fbpx

เร่งกำจัดสารเคมีตกค้างของโรงงานหมิงตี้

กรุงเทพฯ 9 ก.ค. – อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุจะเร่งเคลื่อนย้ายสารเคมีตกค้างที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ฯ ในส่วนที่แน่ใจว่าปลอดภัยแน่นอนแล้ว รวมทั้งให้ผู้บริหารโรงงานประสานบริษัทกำจัดสารพิษมาสูบน้ำหล่อเย็น ซึ่งมีสารเคมีปนเปื้อนไปกำจัดด้วย


นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ คพ. และกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ยังร่วมกันเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจสอบความเข้มข้นของสารสไตรีนและฟอร์มาลดีไฮด์ที่ตกค้าง มีผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีร่วมกันประเมินและวางแนวทางควบคุม เพื่อไม่ให้เกิดการลุกไหม้จากสารเคมีอีก ล่าสุดแยกการจัดการออกเป็น 2 ส่วน คือ การจัดการสารเคมีที่ตกค้างในที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ ซึ่งจะใช้สาร DEHA ปรับสภาพเพื่อให้ติดไฟยาก ทั้งนี้ กำลังพิจารณาเคลื่อนย้ายสารสไตรีนที่ตกค้างอยู่บริเวณโรงงาน ทั้งในถังเก็บและท่อต่างๆ หากพบว่าปรับสภาพจากการฉีดพ่น DEHA แล้ว จะเคลื่อนย้ายออกเพื่อไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ได้ประสานให้ผู้บริหารโรงงานหมิงตี้ฯ แจ้งบริษัทกำจัดสารพิษนำรถมาสูบน้ำที่ใช้หล่อเย็นถังสไตรีน ซึ่งอาจมีการปนเปื้อนไปกำจัด ซึ่งผู้ประกอบการจะกำจัดได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ส่วนน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ โดยรอบ เจ้าหน้าที่ คพ. ตรวจวัดแล้ว ค่าความเข้มข้นไม่เกินมาตรฐาน โดยอาจฉาบอยู่บริเวณผิวน้ำบ้าง แต่จะระเหยออกไปจนหมด


สำหรับผลตรวจสอบไอระเหยสารเคมีในบรรยากาศบริเวณพื้นที่โรงงานหมิงตี้ฯ และพื้นที่ชุมชนโดยรอบ พบว่า พื้นที่โรงงาน ตรวจพบสไตรีน 17.4-435 ppm ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยสำหรับคนงาน (ไม่ควรเกิน 100 ppm) ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โรงงานที่เกิดเพลิงไหม้ ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันไอระเหยสารเคมีที่เหมาะสม สำหรับชุมชนโดยรอบพื้นที่โรงงาน มีการตรวจสอบ 3 ระยะ คือ 500 เมตร 1,000 เมตร และ 2,000 เมตร รวมทั้งสิ้น 24 จุด ส่วนใหญ่ตรวจไม่พบสไตรีน และบริเวณที่ตรวจพบสไตรีนเป็นด้านท้ายลม ในปริมาณ 0.33-1.06 ppm ซึ่งอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อประชาชน (ไม่ควรเกิน 20 ppm) แต่ยังคงเฝ้าระวังในพื้นที่โรงงานและชุมชนในรัศมี 2 กิโลเมตร ต่อไปอีก

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า วันนี้ได้นำนวัตกรรมเอนไซม์จุลินทรีย์ฉีดพ่นเพื่อดับกลิ่นเพลิงไหม้และกลิ่นสารเคมี โดยบริษัท KO Health นำมาสนับสนุนภารกิจ โดยใช้เอนไซม์จุลินทรีย์ผสมในน้ำฉีดพ่นบริเวณที่น้ำท่วมขัง จุลินทรีย์ดังกล่าวรับรองโดยองค์การอนามัยโลก มีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ พืช และสัตว์ โดยหลังจากฉีดพ่นจุลินทรีย์ดังกล่าว ทำให้กลิ่นสารเคมีและกลิ่นสารพิษต่างๆ มีกลิ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งน้ำที่ท่วมขังจากเดิมที่มีสีคล้ำ กลับใสขึ้นด้วย

ส่วนการให้ประชาชนซึ่งอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตร จากจุดเกิดเหตุ คือ ถนนกิ่งแก้ว ด้านทิศตะวันตก ตั้งแต่ซอย 19-25 กลับเข้าที่พักอาศัยนั้น ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุม จนกว่าจะพิจารณาว่าปลอดภัยแน่นอนแล้ว จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศของจังหวัดเป็นระยะๆ


นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ ยังเผยแพร่ข้อมูลสไตรีน สำหรับประชาชน โดยระบุว่า สไตรีนเป็นสารอินทรีย์ระเหยได้ มีลักษณะเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี กลิ่นหอมหวาน เมื่อได้รับความร้อนที่อุณหภูมิมากกว่า 31 องศาเซลเซียส จะระเหยกลายเป็นไอ แล้วจะลอยตัวอยู่ใกล้พื้น เพราะหนักกว่าอากาศ

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก แนะนำว่า ค่าความเข้มข้นที่ประชาชนสัมผัสได้ โดยไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ (World Health Organization Guideline) คือ ระยะเวลาเฉลี่ย 1 สัปดาห์ ในระดับ 0.26 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร (0.0598 ppm) ส่วนค่าความเข้มข้นที่คนงานในสถานประกอบการสัมผัสได้ โดยไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ คือ ระยะเวลา 15 นาที ต่อ 100 ppm และระยะเวลา 10 ชั่วโมง ต่อ 50 ppm. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ – ปริมณฑล เจอฝนร้อยละ 60 ส่วนทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที