fbpx

ชัวร์ก่อนแชร์: วัคซีนโควิด 19 ทำให้เป็นโรคงูสวัด จริงหรือ?

5 กรกฎาคม 2564
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย: Science Feedback (สหรัฐอเมริกา)
แปลและเรียบเรียงบทความโดย: พีรพล อนุตรโสตถิ์, อดิศร สุขสมอรรถ


ประเภทข่าวปลอม: ทำให้เข้าใจผิด

บทสรุป:


  1. ผู้ที่จะเป็นโรคงูสวัด ต้องเคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนเท่านั้น โดยมีสาเหตุจากภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  2. งานวิจัยไม่อาจยืนยันได้ว่าวัคซีนโควิด 19 มีส่วนกระตุ้นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคงูสวัดหรือไม่

ข้อมูลที่ถูกแชร์:

ข้อมูลจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ New York Post เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2021 อ้างว่าโรคงูสวัดอาจเป็นอาการข้างเคียงจากวัคซีนโควิด 19 จนกลายเป็นไวรัลที่มียอดแชร์, ยอดไลค์ และคอมเมนต์ ผ่านทาง Facebook และ Instagram รวมกันหลายแสนครั้ง ตามรายงานจากเว็บไซต์ Crowdtangle

FACT CHECK: ตรวจสอบข้อเท็จจริง:


บทความของ New York Post อ้างงานวิจัยของฟิวเรอร์และคณะที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Rheumatology จุดประสงค์ของงานวิจัยเพื่อรวบรวมข้อมูลด้านความปลอดภัยของวัคซีนโควิด 19 ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรครูมาติกจากภูมิคุ้มกันตนเอง (autoimmune inflammatory rheumatic diseases) ซึ่งเป็นอาการที่ระบบภูมิคุ้มกันตนเองโจมตีข้อต่อ, กล้ามเนื้อ, กระดูกและอวัยวะส่วนต่างๆ แม้ว่าผู้ป่วยรูมาติกมีโอกาสพบอาการแทรกซ้อนจากการรับเชื้อไวรัสโควิด 19 แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยของวัคซีนโควิด 19 กับผู้ป่วยรูมาติก เนื่องจากไม่เคยมีการทดลองวัคซีนกับผู้ป่วยรูมาติกมาก่อน

ในการทดลองของฟิวเรอร์และคณะ พบว่ากลุ่มผู้ป่วยรูมาติกเกิดอาการข้างเคียง 491 รายหลังรับวัคซีนโควิด 19 ของ Pfizer-BioNTech มาแล้ว 6 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมพบอาการข้างเคียงจากวัคซีน 99 ราย ฟิวเรอร์และคณะรายงานว่า พบผู้ป่วยรูมาติกป่วยเป็นโรคงูสวัด 6 รายหลังจากรับวัคซีน และไม่มีใครในกลุ่มควบคุมที่ป่วยเป็นโรคงูสวัด

แต่การที่หนังสือพิมพ์ New York Post รายงานว่าวัคซีนโควิด 19 ทำให้เป็นโรคงูสวัด จนมีคนนำข้อความไปแชร์ต่อกันอย่างแพร่หลาย เป็นข้อความที่สร้างความเข้าใจผิด เนื่องจากคนที่จะป่วยเป็นโรคงูสวัดได้ ต้องมีเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคงูสวัดอยู่ในร่างกายอยู่ก่อนแล้ว

ทำไมถึงเป็นงูสวัด

โรคงูสวัด (Herpes Zoster, Shingles) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ ไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ถึงแม้ผู้ป่วยจะหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว แต่ไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ยังคงแฝงอยู่ตามเนื้อเยื้อระบบประสาท และอาจนำไปสู่การเกิดโรคงูสวัดในอีกหลายปีต่อมา ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ความตึงเครียดทางอารมณ์และความอ่อนแอของภูมิคุ้มกันที่อาจกระตุ้นการทำงานของไวรัส ผู้ป่วยรูมาติกที่ใช้ยา Glucocorticoids ซึ่งมีคุณสมบัติกดภูมิคุ้มกันเพื่อระงับความเจ็บปวด มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัดได้หากมีไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์อยู่ในร่างกาย

การที่ New York Post บอกว่าวัคซีนโควิด 19 ทำให้เกิดโรคงูสวัด จึงเป็นข้อมูลที่สร้างความเจ้าใจผิด เพราะคนที่จะป่วยเป็นโรคงูสวัดได้ จะต้องเคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนเท่านั้น

