fbpx

แนะรัฐดันข้าวไทยไปตลาดโลกจะทำให้จ่ายเงินประกันน้อยลง

กรุงเทพฯ 24 ส.ค. – นายกสมาคมผู้ส่งออกข่าวไทยเผยข้าวไทยเริ่มมีโอกาสแข่งขันกับหลายประเทศจากราคาข้าวไทยไม่สูงมาก ค่าเงินบาทอ่อนค่า ประเทศคู่ค้าเจอโควิดทำให้ข้าวไทยส่งออกมากขึ้นช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ย้ำรัฐต้องเร่งหาทางลดต้นทุนให้เกษตรกรชาวนาทุกทางเพื่อ พร้อมเร่งส่งออกข้าวไทยทุกช่องทางจะทำให้การชดเชยประกันรายได้จะน้อยลง ชี้ปีนี้ยอดได้แน่ 6 ล้านตัน


ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ประเมินภาพรวมทิศทางข้าวไทยในช่วงครึ่งหลังปีนี้เริ่มกลับมาดีขึ้น หลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเจอปัญหาภัยแล้งทำให้ปริมาณข้าวเปลือกน้อยลง ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกภายในประเทศสูงขึ้น ประกอบกับความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะเงินบาทที่แข็งค่ามาก ทำให้ราคาเฉลี่ยข้าวไทยสูงกว่าประเทศคู่ค้าอย่างเช่น อินเดียและเวียดนามค่อนข้างมาก จึงทำให้หลายประเทศหันไปซื้อข้าวจากประเทศเหล่านี้มากกว่าไทย รวมทั้งในปี 63 จนถึงขณะนี้ทั้งไทยและประเทศคู่แข่งเจอปัญหาการระบาดโควิดจึงทำให้การส่งออกข้าวไทยไม่ค่อยดีนัก

อย่างไรก็ตาม แต่หลังจากไทยฝนฟ้าดีมาตั้งแต่ต้นปี 64 ปริมาณเพราะปลูกข้าวเริ่มมากขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่าลงทำให้ราคาข้าวขาวไทยไม่สูงมากแข่งขันกับประเทศต่างๆได้ หลายประเทศหันกลับมาซื้อข้าวไทยกันมากขึ้นส่งผลให้ยอดการส่งออกข้าวไทยเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นจากต้นปีส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนเพียง 300,000-400,000 ตันเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 600,000 ตันในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาและหากเวลาที่เหลือของปีนี้ส่งออกข้าวไทยเฉลี่ยต่อเดือน 500,000-600,000 ตันได้ คาดว่ายอดการส่งออกข้าวไทยเฉลี่ยทั้งปีน่าจะได้ถึง 6 ล้านต้นจากขณะนี้ยอดส่งออกข้าวไทยได้เพียงกว่า 3.2 ล้านตัน


ทั้งนี้ แม้ว่าข้าวขาวไทยจะเริ่มส่งออกได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพสูงยังประสบปัญหามาก เนื่องจากกลุ่มบริโภคข้าวหอมมะลิไทยจะอยู่ที่ตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ซึ่งประเทศเหล่านี้ยังประสบปัญหาการระบาดโควิดและไทยยังเจอปัญหาการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าและการถูกเรียกเก็บค่าทำเนียมขนส่งสินค้าเพิ่มเติมอีกตันละมากกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันขณะที่ราคาข้าวหอมไทยมีราคาเพียง 700 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันถือว่าไม่คุ้มต่อส่งออกข้าวหอมไทยไปทำตลาดขณะนี้ ทำให้ข้าวหอมไทยต้องเร่งหาตลาดอื่นๆทดแทน โดยตอนนี้ภาครัฐและเอกชนกำลังเร่งหาตลาดข้าวหอมไทยเป็นการเร่งด่วน ซึ่งแต่ละปีไทยส่งออกข้าวหอมมะลิได้กว่า 1.2 ล้านตัน แต่ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้น่าจะส่งออกกว่า 400,000 ตันเท่านั้น

นอกจากนี้ สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรชาวนามีรายได้จากการเพาะปลูกข้าวเปลือกอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรจะต้องวางแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ภาครัฐจะต้องจัดระบบที่เกี่ยวกับชลประทานแบบต่อเนื่องพร้อมจัดระบบพันธุ์พืชชนิดข้าวอย่างเพียงพอเพื่อลดต้นทุนให้กับชาวนา ขณะที่ด้านเกษตรกรจะต้องเพาะปลูกพันธุ์ข้าวที่ตลาดต้องการ และอื่นๆ หากจัดระบบเหล่านี้ได้จะต้องทำข้าวไทยมีราคาที่เหมาะสมเพื่อให้ภาคเอกชนผู้ส่งออกไปทำตลาดข้าวในตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งหากทุกฝ่ายจัดระบบได้อย่างจริงจังประเทศไทยอาจไม่จำเป็นต้องมีระบบการประกันรายได้หรือการรับจำนำข้าว ซึ่งตัวเลขการประกันรายได้ในครั้งที่ 3 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินถึง 89,000 ล้านบาท หากข้าวเปลือกไทยอยู่ในระดับที่สูงเหมาะสมได้พร้อมเร่งส่งออกข้าวไทยไปตลาดต่างๆได้ก็เชื่อว่าการประกันรายได้เกษตรกรอาจไม่จำเป็นต้องนำมาใช้ก็ได้.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นั่งรถไฟ-เที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน บุรีรัมย์

การรถไฟฯ เปิดให้บริการขบวนรถโดยสาร 7 ขบวน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางเที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

จับแชร์ “ออมเงิน” ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง

ตำรวจไซเบอร์บุกจับเจ้าของวงแชร์พร้อมสามี หลอกลงทุนออนไลน์ ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้า จ.นนทบุรี

ข่าวแนะนำ

เด้ง ด.ต.ด่านห้วยไร่ ปมรีดส่วยรถขนเฟอร์นิเจอร์

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ มีคำสั่งย้ายดาบตำรวจประจำด่านยาเสพติดห้วยไร่ ไถ่เงินรถขนฟอร์นิเจอร์ พร้อมขันน็อตจัดระเบียบ กำชับหมดยุคเรียกรับเงินจากประชาชนแล้ว

นร.สุดปลื้ม “ลิซ่า” เลือกโรงเรียนเปิดสอนเต้น สานฝันเด็กไทย

คณะครูและนักเรียน โรงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม จ.บุรีรัมย์ ดีใจชมรม K-POP เกาหลี ที่ “ลิซ่า” ร่วมก่อตั้ง เป็น 1 ใน 10 โรงเรียน เปิดสถาบันสอนเต้นสานฝันเด็กไทย

อยุธยาระดับน้ำทรงตัว-โคราชเร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำ

จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตั้งแนวบังเกอร์บริเวณวัดไชยวัฒนาราม เสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ระดับน้ำลดลง ส่วน จ.นครราชสีมา เร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำ หลังปริมาณน้ำแม่น้ำมูล ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว