fbpx

ธปท.เปิดใช้ฐานข้อมูลกลางดิจิทัลแฟ็กเตอริง หนุนเอสเอ็มอีขอกู้ง่ายขึ้น

กรุงเทพฯ 28 เม.ย. – ธปท. เปิดใช้งานระบบฐานข้อมูลกลาง ตามโครงการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับการให้บริการดิจิทัลแฟ็กเตอริง สร้างความเชื่อมั่นปล่อยกู้เอสเอ็มอี


นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทำโครงการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับการให้บริการดิจิทัลแฟ็กเตอริง เพื่อสนับสนุนให้มีธุรกรรมแฟ็กเตอริงเพิ่มขึ้นในระบบการเงิน คือ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อทำหน้าที่เก็บข้อมูลในส่วนที่สำคัญของใบแจ้งหนี้ และช่วยตรวจสอบการขอสินเชื่อซ้ำซ้อน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงในการพิจารณาให้สินเชื่อกับเอสเอ็มอีโดยเฉพาะรายย่อย

ทั้งนี้ ธปท. เห็นถึงความสำคัญของธุรกรรมแฟ็กเตอริงหรือการนำใบแจ้งหนี้ที่ผู้ขายสินค้าออกให้แก่ผู้ซื้อและอยู่ระหว่างรอชำระเงินไปขอสินเชื่อ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการช่วยให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องได้ แต่ปัจจุบันการเข้าถึงธุรกรรมแฟ็กเตอริงของเอสเอ็มอียังจำกัด เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงยังมีความกังวลเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารทางการค้า และการขอสินเชื่อซ้ำซ้อน จากการนำใบแจ้งหนี้รายการเดียวกันไปใช้ขอสินเชื่อจากผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงหลายราย


“ในช่วงที่ผ่านมา ธปท. ได้สื่อสารและรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำมาพิจารณาออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง รวมทั้งได้เปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมแฟ็กเตอริงเข้าร่วมทดสอบระบบ ปัจจุบัน ธปท. เปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงและผู้ให้บริการระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมแฟ็กเตอริง ทั้งสถาบันการเงินและหน่วยงานที่มิใช่สถาบันการเงินเข้าใช้งานระบบฐานข้อมูลกลางแล้วตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 64 โดย ธปท. รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลและดำเนินงานระบบฐานข้อมูลกลางในระยะแรก เพื่อให้มั่นใจว่าระบบฐานข้อมูลดังกล่าวมีประสิทธิภาพเพียงพอ” นายรณดลกล่าว

นอกจากนี้ ธปท. ได้ออกแนวปฏิบัติ ธปท. เรื่อง การใช้ระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้เป็นกรอบหลักเกณฑ์ให้ผู้ใช้งานระบบฐานข้อมูลกลางถือปฏิบัติในการใช้งานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งแนวปฏิบัติดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.64 โดยปัจจุบันระบบฐานข้อมูลกลางมีผู้ใช้งานแล้ว 4 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, บริษัท ดีไนน์ตี้ แคปปิตอล จำกัด, บริษัท บิลมีเวนเจอร์ จำกัด และบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอ็กซ์เพรสซอฟท์แวร์กรุ๊ป จำกัด

ขณะเดียวกันมีผู้แจ้งความประสงค์จะเข้าใช้งานระบบฐานข้อมูลกลางเพิ่มเติมแล้วอีกจำนวน 10 ราย ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, บริษัท อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด, บริษัท โปรเฟสชั่นนัล คอมพิวเตอร์ จำกัด, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารยูโอบี, ธนาคารทหารไทย, บริษัท เอส แคปปิตอล จำกัด และบริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด


สำหรับผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงและผู้ให้บริการระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมแฟ็กเตอริง ที่ประสงค์จะใช้งานระบบฐานข้อมูลกลางสามารถยื่นความประสงค์มายัง ธปท. ก่อนเริ่มใช้งานระบบ โดยสามารถดูเอกสารประกอบการสมัครใช้งานระบบได้ที่เว็บไซต์ www.bot.or.th/DigitalFactoring และรายละเอียดแนวปฏิบัติ ธปท. เรื่อง การใช้ระบบฐานข้อมูลกลาง ได้ที่ www.bot.or.th/DigitalFactoring.pdf . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สุดสลด! หนูน้อยวัย 1 ขวบนั่งร้องไห้เฝ้าศพแม่

สุดสลด! หนูน้อยวัยขวบเศษ นั่งร้องไห้เฝ้าศพแม่ในพงหญ้านานกว่า 8 ชม. ก่อนจะมีชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเจอและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

3 หมอใหญ่ แนะร่วมฉีดวัคซีนหยุดโควิด

คณบดี 3 สถาบันแพทย์ ศิริราช-จุฬาฯ-รามาฯ วอนประชาชนเข้าใจสถานการณ์โควิด แจงรายงานรับภาระงานแพทย์ล้นมือ แนวโน้มอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ใน4 ของผู้ป่วยหนักหรือประมาณ 80-100 คน พร้อมรับอัตราการติดเชื้อรุนแรง 15 เท่า ย้ำการฉีดวัคซีนเป็นอาวุธหยุดโรค

ข่าวแนะนำ

รวบคาคอนโด “เด่นภูมิ” โมเดลลิ่งเก๊ลวงพริตตี้

จับได้เเล้วคาคอนโดย่านสายไหม “เด่นภูมิ” โมเดลลิ่งเก๊ที่ล่อลวงพริตตี้ให้บังคับเสพยา ชิงทรัพย์ ขืนใจ และถ่ายคลิปเเบล็กเมล์

“อนุทิน” ป้อง อภ.ไม่หักหัวคิวเอกชน

“อนุทิน” ป้อง อภ.ไม่หักหัวคิวเอกชน แจงระเบียบการจัดซื้อเหมือนกับการสั่งซื้อของกรมควบคุมโรคที่สั่งซิโนแวคจากจีน แจงค่าดำเนินการ มีค่าตรวจแล็บ ค่าจัดส่งปกติ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ชี้ อภ.ทำตามคำขอเอกชน เป็นสะพานเชื่อมจัดวัคซีน ทั้งที่ไม่ใช่ภารกิจ