fbpx

ชัวร์ก่อนแชร์ : ท้องอิ่มดื่มน้ำอุ่น ก่อนฉีดวัคซีน ป้องกันอาการไม่สบาย จริงหรือ ?

1 พฤษภาคม 2564
ตรวจสอบข้อเท็จจริง / เรียบเรียง โดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์, กลาง ณัฐนที

บนสังคมออนไลน์ แชร์คำแนะนำว่า “ท้องต้องอิ่ม ดื่มน้ำอุ่น ก่อนฉีดวัคซีน ช่วยป้องกันอาการไม่สบายได้” ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบกับอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง”

บทสรุป : ไม่จริง และ ไม่ควรแชร์ต่อ
ไม่มีหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่า ท้องอิ่มและดื่มน้ำอุ่นก่อนฉีดวัคซีน จะช่วยป้องกันอาการไม่สบายได้

ข้อมูลที่ถูกแชร์
เพื่อนนักเรียนเก่า เป็นคนเห๋อเป่ยคุยกับคนสิงคโปร์ เรื่องการฉีดวัคซืนโควิด 
สิ่งที่ต้องระวังก่อนฉีดวัคซีนโควิด
1. ท้องต้องอิ่ม (ฉีดหลังอาหาร)
2. ดื่มน้ำอุ่น หรือ น้ำอุณหภูมิห้อง 250 ซีซี (หนึ่งแก้วกาแฟ)
ถ้าทำได้สองอย่างนี้ ตอนฉีดวัคซีนจะไม่มีอาการไม่สบาย ความรู้สึกแย่มาก
ปกติคนเราก็ต้องกินอาหาร ดื่มน้ำอยู่แล้ว โปรดทำสองสิ่งนี้ก่อนฉีดวัคซีนโควิด 
อย่า ฉีดวัคซีนตอนหิว หรือท้องว่าง ให้ฉีดหลังอาหาร และอย่าดื่มน้ำเย็น ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง หรืออุ่นๆ หนึ่งแก้วเต็ม 250 ซีซี
หลังฉีดวัคซีนอาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบาย 10-15 นาทีเท่านั้น บางคนไม่รู้สึกอะไรเลย
โปรดบอกต่อเพื่อนๆ

สืบหาต้นตอ ข้อมูลที่ถูกแชร์
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบหาแหล่งที่มา พบว่า มีการแชร์กันในต่างประเทศ ทั้งภาษาจีน และ ภาษาอังกฤษ ก่อนจะถูกแปลเป็นภาษาไทย และส่งต่อกันในแอปพลิเคชัน Line มีลำดับเวลาโดยประมาณ ดังนี้

ช่วงวันที่ 15 มีนาคม 2564 มีการแชร์คลิปเสียงความยาว 4.09 นาที ผ่านกลุ่ม Line ที่ไต้หวัน พร้อมกับข้อความระบุว่า เป็นคำแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีนจากเพื่อนชาวสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบแหล่งที่มาของคลิปเสียงที่แน่ชัดว่าเป็นของบุคคลใด

ต่อมามีการสรุปข้อความจากคลิปเสียงเป็นภาษาจีนพร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมแนบภาพประกอบ โพสต์บนสังคมออนไลน์ ทั้งบนแอปพลิเคชัน Facebook และ Line 

Taiwan FactCheck Center ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 และสรุปว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ “ผิด”

และในช่วงวันเดียวกันนั้น ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ พบข้อความดังกล่าวถูกแชร์เป็นภาษาไทยครั้งแรก


FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท ตรวจสอบกับ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่า “ความเชื่อเรื่อง ท้องต้องอิ่มและดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องก่อนฉีดวัคซีน จะช่วยป้องกันอาการไม่สบายหลังฉีดวัคซีนได้ เป็นความเชื่อที่ไม่ได้มีหลักฐานทางวิชาการมาสนับสนุน”