แม้มีความเป็นไปได้ที่วัคซีนโควิด 19 อาจกระตุ้นการทำงานของไวรัสในผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส แต่งานวิจัยดังกล่าวยังขาดการทดสอบกับกลุ่มผู้ป่วยรูมาติกที่ไม่ได้รับวัคซีนโควิด 19 จึงไม่อาจสรุปได้ว่าการเกิดโรคงูสวัดในกลุ่มตัวอย่างเป็นเพราะวัคซีนโควิด 19 หรือเพราะผู้ป่วยรูมาติกเหล่านั้นใช้ยากดภูมิคุ้มกันอยู่ก่อนแล้ว

โดยผู้วิจัยย้ำว่างานวิจัยชิ้นนี้ ไม่มีจุดประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างวัคซีนโควิด 19 กับการเกิดโรคงูสวัดแต่อย่างใด

ป้องกันงูสวัดด้วยวัคซีน

หนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันการเกิดโรคงูสวัด คือการฉีดวัคซีนโรคอีสุกอีใส ซึ่งมีประสิทธิผลป้องกันโรคอีสุกอีใสและโรคงูสวัดได้ถึง 90%

นอกจากนี้ ในสหรัฐฯ ยังมีวัคซีนโรคงูสวัดสำหรับผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส ซึ่งมีประสิทธิผลในการป้องกันโรคงูสวัดถึง 97%

ข้อมูลอ้างอิง:

https://healthfeedback.org/claimreview/covid-19-vaccines-dont-cause-herpes-infections-a-possible-association-with-the-reactivation-of-herpes-zoster-in-patients-with-rheumatic-diseases-remains-unconfirmed-new-york-post/

หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: https://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ลูกไก่กำพร้าขี้อ้อน เป็นพีอาร์หน้าร้านคอยรับแขก

พาไปดูความแสนรู้ของลูกไก่กำพร้า หลงมาพบลุงเจ้าของร้านขายของชำ กลายเป็นความผูกพัน เจ้าไก่ตัวน้อยรับหน้าที่พีอาร์ คอยต้อนรับลูกค้าเต็มที่

หนูน้อย 9 ขวบ หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่น ยิงน้องดับ

อุทาหรณ์ เก็บปืนไว้ในบ้าน เด็กชายวัย 9 ขวบ ไปเที่ยวบ้านญาติ ขึ้นไปเล่นชั้นบน หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่นโดยไม่รู้ว่าเป็นปืนจริง ยิงใส่เด็กอีกคนเสียชีวิต

เผยน้ำท่วมเกาหลีใต้ทำให้มีคนตายในอพาร์ตเมนต์กึ่งใต้ดิน

โซล 9 ส.ค.-ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปีที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 คน บาดเจ็บ 14 คน และสูญหาย 6 คน โดยผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเมื่อคืนวันจันทร์ในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบทำให้เกิดน้ำท่วมท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และไฟดับในพื้นที่หลายแห่ง บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกสูงสุดในรอบ 80 ปีอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบจะยังคงมีฝนตกหนักต่อไปอีกหลายวัน สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 40-49 ปี 2 คน และเด็กหญิงอายุ 13 ปี 1 คน เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับท้องถนน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) โดยที่อพาร์ตเมนต์เหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ ออกฉายในปี 2562 และประสบความสำเร็จทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนเรื่องราวของครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินในเกาหลีใต้และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเท่าระดับถนน […]

ข่าวแนะนำ

กนง.มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี

คณะกรรมการ กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.50 เป็นร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นพลทหารเรือ อายุ 23 ปี รวมมีผู้เสียชีวิต 16 คน และยังมีผู้บาดเจ็บต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก 16 คน

นายกฯ สั่งรับมือ “พายุมู่หลาน”

นายกฯ กำชับหน่วยงานดูแลให้ความช่วยเหลือและบริหารจัดการน้ำเตรียมความพร้อม หลังกรมอุตุฯ ประกาศเตือนดีเปรสชัน “มู่หลาน” ทำให้ภาคเหนือ อีสาน และตะวันออกมีฝนตกหนัก 11-13 ส.ค. นี้

พายุโซนร้อนมู่หลาน มุ่งหน้าไปไหหลำที่กำลังตรวจโควิดครั้งใหญ่

พายุโซนร้อน “มู่หลาน” (Mulan) กำลังแรงมีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้ในวันนี้ และอาจกระทบต่อเกาะไหหลำที่กำลังมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งใหญ่