รวมทั้งมีการตรวจและติดตามเชิงรุกเพื่อคัดแยกตัวผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐเร่งใช้งบประมาณในการจัดหาและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดตรวจโควิด-19 Antigen test kit ให้แก่โรงงาน เพื่อสุ่มตรวจหาผู้ติดเชื้อตามมาตรการ Bubble and Seal ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม  จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 201 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 75 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 9 จำนวน 7 คำถาม ดังนี้1.มาตรการ Lockdown ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน สามารถแก้ปัญหาการแพร่ระบาดได้ในระดับใด


อันดับที่ 1 : ควบคุมการแพร่ระบาดได้ในขอบเขตที่จำกัด 78.1%

อันดับที่ 2 : ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ 15.4%

อันดับที่ 3 : ควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  6.5%


2.สาเหตุใดที่ส่งผลทำให้มาตรการ Lockdown ไม่สามารถควบคุมอัตราการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อันดับที่ 1 : ขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย  72.6%    

อันดับที่ 2 : ความไม่ชัดเจนในแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ 65.2%

อันดับที่ 3 : ขาดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน  60.2%

อันดับที่ 4 : ขาดมาตรการสนับสนุนสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนอยู่กับบ้าน 52.2%

3.แนวทางใดจะช่วยทำให้การ Lockdown เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสาธารณสุข

อันดับที่ 1 : ผ่อนปรนให้ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็ม สามารถเข้าใช้บริการได้ เช่น ร้านอาหาร สถานเสริมความงาม ฯลฯ 73.6% 

อันดับที่ 2 : นำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามประวัติการเดินทาง ควบคุมผู้มีความเสี่ยง และระบบรับรองผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็ม 69.7%  

อันดับที่ 3 : การตรวจและติดตามเชิงรุกเพื่อคัดแยกตัวผู้ป่วยออกจากสังคม 68.7%

อันดับที่ 4 : อนุญาตให้เปิดธุรกิจบริการบางประเภท โดยจำกัดขนาดพื้นที่ต่อจำนวนคน และห้ามกิจกรรมรวมหมู่ 68.2%

4.ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ Lockdown ควรได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร

อันดับที่ 1 : พักชำระหนี้และหยุดคิดดอกเบี้ย สำหรับกิจการที่ถูกสั่งปิดฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือน  81.1%

อันดับที่ 2 : ชดเชยค่าจ้างขั้นต่ำตามจำนวนแรงงานให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อรักษาการจ้างงาน 75.1%

อันดับที่ 3 : สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการประกอบการแก่ SME ในอัตราร้อยละ 50  (มาตรการคนละครึ่ง-ภาค SME) 65.7%

อันดับที่ 4 : ยกเว้นภาษีนิติบุคคลให้ธุรกิจ SME เป็นระยะเวลา 3 ปี สำหรับผู้ที่เข้าระบบภาษี E-Tax 62.7%

5.การผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ควรเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่ในระดับใด

อันดับที่ 1 : ผู้ติดเชื้อ ต่ำกว่า 10,000 คนต่อวัน 36.8%

อันดับที่ 2 : ผู้ติดเชื้อ ต่ำกว่า 20,000 คนต่อวัน 26.4%

อันดับที่ 3 : ผู้ติดเชื้อ ต่ำกว่า 5,000 คนต่อวัน 24.9%

อันดับที่ 4 : ผู้ติดเชื้อ ต่ำกว่า 1,000 คนต่อวัน 11.9%

6.รัฐควรผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในกลุ่มธุรกิจใดบ้าง เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ

อันดับที่ 1 : ร้านอาหาร   91.0%

อันดับที่ 2 : ห้างสรรพสินค้า และร้านค้า  80.6%

อันดับที่ 3 : การท่องเที่ยวภายในจังหวัด  70.1%

อันดับที่ 4 : การก่อสร้าง   65.2%

อันดับที่ 5 : ธุรกิจการบิน   48.3%

อันดับที่ 6 : กีฬา และสันทนาการบางประเภท  47.3%

7.การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณในเรื่องใด

อันดับที่ 1 : จัดหาและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดตรวจ ATK ให้แก่โรงงาน เพื่อสุ่มตรวจหาผู้ติดเชื้อตามมาตรการ Bubble and Seal 91.0%      

อันดับที่ 2 : จัดให้มี Mobile Units ฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน ณ สถานประกอบการ  72.1%

อันดับที่ 3 : สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้ง Factory Quarantine และ Factory Accommodation Isolation ภายในโรงงาน 70.6%

อันดับที่ 4 : จ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประกอบการในกรณีที่ถูกสั่งปิดกิจการ  62.7% เป็นต้น .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

จับแล้วหลอกขายมือถือทำเด็กวัย 14 เครียดเส้นเลือดในสมองแตกดับ

ตำรวจไซเบอร์จับกุมบุคคลหลอกขายโทรศัพท์มือถือทางออนไลน์ ทำเด็กชายวัย 14 ปี ชาวเชียงใหม่ เครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต

ตำรวจไซเบอร์แถลงจับ 2 สาวหลอกขายมือถือให้ “น้องก้อง”

ตำรวจไซเบอร์ แถลงจับกุม 2 สาวแก๊งหลอกขายมือถือผ่านออนไลน์ให้ “น้องก้อง” วัย 14 ปี ทำเครียดเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิต พบเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันมาแล้ว และยังมีเหยื่ออีกเกือบ 40 ราย ถูกร้านนี้หลอกขายของ

แจ้งจับ “หมอปลา” ให้ร้าย ตร. ปมศูนย์บำบัดยา

ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด แจ้งความดำเนินคดี “หมอปลา” ให้ร้ายตำรวจ กรณีศูนย์บำบัดยาเสพติดที่กาญจนบุรี ยืนยันตำรวจไม่มีเอี่ยวแสวงหาประโยชน์จากผู้บำบัดยาเสพติด

ไรเดอร์ปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่นหน้าห้างฯ กลางเมืองสมุทรปราการ

ไรเดอร์ยกพวกปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่น หน้าห้างสรรพสินค้าดังย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

ข่าวแนะนำ

จ.ตาก ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลท่วมบ้านบนดอย อ.อุ้มผาง

ฝนถล่มยอดดอย อ.อุ้มผาง จ.ตาก น้ำป่าจากภูเขาสูงไหลท่วมบ้านเรือนและรีสอร์ตสูงกว่า 1 เมตร บ้านริมน้ำและสัตว์เลี้ยงไหลไปกับน้ำป่า เจ้าหน้าที่ระดมหน่วยกู้ชีพ อ.อุ้มผาง พร้อมเรือยาง เร่งอพยพชาวบ้าน

นายกฯ ลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามน้ำท่วม บางจุดสูงเกือบ 2 เมตร

นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งล่าสุดบางจุดน้ำยังท่วมสูงเกือบ 2 เมตร

ประสานกู้ภัย เร่งช่วยชาว อ.บำเหน็จณรงค์ น้ำท่วมมิดหลังคา

อ.บำเหน็จณรงค์ ประสานขอหน่อยกู้ภัย จนท. มาช่วยอพยพ เคลื่อนย้ายผู้ป่วย รพ.บำเหน็จณรงค์ และหลายชุมชนถูกน้ำท่วมมิดหลังคา ออกจากพื้นที่ ขณะนี้หลายเส้นรถทุกประเภทเข้าออกไม่ได้

ทั่วไทยฝนตกต่อเนื่อง ภาคกลาง-ตะวันออก ตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุฯ รายงานทั่วไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก