fbpx

เอกชนเสนอแนวทาง เปิดเมืองอย่างปลอดภัย โดยใช้ Digital Health Pass

กรุงเทพฯ 26 ส.ค. – ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเสนอแนวทาง เปิดเมืองอย่างปลอดภัย โดยใช้ Digital Health Pass ช่วยควบคุมการเปิดธุรกิจได้


นายสนั่น  อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย และคณะทำงานกลุ่มมาตรการสำหรับการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่ (Business Resume) ภายใต้คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้มีข้อเสนอเปิดเมืองปลอดภัย เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเสนอให้มีการผ่อนคลายกิจกรรมทางธุรกิจ ให้สามารถกลับมาดำเนินการได้ พร้อมปรับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้ปลอดภัย และควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในระดับที่ความสามารถทางสาธารณสุขรองรับได้ ดังนี้

“ภาคเอกชนได้เห็นตรงกันว่า การผ่อนคลายให้กิจการและธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการ ควรพิจารณาจากความพร้อมของพื้นที่และลักษณะของกิจการ ซึ่งสามารถใช้ข้อมูลในปัจจุบันมาเป็นตัวกำหนดความเสี่ยงของพื้นที่ใหม่แทนการพิจารณาจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพียงอย่างเดียว โดยสามารถพิจารณาจาก ความครอบคลุมของการฉีดวัคซีน (ทั้งในภาพรวมและกลุ่มเสี่ยง) ขีดความสามารถทางสาธารณสุข (จำนวนเตียงสีเหลือง/แดงที่เหลือ หรือจำนวนผู้ป่วย ICU) หรือ สัดส่วนการเสียชีวิตต่อผู้ติดเชื้อ” นายสนั่น กล่าว


นายกลินท์  สารสิน ประธานอาวุโสหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะทำงานกลุ่มมาตรการสำหรับการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่ กล่าวว่า ควรมีการพิจารณาให้กิจกรรมบางประเภทกลับมาจัดได้ แต่ต้องประเมินและจัดลำดับความเสี่ยงของกิจกรรม เพราะเราต้องใช้ชีวิตแบบ new normal ซึ่งภาคเอกชนพร้อมที่จะเข้าไปร่วมดำเนินการจัดทำมาตรฐาน กระบวนการป้องกัน และกระบวนการรักษาความสะอาด เพื่อให้เป็นมาตรฐานที่ยอมรับได้ รวมทั้งให้ธุรกิจเดินหน้าได้ ซึ่งเสนอให้แบ่งเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ สามารถดำเนินการผ่อนคลายได้เลย สำหรับกิจการที่มีความเสี่ยงปานกลาง ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม ตรวจเรื่องความปลอดภัยของทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ โดยใช้ Digital Health Pass มาช่วยดำเนินการควบคุมการเปิดดำเนินการและการใช้บริการ แต่หากเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงสูง ยังต้องปิดการดำเนินการไปก่อน

ทั้งนี้ ระบบ Digital Health Pass สามารถนำมาใช้เพื่อตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีน หรือผลการทดสอบ Rapid Test ของประชาชน ผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ โดยเชื่อมข้อมูลกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยืนยันและคัดแยกว่าประชาชนนั้นไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบที่มีอยู่ โดยระบบจะตรวจสอบข้อมูลจาก Centralized Portal ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  1. ผู้ออกเอกสารรับรอง (Issuers) เป็นข้อมูลจากส่วนกลางที่ระบุข้อมูล ทั้งข้อมูลการฉีดวัคซีน หรือผลการตรวจ ATK ที่จะเชื่อมโยงกับระบบปัจจุบันที่มีอยู่ได้ ซึ่งฐานข้อมูลสามารถแยกกันเก็บได้
  2.  ผู้ตรวจสอบคุณสมบัติในการเข้าสถานที (Verifiers) เจ้าของสถานประกอบการที่เป็นคนตรวจสอบก่อนให้เข้ามาในสถานประกอบการ โดยต้องกำหนดมาตรการและเงื่อนไขการเข้าสถานที่ เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ โดยภาครัฐควรออกแนวปฏิบัติที่ชัดแจนออกมา
  3. ประชาชนหรือบุคคลที่ขอเข้ารับบริการจากสถานที่ (Individual) ข้อมูลของแต่ละคน ที่จะต้องนำระบบ SMART PHONE หรือ QR CODE ซึ่งสามารถสั่งพิมพ์ออกมาได้ และเชื่อมข้อมูลไปยัง Issuers ว่าเป็นบุคคลนั้น ๆ โดยจะแสดงข้อมูลเฉพาะว่า “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาแนวทางผ่อนคลายกิจกรรมการเปิดประเทศจากต่างประเทศ พบว่า ใช้วิธีการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสถานการณ์การระบาด พร้อมกับการป้องกันการเสียชีวิตควบคู่กันไป และการนำระบบดังกล่าวนี้มาใช้ จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นจุดแพร่ระบาดของเชื้อใหม่ได้ ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่า ควรใช้เฉพาะบางกิจการที่มีความเสี่ยงเท่านั้น และเห็นว่า การสื่อสารและการขอความร่วมมือจากประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้น แนวทางที่ออกมาจึงต้องง่าย และสามารถปฏิบัติได้จริง