รศ.นพ.ธีระ อธิบายว่า การกินอาหารให้อิ่มไม่มีผลต่อการแพ้วัคซีนหรือแพ้ยาชนิดใด ๆ ซึ่งต่างจากกรณีที่กินยาหลังอาหาร เช่น ยาแก้ปวด ที่ต้องกินหลังอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้ยาดังกล่าวกัดกระเพาะ นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่สนับสนุนว่า หากท้องอิ่มก่อนฉีดวัคซีนแล้วจะช่วยป้องกันอาการไม่สบายต่าง ๆ หลังฉีดวัคซีนได้ ทั้งนี้การดื่มน้ำอุ่นก็ไม่มีผลต่อการแพ้วัคซีน และไม่มีหลักฐานทางวิชาการมาสนับสนุนความเชื่อนี้เช่นเดียวกัน คาดว่าเป็นข่าวลือที่แชร์ต่อกันมาเท่านั้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ อาการไม่สบายหลังฉีดวัคซีนโควิด-19
รศ.นพ.ธีระ กล่าวว่า อาการไม่สบายหลังฉีดวัคซีนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ โดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นกับใคร แต่กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เมื่อฉีดวัคซีนแล้วอาจจะไม่มีอาการข้างเคียง เพราะร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนน้อยกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ยังพบว่า การฉีดวัคซีนเข็มที่สองมีโอกาสเกิดปฏิกิริยามากกว่าเข็มแรก เพราะเข็มแรกเปรียบเสมือนการทำให้ร่างกายรู้จักคุ้นเคยกับตัวสารเคมีชนิดนี้ก่อน เมื่อฉีดเข็มที่สองร่างกายคุ้นเคยกับสารเคมีนี้แล้วจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองได้มากกว่า ดังนั้น แม้ว่าฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วไม่มีอาการ แต่เมื่อฉีดวัคซีนเข็มสองก็อาจจะมีอาการได้

วิธีการเตรียมตัวที่ถูกต้อง ก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19
รศ.นพ.ธีระ แนะนำว่า เมื่อถึงวันที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ควรตรวจสอบว่าต้องฉีดวัคซีนที่ไหน อย่างไร เวลาใด และประเมินร่างกายในวันนั้นว่าแข็งแรงดีหรือไม่ หากรู้สึกไม่สบาย ครั่นเนื้อครั่นตัว เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีอาการอื่น ๆ ไม่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนเด็ดขาด เนื่องจากการฉีดวัคซีนจำเป็นต้องทำในช่วงที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง มิฉะนั้นประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันอาจไม่ดีเท่าที่ควร

หากมีอาการไม่สบายแต่ยังเข้ารับการฉีดวัคซีน หรือไม่สบายแล้วกินยาลดไข้ก่อนมาฉีดวัคซีน เมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้น แพทย์จะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นอาการป่วยไข้ธรรมดา หรือเป็นอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน นอกจากนี้ยังไม่ควรฉีดวัคซีนชนิดอื่น ๆ ในเวลาใกล้เคียงกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ควรเว้นระยะห่างประมาณ 1 เดือน  หรือ 4 สัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนที่รับไปไม่มีปัญหาจริง ๆ 

กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขยังมีคำแนะนำ เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ดังนี้

แนวทางปฏิบัติตัวก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19 
1. ตรวจสอบเป็นผู้ที่ยังไม่ควรฉีดวัคซีน
          – หากตั้งครรภ์ ควรเลื่อนนัดเป็นช่วงหลังคลอดแล้ว
          – กำลังรักษาอาการป่วยรุนแรง ควรเลื่อนนัดไปก่อนจนกว่าหายดี
          – มีอาการป่วยก่อนฉีดวัคซีน เช่น ไข้สูง ท้องเสียรุนแรง ควรเลื่อนนัดไปก่อน
2. ตรวจสอบเป็นผู้ที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีน หรือแพ้ยา ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนฉีดวัคซีน
3. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรงดอาหารก่อนการฉีดวัคซีน
4. ตรวจสอบเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ได้รับการลงทะเบียนฉีดวัคซีนได้ 
          – บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า
          – ประชาชนทั่วไปในพื้นที่เสี่ยง ผู้ที่มีโรคประจำตัว 6 กลุ่ม และภาวะอ้วน
5. ไม่ควรรับประทานยาแก้ไข้ / ยาแก้ปวดก่อนฉีดวัคซีน เพราะยาอาจไปกดภาวะการอักเสบทำให้การตอบสนองของวัคซีนลดลง

แนวทางปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีนโควิด-19
1. สังเกตอาการข้างเคียงที่โรงพยาบาลก่อนกลับบ้านอย่างน้อย 30 นาที
2. เมื่อกลับบ้านแล้ว อาจมีอาการข้างเคียง เช่น มีผื่น ปวด บวมบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้ต่ำ ๆ ซึ่งหลังจากได้รับวัคซีน 30 นาที – 2 ชั่วโมง อาการจะค่อย ๆ ลดลง แต่ถ้าไข้สูงมาก รีบกลับมาพบแพทย์ หรือโทรแจ้ง 1669
3. หลังจากรับวัคซีน 3 วัน โอกาสแพ้หรือมีผลข้างเคียงพบน้อยมาก ควรสังเกตอาการต่อไปจนครบ 30 วัน

