fbpx

สบน.เผยปีงบ 65 รัฐบาลจัดสรรงบชำระหนี้สูงถึงแสนล้าน

กรุงเทพฯ 1 มิ.ย. – สบน. เปิดแผนใช้หนี้ประเทศ ตั้งงบฯปี ’65 คืนเงินต้น 1 แสนล้าน 3.2% ของงบฯ รายจ่าย


นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน 2564 มีจำนวน 8.59 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 54.91 ของ GDP ซึ่งหนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวเป็นหนี้ที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมากู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณกู้เพื่อโครงการลงทุนของภาครัฐ ค้ำประกันเงินกู้ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล หรือมีการตรากฎหมายพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ

ในแต่ละปี สำนักงบประมาณจะจัดสรรงบชำระหนี้ให้กับกระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจเพื่อนำไปชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยที่ครบกำหนดชำระ โดยเมื่อได้รับงบชำระหนี้แล้ว สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้นำไปชำระหนี้โดยยึดหลัก “ครบถ้วน ถูกต้อง ตรงเวลา” อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละปี จะต้องได้รับการจัดสรรและชำระอย่างครบถ้วน ไม่สามารถลด ตัดทอน หรือโยกงบดังกล่าวไปใช้ในการอื่นได้ เพื่อไม่ให้ประเทศต้องเสียความน่าเชื่อถือจากผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งหากผิดนัดชำระหนี้แล้ว จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของทั้งภาครัฐและเอกชน


ในส่วนของการจัดสรรงบชำระต้นเงินกู้นั้น คณะกรรมการนโยบายวินัยการเงินการคลังของรัฐได้มีการประกาศเมื่อปี 2561 กำหนดสัดส่วนงบประมาณเพื่อการชำระต้นเงินกู้ของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐซึ่งรัฐบาลรับภาระเพื่อเป็นการสร้างวินัยในการชำระหนี้ โดยต้องได้รับการจัดสรรไม่น้อยกว่าร้อยละ 2.5 แต่ไม่เกินร้อยละ 3.5 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวได้มีการศึกษาแล้วว่าเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมในการบริหารหนี้ของประเทศ

อย่างไรก็ดี ในปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องระดมเงินเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 จากทุกแหล่งเงินเพื่อเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งรัฐบาลเห็นว่างบประมาณเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังได้รับจัดสรรและอยู่ระหว่างรอการชำระหนี้ตามงวดจำนวน 35,303 ล้านบาท นั้น เป็นวงเงินที่สามารถนำไปให้ความช่วยเหลือได้มาก อีกทั้ง กระทรวงการคลังสามารถปรับโครงสร้างหนี้แทนการชำระคืนหนี้ได้ รัฐบาลจึงขอให้กระทรวงการคลังโอนงบดังกล่าวเข้างบกลางฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งการโอนงบชำระคืนต้นเงินกู้ดังกล่าวจะทำให้สัดส่วนงบประมาณเพื่อการชำระต้นเงินกู้ต่ำกว่าที่คณะกรรมการประกาศไว้เดิม ดังนั้น คณะกรรมการนโยบายวินัยการเงินการคลังของรัฐจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 กำหนดสัดส่วนดังกล่าวใหม่ให้สอดคล้องข้อเท็จจริงภายใต้สถานการณ์ที่มีอยู่ เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.5 แต่ไม่เกินร้อยละ 3.5 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทั้งนี้ คณะกรรมการมีความเห็นว่าเมื่อสภาวะการเงินการคลังของประเทศกลับมาเป็นปกติ ให้กระทรวงการคลังดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการปรับสัดส่วนกลับมาเท่าเดิมในโอกาสแรก

ต่อมาเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐจึงได้กำหนดสัดส่วนงบประมาณ เพื่อการชำระต้นเงินกู้อยู่ที่ร้อยละ 2.5 แต่ไม่เกินร้อยละ 4.0 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน


ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2565 กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้รับงบชำระคืนต้นเงินกู้ 100,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.2 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐที่คณะกรรมการกำหนดที่ร้อยละ 2.5-4.0 โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้คำนึงถึงการรักษาวินัยในเรื่องการชำระหนี้ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศ ความมั่นคง และการมีเสถียรภาพทางการคลังเป็นสำคัญ . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ประกาศการจัดสรร “ซิโนฟาร์ม” ระยะที่ 1 ครั้งที่ 2

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ประกาศการจัดสรรวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ระยะที่ 1 ครั้งที่ 2 อีก 1,238 บริษัท เป็นจำนวน 302,618 คน

อาจารย์ ม.ดัง มือเป็นแผล หั่นหมูจนติดเชื้อดับ

ชาวพิษณุโลกผวาโรคไข้หูดับ หลังมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย โดยซื้อหมูจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งมาหั่นเป็นชิ้น เพื่อทำหมูกระทะ แต่มือคนหั่นมีแผล ทำให้เชื้อเข้าไปในกระแสเลือด สุดท้ายเสียชีวิตด้วยโรคไข้หูดับ

ข่าวแนะนำ

บช.น.จัดกำลังรับมือม็อบ 24 มิ.ย.64

ผบช.น.จัดกำลังรับมือการชุมนุมหลายกลุ่มในวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) ขอให้เคารพกฎหมาย และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดแจ้งจัดการชุมนุม

นายกฯ ค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.144 และ 185

นายกฯ ค้านปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 144 และ 185 เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการทุจริตและปิดช่องว่างไม่ให้มีการแทรกแซงการจัดทำงบประมาณและการบริหารราชการแผ่นดิน

สธ.จ่อยกระดับ รพ.สนามพื้นที่ กทม. ดูแลโควิดสีเหลือง

รมว.สาธารณสุข เผยเตรียมยกระดับโรงพยาบาลสนามพื้นที่ กทม. ให้ดูแลผู้ป่วยโควิดอาการสีเหลือง เพิ่มเตียงในโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยหนัก