fbpx

ธปท. จับมือสถาบันการเงิน พัฒนาข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งเสริมบริการทางการเงิน


กรุงเทพฯ 8 ก.ค. – ธปท. เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานของบริการทางการเงินดิจิทัล ร่วมลงนามสถาบันการเงิน 29 แห่ง พัฒนามาตรฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งเสริมบริการทางการเงิน


นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่สะดวกขึ้นและมีต้นทุนถูกลง โดยเฉพาะช่วงการระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้ปริมาณการใช้ธุรกรรมทางการเงินดิจิทัลเติบโตแบบก้าวกระโดด ข้อมูลที่เกิดจากบริการทางการเงินเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่สำคัญของระบบการเงิน แต่ปัจจุบันระบบสถาบันการเงินยังขาดกลไกการเชื่อมโยงข้อมูล และมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน ทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้อย่างเต็มที่ การเรียกใช้ข้อมูลของตนเองจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งเพื่อขอใช้บริการกับสถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่ง ยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ต้องขอข้อมูลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวก สร้างต้นทุนที่ไม่จำเป็น และยังมีส่วนในการจำกัดการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการด้วย

ธปท. เล็งเห็นความจำเป็นในการเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของบริการทางการเงินดิจิทัล และได้ผลักดันให้เกิดโครงการความร่วมมือระหว่างธนาคารสมาชิกของสมาคมธนาคารไทย สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสมาคมธนาคารนานาชาติ รวมทั้งสิ้น 29 แห่ง (ตามรายชื่อแนบท้าย) โดยได้ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนามาตรฐานและใช้มาตรฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งเสริมบริการทางการเงิน” เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว จะช่วยพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ผู้ใช้บริการทางการเงินสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลการเงินของตนเองได้สะดวกขึ้น ได้รับบริการในระยะเวลาที่สั้นลงและมีต้นทุนถูกลง


บริการแรกภายใต้กรอบความร่วมมือข้างต้นที่ประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์ คือ การรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก (bank statement) ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างสถาบันการเงิน ที่ประชาชนจะสามารถเรียกข้อมูล bank statement จากสถาบันการเงินหนึ่ง เพื่อนำไปใช้ขอสินเชื่อกับอีกสถาบันการเงินหนึ่งผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยลดภาระการเดินทางและระยะเวลาในการดำเนินการขอและรับส่งข้อมูลลงอย่างมาก ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินจะสามารถลดต้นทุนการตรวจสอบและประมวลผลด้านเอกสาร รวมถึงลดความเสี่ยงที่เอกสารอาจถูกปลอมแปลงได้อีกด้วย

บริการรับส่งข้อมูล bank statement ทางดิจิทัลนี้ จะเริ่มให้บริการภายในเดือนมกราคม 2565 โดยมีสถาบันการเงินพร้อมให้บริการ 10 แห่ง ซึ่งครอบคลุมกว่าร้อยละ 98 ของบัญชีเงินฝากทั้งหมดของประชาชนในระบบธนาคารไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ความร่วมมือในการพัฒนาและใช้มาตรฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งเสริมบริการทางการเงินนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของทุกฝ่าย ที่จะร่วมกันพัฒนาบริการทางการเงินไปสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และ ธปท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือของภาคธนาคารในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นหรือเป็นต้นแบบที่ขยายไปสู่ความร่วมมือในลักษณะเดียวกันของภาครัฐและภาคเอกชน จนเกิดระบบนิเวศด้านข้อมูลของประเทศที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลได้สะดวกและรวดเร็ว และผู้ให้บริการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้ดียิ่งขึ้น . – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ศธ. จ่อชง ครม. แจกนักเรียนคนละ 2,000 จ่ายตรงผู้ปกครอง

ศธ. จ่อชง ครม. ใช้งบฯ 2.1 หมื่นล้าน แจกนักเรียนคนละ 2,000 บาท กว่า 10.8 ล้านคน จ่ายเงินตรงให้ผู้ปกครอง ช่วยค่าใช้จ่ายการเรียนรู้ลดภาระผู้ปกครอง

สภากาชาดไทยเผยชื่อ อบจ.38 จว. ได้รับจัดสรรโมเดอร์นาให้กลุ่มเป้าหมาย

เลขาธิการสภากาชาดไทยระบุว่า ได้แจ้งผลการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตามที่ อบจ. หลายจังหวัดขอรับมา ซึ่งพิจารณาจัดสรรให้ 38 จังหวัด ย้ำต้องนำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางฟรีตามที่กำหนด โดย อบจ. ทุกแห่งบริจาคเข้ากองทุนจัดหาวัคซีนและยาโควิดเพื่อประชาชน 1,100 บาทต่อโดส

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ยินดี ‘เทนนิส’ คว้าทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทย

นายกรัฐมนตรี ยินดี ‘เทนนิส พาณิภัค’ คว้าทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทย ชี้เป็นรางวัลแห่งความมุมานะ เชิญชวนคนไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาไทยถึงวันที่ 8 ส.ค.นี้

เผาร่างพยาบาลด่านหน้า ติดโควิด-19

เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างพยาบาลสาวที่ติดเชื้อโควิด-19 จากการปฏิบัติหน้าที่ สู่พิธีฌาปนกิจที่วัดบางม่วง จ.นนทบุรี ซึ่งมีญาติและเพื่อนเดินทางมาร่วมพิธีหลายคน

ศบค. รายงานพบ 6 คลัสเตอร์ใหม่ 5 จังหวัด

ศบค.รายงานป่วยใหม่ 14,260 ราย สะสม 481,967 ราย ตายอีก 119 ราย พบ 6 คลัสเตอร์ใหม่ 5 จังหวัด มีโรงงานและโรงเรียน ขณะที่ฉีดวัคซีนแล้ว 15.7 ล้านโดส