คำแนะนำของสิงคโปร์
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบไปที่เว็บไซต์ vaccine.gov.sg ซึ่งเป็นแหล่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับการให้วัคซีนของประเทศสิงคโปร์ ก็ไม่พบว่ามีคำแนะนำตามข้อความที่แชร์กันแต่อย่างใด ทางการสิงคโปร์ให้คำแนะนำว่า ก่อนฉีดวัคซีนอย่าลืมพกบัตรประจำตัว มาถึงจุดนัดพบให้ตรงเวลา สวมเสื้อแขนสั้นหรือเสื้อที่แขนหลวมพอจะพับขึ้นได้ หากรู้สึกไม่สบายให้เลื่อนการนัดหมายไปก่อน

บทสรุป : ไม่จริง และ ไม่ควรแชร์ต่อ
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ยืนยันว่า “ท้องต้องอิ่มและดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องก่อนฉีดวัคซีน จะช่วยป้องกันอาการไม่สบายหลังฉีดวัคซีนได้ เป็นความเชื่อที่ไม่ได้มีหลักฐานทางวิชาการมาสนับสนุน” พร้อมแนะนำว่า ต้องศึกษาวัคซีนก่อนตัดสินใจฉีด วันที่จะไปฉีดต้องประเมินสุขภาพตนเองว่าแข็งแรงดีหรือไม่ หลังฉีดวัคซีนแล้วการ์ดต้องไม่ตก ให้ปฎิบัติตัวตามมาตรฐานการควบคุมป้องกันโรคเช่นเดิม

ข้อมูลอ้างอิง
Taiwan FactCheck Center : https://tfc-taiwan.org.tw/articles/5168
MyGoPen : https://www.mygopen.com/2021/03/250cc.html
MyGoPen : https://today.line.me/tw/v2/article/vx9nzE
Facebook : https://web.facebook.com/YipinStudio/posts/4387055784642231
Facebook : https://web.facebook.com/marybarbara.wang/posts/10159906201939739
เว็บไซต์โครงการฉีดวัคซีนของประเทศสิงคโปร์ : https://www.vaccine.gov.sg/faq
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข : https://fb.watch/5cM_DXn0yT/

🎯 หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” 🎯
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: https://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นพ.ยง ตอบ5คำถามพบบ่อย การฉีดวัคซีนโควิดกับผู้หญิง

“นพ.ยง” ตอบคำถามสุภาพสตรีมีประจำเดือนหรือกำลังจะมี สามารถฉีดวัคซีนโควิดได้, เตรียมตัวมีบุตร หรือแม่ให้นมบุตร ฉีดวัคซีนได้, และยังไม่มีหลักฐานใดบ่งบอกว่าวัคซีนจะมีผลทำให้มีบุตรยาก

ทุเรียนต้นใหญ่เติบโตจากน้ำปลาร้า

พาไปดูทุเรียนโบราณ ซึ่งเป็นต้นแรกของ จ.ปราจีนบุรี ที่มีอายุเกิน 100 ปีแล้ว ลำต้นสูงใหญ่ขนาด 2 คนโอบ ออกลูกดกปีละไม่น้อยกว่า 300 ลูก เจ้าของบอกมีเคล็ดลับดีจากน้ำปลาร้า

ด่วน! นนทบุรีสั่งปิดอพาร์ตเมนต์ย่านพิบูลสงครามหลังพบติดโควิดอื้อ

ผู้ว่าฯ นนทบุรี สั่งปิดสถานที่เสี่ยงโควิดเพิ่มเติม เป็นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยพิบูลสงคราม 21 ห้ามเข้า-ออกอาคารมีผลตั้งแต่วันนี้ หลังพบผู้พักอาศัยในอาคารติดเชื้อโควิดหลายคน

โควิดวันนี้ ติดเชื้อรวม 2,256 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 30 ราย

โควิด-19 รายใหม่ วันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อรวม 2,256 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 2,073 ราย ติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 183 ราย ยืนยันสะสม 67,187 ราย หายป่วยกลับบ้าน 1,701 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 30 ราย

ข่าวแนะนำ

ทั่วไทยยังเจอฝน ลมกระโชกแรง กลางวันอากาศร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยทั่วไทยยังเจอฝน ลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนกลางวันอากาศร้อน ภาคเหนืออุณหภูมิสูงสุด 39 องศาฯ ขณะที่กรุงเทพฯ -ปริมณฑล มีฝนร้อยละ 10

ราชกิจจาฯ ประกาศข้อกำหนดมาตรการผ่อนคลายโควิด มีผล 17 พ.ค.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดมาตรการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ปรับโซนสีจังหวัด คงพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเหลือ 4 จังหวัด นั่งกินอาหารในร้านได้ถึง 3 ทุ่ม มีผลตั้งแต่ 17 พ.ค.64