นอกจากนั้น คณะทำงานยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Digital Health Pass อาทิ ควรรองรับการอ่าน Vaccine Certificate ของชาวต่างชาติในอนาคตได้ และรองรับการทำงานแบบ offline เพื่อป้องกันระบบล่มเมื่อมีการใช้งานพร้อมกันมาก ๆ ควรมีการเข้ารหัส เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและอ่านข้อมูล รวมทั้ง ระบบต้องคำนึงถึงเรื่องความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ เป็นต้น.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นักเรียนกัมพูชาคิดค้นโดรนบินได้ช่วยเลี่ยงรถติด-ดับเพลิง

นักเรียนเทคนิคกัมพูชาไอเดียสุดยอด คิดค้นโดรนบินได้ใช้แทนรถ หวังแก้ปัญหาการจราจรติดขัด และต่อยอดนำไปช่วยงานดับเพลิงได้ในอนาคต

แผ่นดินไหวขนาน 6.0 ใกล้นครเมลเบิร์นในออสเตรเลีย

ศูนย์จีโอไซเอินซ์ ออสเตรเลีย (Geoscience Australia) ซึ่งเป็นสำนักงานด้านธรณีศาสตร์ของออสเตรเลีย รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรง 6.0 ใกล้กับนครเมลเบิร์น ของออสเตรเลียในวันนี้ ซึ่งถือเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่มีการบันทึกไว้ในออสเตรเลีย ทำให้มีอาคารหลายหลังได้รับได้รับความเสียหายและส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังรัฐอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง

จ่อออกหมายจับแก๊งขโมยรังนก ลอตแรก 5 คน

สำนักข่าวไทยเกาะติดความคืบหน้าคดีคนร้ายขโมยรังนกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง สร้างความเสียหายต่อระบบสัมปทานรังนกไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ล่าสุด เตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาลอตแรกแล้ว คาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 คน

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เตือนไทยมีฝนต่อเนื่อง-กทม.ตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุฯ เตือนบริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 60% และมีฝนตกหนักบางแห่ง

กำชับแผนจัดการน้ำต้องครอบคลุมทุกมิติ

นายกฯ กำชับ สทนช.วางแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ ครอบคลุมทุกมิติ ย้ำของบประมาณต้องทำได้จริง แก้ไขปัญหาตรงจุด เป็นประโยชน์ส่วนรวม คุ้มค่า

ผนึกกำลัง 12 สมาคม เตรียมความพร้อมก่อนเปิดกรุงเทพฯ

หอการค้าไทยผนึกกำลัง 12 สมาคม เตรียมความพร้อมก่อนเปิดกรุงเทพฯ ถอดบทเรียน Phuket Sandbox ย้ำไม่จำเป็นต้องเร่งเปิด

กรมวิทย์ฯ แจงการฉีดวัคซีนโควิดผ่านชั้นผิวหนัง

อธิบดีกรมวิทย์ฯ แจงการรับวัคซีนโควิด ผ่านชั้นผิวหนัง ลึกลงไป 1 มิลลิเมตร ให้ประสิทธิภาพ และระดับภูมิคุ้มกัน เท่ากับการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ ชี้เหมาะสำหรับการประหยัดวัคซีนและผู้ฉีดต้องมีความชำนาญ