fbpx

กรอ. เตรียมเดินหน้าโครงการจัดระเบียบมลพิษเฟส 3

กรุงเทพฯ 22 ก.ค. – กรอ. ปลื้มผลโครงการจัดระเบียบมลพิษทั้ง 2 เฟส เป็นไปตามเป้า จ่อหารือต่อยอดเฟส 3!


นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงผลการดำเนินโครงการ พัฒนาระบบการจัดทำทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Registers: PRTR) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ไจก้า (JICA) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งตั้งแต่ปี 2556 และเพิ่งเสร็จสิ้นโครงการทั้งเฟส 1 และเฟส 2 ในพื้นที่นำร่อง คือ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสมุทรปราการ ว่าทั้ง 2 ระยะของการดำเนินงานได้ผลเป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะการสร้างองค์ความรู้กับสาธารณะชนในเรื่องของการจัดการมลพิษ และรู้จักแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในแง่ของการเปิดเผยข้อมูล และการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อให้เกิดการส่งเสริมการจัดการโดยสมัครใจ ซึ่งเหล่านี้สามารถนำมาใช้จัดการด้านสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรม อันนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการ PRTR ทั้ง 2 ระยะ ได้ใช้วิธีการดำเนินงานแบบการสร้างเครือข่าย และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยถือเป็นการพัฒนาระบบ PRTR ต้นแบบที่มีความเหมาะสมกับประเทศไทยที่ สามารถนำเอาโมเดลการจัดการดังกล่าวไปใช้ในพื้นที่ได้ ซึ่งจากที่ผ่านมามีตัวอย่างของความสำเร็จในเรื่องของการจัดการเขตอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ที่ทางรัฐบาลเวียดนามได้ประสานเพื่อขอมาดูโมเดลการดำเนินงาน อย่างไรก็ตามจากผลตอบรับดังกล่าวทาง กรอ.จึงได้มีแนวคิดที่จะต่อยอดการดำเนินโครงการฯในเฟส 3 โดยคาดว่าจะดำเนินการในแนวทางเดิม คือ การสร้างเครือข่าย และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยใช้แนวทางการตรวจสอบสาธารณะ (Public Audit) เป็นตัวต่อยอดการเฝ้าระวัง


“ในส่วนของเฟส 3 อยู่ระหว่างการหารือแนวทางร่วมกันกับ JICA โดยยังเน้นถึงการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน และการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืนตาม ปัจจัยหลัก 3 ประการ ประกอบด้วย มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติธรรมาภิบาล ที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรม และชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข สอดคล้องตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ที่มุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนร่วมสร้างสังคมที่เป็นสุข ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดปัญหา ความยากจน ส่งเสริมการเป็นเศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนมีการผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คาดภายในปี 2564 น่าจะมีความคืบหน้า”อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าว . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เงินเยียวยาถึงมือผู้ประกันตน 4 ส.ค.นี้ ย้ำโอนเข้าบัญชีผ่านพร้อมเพย์

สมาคมธนาคารไทยประสานธนาคารสมาชิก พร้อมรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้ผู้ประกันตน ม.33 ที่ได้รับสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากคำสั่งล็อคดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด 9 ประเภทกิจการกว่า 2.87 ล้านราย แนะผู้ได้สิทธิ รีบสมัครพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนก่อนวันที่ 4 สิงหาคม นี้

เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้

อธิบดีกรมควบคุมโรคแจงเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้ มีทั้งหมอพยาบาลด่านหน้า ,ผู้สูงอายุ ,ป่วย 7โรคเรื้อรัง และเด็กอายุ 12 ปี ใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด แจงเหตุต้องผสมน้ำเกลือเป็นสูตรของทางไฟเซอร์เอง 1 ขวด ฉีดได้ 6 โดส และ 1โดส ใช้แค่ 0.3 ซีซี ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ย้ำการเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาฯ จะเก็บได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นต้องนัดหมายแม่นยำเพื่อการฉีดให้ได้ตามเป้า คาดฉีดครบภายในเดือนสิงหาคม

สั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้สูงอายุเฮสั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้สูงอายุ 4.7 ล้านคน พร้อมขยายโครงการพักหนี้คนแก่ให้อีก 6 เดือนถึง มี.ค.65

ข่าวแนะนำ

ยังไร้วี่แวว 2 นักโทษแหกคุกสุพรรณบุรี

ผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง กับปฏิบัติการไล่ล่า 2 นักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำสุพรรณบุรี แต่ยังไร้วี่แวว หลังจับได้ไปก่อนหน้านี้แล้ว 3 คน

ศบค.เผยโควิดวันนี้ติดเชื้อ 18,912 ราย เสียชีวิต 178 ราย

ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ พบผู้ติดเชื้อใหม่ 18,912 ราย เสียชีวิต 178 ราย สูงสุดยังเป็น กทม. และมีการเฝ้าระวังคลัสเตอร์ 145 แห่ง